ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 12

เพลงที่แต่งเพื่อใครบางคน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"คอร์ดตรงนี้มันผิดทิศผิดทางตั้งแต่การวางนิ้วแล้วครับคุณมือเบส ถ้ายังดีดมั่วซั่วแบบนี้ ต่อให้ใช้เบสราคาหลักแสน เสียงที่ออกมาก็เป็นได้แค่เสียงขยะทางโสตประสาท" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของทิวลอยละลิ่วข้ามห้องซ้อมชมรมดนตรี มากระแทกโสตประสาทของพายเข้าอย่างจังจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย พายถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางกีตาร์เบสสี่สายตัวโปรดพาดไว้บนขาตั้งอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับประธานชมรมสุดเนี๊ยบที่ยืนกอดอกตีสีหน้าขรึมอยู่หน้ามอนิเตอร์ "เสียงขยะอะไรล่ะครับประธานทิว หูคุณมีปัญหาหรือว่าสมองส่วนการรับรู้สุนทรียภาพมันเสื่อมถอยลงไปตามอายุขัยกันแน่ ผมก็เล่นตามโน้ตสากลที่วงเราตกลงกันไว้ทุกกระเบียดนิ้ว หรือว่าช่วงนี้ไม่มีใครตามใจ เลยต้องหาเรื่องมาหาเรื่องแซะผมแก้เหงา?" พายสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มวาววับด้วยความท้าทาย รอยยิ้มมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยแบบคนที่ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใคร ทิวขยับแว่นสายตาเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการกะพริบตาถี่ด้วยความจำนนต่อวาทศิลป์ของอีกฝ่าย ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดสีดำตัวโคร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สตูล ใบหน้าหวานที่มักจะเชิดขึ้นยามเถียงชนะทำให้เขานึกหมั่นไส้จนอยากจะเอื้อมมือไปบีบแก้มใสๆ นั่นสักทีสองที แต่ติดที่ว่าศักดิ์ศรีของประธานชมรมมันค้ำคออยู่ "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... ลองเล่นท่อนฮุกท่อนนั้นให้ผมดูใหม่อีกรอบสิครับ คราวนี้เอาให้หูผมไม่เสื่อมตามที่คุณว่า" ทิวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานที่มีสมุดโน้ตเพลงเล่มหนาวางอยู่ เขาหยิบดินสอขึ้นมาหมุนเล่นในมือเพื่อซ่อนความประหม่าบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก ห้องซ้อมชมรมดนตรีในยามเย็นแบบนี้ควรจะเงียบสงบ แต่ทว่าในเวลานี้กลับเหลือเพียงเขากับพายแค่สองคน เนื่องจากเมฆและสมาชิกคนอื่นๆ ขอตัวไปกินชาบูร้านหน้ามอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ทิ้งให้พวกเขาสองคนต้องเผชิญหน้ากับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเคมีประหลาดๆ ที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ่อยครั้ง พายแค่นหัวเราะในลำคอ ยอมหยิบเบสขึ้นมาคล้องคออีกครั้ง นิ้วเรียวยาวจรดลงบนสายเบสอย่างคล่องแคล่ว เสียงทุ้มต่ำหนักแน่นกังวานขึ้นทีละโน้ต ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพลงสากลจังหวะสนุกสนานเหมือนอย่างเคย แต่เป็นทำนองช้าๆ ซึ้งกินใจ โน้ตแต่ละตัวร้อยเรียงเข้าหากันอย่างพอดิบพอดีจนทิวถึงกับนิ่งงันไป ดวงตาคมของประธานหนุ่มจับจ้องไปที่เรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามที่พายใช้สมาธิ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงดนตรีที่ขับกล่อมความเงียบงันให้มีชีวิตชีวา ทิวมองแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ มันมีความหลงใหล ความโหยหา และความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันไว้มานานแรมปีซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น เมื่อโน้ตตัวสุดท้ายจางหายไป พายก็เงยหน้าขึ้นสบตา เขายิ้มเยาะใส่ร่างสูงที่ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป "เป็นไงบ้างครับประธาน เสียงขยะเพลงนี้พอจะผ่านหูระดับโปรของคุณหรือยัง หรือว่าต้องให้ผมบรรเลงให้ฟังซ้ำอีกรอบเผื่อความจำเสื่อมจะดีขึ้น" ทิวไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาวางดินสอในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง *ก๊อก* ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวพายจนคนตัวเล็กกว่าต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของทิวลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างให้พายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เพลงนี้..." ทิวกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักอยู่ห่างจากใบหูของพายเพียงคืบเดียว "คุณแกะคอร์ดมาจากไหน พาย... เพลงนี้มันไม่ใช่เพลงของศิลปินวงไหนในลิสต์ที่เราลิสต์ไว้ซะหน่อย" พายชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน แต่ภายนอกยังคงตีสีหน้าเรียเฉย ปัดมืออีกฝ่ายให้ออกห่างแล้วหัวเราะในลำคอ "หูดีนี่ครับ... ก็แค่เพลงที่ผมแต่งเล่นแก้เบื่อตอนดึกๆ เท่านั้นแหละ ทำไม ประธานกลัวว่าผมจะเอาเพลงไม่มีลิขสิทธิ์มาทำให้ชมรมเสียชื่อเสียงหรือไง" ทิวหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา เขารู้จักพดีดี... รู้ว่าเวลาที่อีกฝ่ายโกหก มักจะชอบหลบสายตาไปมองทางอื่นเสมือนว่ากำแพงห้องซ้อมมันน่าสนใจนักหนา "แต่งแก้เบื่อเหรอครับ?" ทิวโน้มตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนปลายจมูกแทบจะชนกับแก้มใส พายสะดุ้งสุดตัวแต่ทำได้แค่จิกมือลงบนตัวเบสแน่น "แต่ทำไมท่อนฮุกของเพลงนี้... มันถึงใช้คอร์ดเดียวกับเพลงที่ผมเคยเล่นให้คุณฟังในห้องอัดเมื่อเทอมก่อนเป๊ะๆ เลยล่ะครับพาย" บรรยากาศในห้องซ้อมพลันเงียบกริบลงทันที ความร้อนพุ่งสูงขึ้นจนพายรู้สึกได้ว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องเพื่อปกปิดความพิรุธ "คุณ... มโนเก่งเกินไปแล้วมั้งทิว ใครจะไปจำเพลงที่คุณเคยดีดได้กันเล่า!" ทิวยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่พายเกลียดที่สุดเพราะมันหมายความว่าอีกฝ่ายกำลังถือไพ่เหนือกว่า และในจังหวะที่พายกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายนั้นเอง... *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูกระจกห้องซ้อมดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมถุงน้ำแข็งในมือ "เฮ้ย ทิว พาย... พวกแกยังไม่กลับกันอีกเหรอวะ พอดีฉันลืม... เอ้ย โทษที ขัดจังหวะอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย?" เสียงของเมฆที่โผล่พรวดพราเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลิ้นลงอย่างไม่ทันตั้งตัว พายรีบผลักอกแกร่งของทิวให้ออกจากตัวทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่ทิวหันไปถอนหายใจยาวด้วยความเสียดาย พร้อมกับส่งสายตาพิฆาตไปให้เพื่อนสนิทของตัวแสบที่ดันเดินเข้ามาผิดจังหวะเวลาเสียเหลือเกิน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นระทึกและฟินไปกับโมเมนต์หัวใจจะวายด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%