"ถ้ากุญแจดอกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อไขหีบสมบัติ แต่มันมีไว้เพื่อปิดผนึกความตาย คุณยังจะกล้าไขมันอยู่ไหม กวิน"
รินรดาวางวัตถุโลหะสีสนิมเขรอะลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ เสียงกระทบของมันหนักแน่นดั่งคำพิพากษา กวินชะงักมือที่กำลังจับปากกาคอแร้งแน่นจนสันหมึกซึมผ่านปลายนิ้ว เขาเงยหน้าขึ้น สบตาหญิงสาวที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงาสลัวของหอสมุด แสงจันทร์ข้างนอกนั้นเย็นเยียบราวกับจะกรีดแทงทะลุบานหน้าต่างเข้ามา
"ความตายของพ่อ... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างที่บันทึกของทางการบอกไว้ใช่ไหม" กวินถาม เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่สะสมมานานนับปี
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเขา กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีที่ติดตัวเธอทำให้อากาศในห้องดูหนาแน่นขึ้น "พ่อของเธอไม่ได้หายตัวไปเพราะความล้มเหลวในการค้นคว้า กวิน... เขาหายไปเพราะเขาค้นพบสิ่งที่ 'พวกเขากลัว' มากที่สุด สิ่งที่เขาเขียนไว้ในบทกวีบทสุดท้ายที่เธอไม่เคยได้อ่าน นั่นไม่ใช่บทกวี แต่มันคือพินัยกรรมที่ระบุตำแหน่งของ 'จารึกหยาดน้ำค้าง' ของจริง"
กวินหยิบกุญแจดอกนั้นขึ้นมา ปลายนิ้วเขาสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม "บอกผมมา ริน... ทำไมเขาต้องทิ้งผมไป ทำไมเขาไม่เลือกจะอยู่เพื่อปกป้องความจริงนั้นด้วยตัวเอง"
รินรดาทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม แววตาของเธอสั่นไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด "เพราะถ้าเขาอยู่ เธอจะเป็นเป้าหมายถัดไป พ่อของเธอสร้างรอยร้าวในโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นบนคำลวงมานานนับศตวรรษ การจากไปของเขาคือการแลกเปลี่ยน เขาไม่ได้ทิ้งเธอไว้เพื่อทอดทิ้ง แต่เขาทิ้งเธอไว้เพื่อรอเวลา... เวลาที่เลือดในกายเธอจะตื่นขึ้นและพร้อมจะจารึกบทกวีที่เปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้จริงๆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุด ราวกับกาลเวลาหยุดเดิน กวินมองดูรอยจารึกเล็กๆ บนด้ามกุญแจที่เริ่มเปล่งประกายสีเงินจางๆ เมื่อสัมผัสกับแสงจันทร์ที่ส่องผ่านรอยแยกของม่าน เขานึกถึงภาพในความทรงจำ... ภาพแผ่นหลังของพ่อในคืนที่ฝนตกหนัก คืนที่เขาสัญญาว่าจะกลับมา แต่กลับทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของหมึกพิมพ์และจดหมายที่ไม่มีวันถึงผู้รับ
"ถ้าผมเปิดมัน ผมจะกลายเป็นเขาใช่ไหม" กวินเอ่ยถามด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ "จะเป็นเพียงกวีที่ไร้ลมหายใจในหน้าประวัติศาสตร์ที่ใครบางคนเขียนขึ้น"
"เธอจะไม่เป็นเขา กวิน" รินรดาโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลทว่าหนักแน่น "เธอจะเป็นจุดจบของวงจรความลวงนี้ แต่ระวังให้ดี... คนที่ตามหาจารึกนี้ไม่ได้มีแค่ในหนังสือเล่มเก่าที่เธอถืออยู่"
ขณะที่กวินกำลังจะนำกุญแจเสียบเข้ากับรอยบากบนโต๊ะไม้ที่ซ่อนกลไกไว้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอสมุด ไม่ใช่ฝีเท้าที่คุ้นเคย แต่เป็นจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้าของคนที่จงใจจะให้รู้ตัว
ประตูด้านหน้าถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่กวินจำได้แม่นยำว่าเป็นของคนที่เคยเป็น 'เพื่อนรัก' ของพ่อเขาที่สุด ผู้ชายคนที่เคยมอบปากกาด้ามแรกให้เขาในวันที่พ่อจากไป
"สวัสดีกวิน ไม่เจอกันนานเลยนะ" ชายผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะวาง 'แหวนตรา' วงหนึ่งลงบนพื้นห้องสมุด กลิ่นไหม้ของกระดาษโบราณเริ่มโชยออกมาจากตัวของชายผู้นั้น "พ่อของเธอไม่ได้ส่งต่อแค่บทกวีให้เธอหรอกนะ... เขาส่งต่อ 'โซ่ตรวน' ไว้ให้ด้วย และตอนนี้ ถึงเวลาที่เธอต้องชดใช้แทนเขาแล้ว"
กวินกำกุญแจในมือแน่น รอยจารึกบนนั้นเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาจนผิวหนังเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความลับที่ค่อยๆ เผยตัวออกมาในบทที่สิบสองนี้ด้วยกันนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ•ตอนที่ 12
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หยาดน้ำค้างใต้แสงสนธยา: ลำนำกวีแห่งความทรงจำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!