เสียงสายเบสสี่เส้นที่ถูกดีดพลาดจนเกิดเสียงเดเด้งกังวานสะท้อนก้องห้องซ้อมดนตรีชมรมฯ ทำให้พายต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นรอบที่สิบลambของวัน นิ้วเรียวยาวใต้สายสร้อยข้อมือเงินหยุดชะงัก ปลายนิ้วข้างที่กดเฟรตเบสชื้นเหงื่อเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะอากาศในห้องอับชื้น แต่เป็นเพราะสมองของเขามันเอาแต่วกวนคิดถึงเรื่องเมื่อวาน ตอนที่ประธานชมรมหน้าตายอย่าง ‘ทิว’ เดินเข้ามาประชิดตัวแล้วกระซิบประโยคบ้าๆ นั่นข้างใบหู
“ถ้าซ้อมไม่รู้เรื่อง ก็เอาสมาธิมาไว้ที่ฉันนี่...”
บ้าเอ๊ย! คิดถึงทีไร หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทุกทีจนพายต้องยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองเบาๆ เรียกสติ
“เฮ้ยๆๆ พาย มึงเป็นไข้อะไรวะ หน้าแดงแจ๋เชียว หรือว่าแพ้ฝุ่นในห้องซ้อม?” เสียงกวนประสาทของ ‘เมฆ’ เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบที่ยื่นมาแปะข้างแก้มพายพอดี พายสะดุ้งโหยง หันไปถลึงตาใส่เพื่อนรักทันที
“ปากเสียนะเมฆ กูไม่ได้เป็นไข้ แค่… คิดอะไรเพลินๆ”
“คิดเพลินหรือคิดถึงใครวะ?” เมฆหรี่ตามองอย่างจับผิด รอยยิ้มเจ้าเลื้อยฉาบบนใบหน้ากวนๆ ตามประสาคนรู้ทัน “ช่วงนี้มึงแปลกๆ นะพาย ปกติมึงเป็นคนสตรองยิ่งกว่าเหล็กกล้า ใครมาแซวอะไรก็สวนกลับหน้าหงายตลอด แต่ทำไมช่วงนี้พอเป็นเรื่องของ… อ่าฮะ… ประธานทิว คนเก่งของเราถึงได้เงียบเป็นเป่าสาก แถมชอบเหม่อลอยแอบมองเขาบ่อยๆ ด้วย เล่ามาเลยนะมึง มีซămอะไรปิดบังเพื่อนคนนี้หรือเปล่า”
พายรีบหลบสายตา ดึงกระป๋องน้ำอัดลมมาเปิดซดอึกๆ เพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ “เพ้อเจ้ออะไรของมึง ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ กูจะไปซ้อมต่อละ”
“แน่ใจนะว่าไม่มี?” เมฆหรี่ตาแคบลงกว่าเดิม เดินเข้ามาขวางหน้าพายไว้ พร้อมกับเท้าสะเอวด้วยท่าทางนักสืบสวนจำเป็น “เมื่อกี้ตอนที่ทิวยังไม่มา มึงเอาแต่มองเบสแล้วยิ้มคนเดียว… พาย มึงไม่เหมือนเดิม มึงเปลี่ยนไป ทิวทำอะไรมึงวะ หรือว่าแอบไปได้เสีย เอ๊ย! ได้ตกลงปลงใจอะไรกันหลังห้องซ้อม บอกกูมาเดี๋ยวนี้นะเว้ย!”
“พูดมากน่าเมฆ!” พายแกล้งทำเป็นเหวี่ยงใส่กลบเกลื่อนความร้อนรนในอก หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “กูแค่นั่งแกะคอร์ดเพลงใหม่ต่างหาก เลิกจับผิดกูสักทีเหอะ ไปไกลๆ เลย ไป!”
พายผลักไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ แต่เมฆไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย แถมยังหรี่ตามองด้วยสายตาที่อ่านทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเครื่องเอกซเรย์
“คนอื่นอาจจะหลอกได้พาย แต่มึงจำไม่ได้เหรอว่าเราเป็นรูมเมทกันมานานแค่ไหน กูเห็นมึงตั้งแต่ตอนมึงโดนหมาไล่กัดจนถึงตอนมึงหัดเล่นเบสครั้งแรก อาการกระวนกระวาย ปากแข็งแต่หูแดงแจ๋แบบนี้… มึงกำลังตกหลุมพรางยัยประธานหน้าตายคนนั้นเข้าเต็มเปาแล้วใช่ไหมล่ะ?”
ประโยคจี้ใจดำของเมฆทำให้พายถึงกับชะงัก มือที่ถือเบสเกร็งแน่นจนข้อต่องอขาว เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากเถียงกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามสไตล์ถนัด เพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ถูกจี้จุด ทว่า…
“คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงข้างนอกห้องโน่น”
เสียงทุ้มต่ำ คุ้นหู และเต็มไปด้วยความเรียบเฉียบดังขึ้นที่ประตูห้องซ้อม ทิวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนดูทรงพลัง ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ดวงตาคมกริบกวาดมองพายและเมฆสลับกันด้วยแววตานิ่งสนิท แต่ทว่าลึกลับและกดดันจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที
เมฆหันไปยิ้มแห้งๆ ให้ทิวทันที “อ้าว ประธานทิว มาพอดีเลยครับ พอดีผมกำลังคุยเรื่อง… สภาพจิตใจของมือเบสเราอยู่พอดี ช่วงนี้เขาแปลกๆ ไปนะคับคุณประธาน เหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ หรืออาจจะกำลัง… มีความลับอะไรบางอย่างที่ไม่อยากบอกใครอยู่ก็ได้”
ทิวหันขวับมามองพายทันที ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนพายต้องรีบหลบสายตา หันไปทำทีเป็นเช็ดคราบฝุ่นบนตัวเบส ทั้งที่มือไม้สั่นระริกไปหมด
“เรื่องไม่สบายใจอะไร?” ทิวเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่ทว่าก้าวเท้าเดินตรงดิ่งเข้ามาใกล้พายทีละก้าว ทีละก้าว จนความอบอุ่นจากร่างกายของร่างสูงเริ่มแผ่เข้ามาแตะผิวกายของพาย “พาย… นายมีอะไรปิดบังหรือเปล่า”
“เปล่าสักหน่อย!” พายรีบเงยหน้าขึ้นเชิดใส่ทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายในอก “ฉันจะมีอะไรปิดบัง ประธานอย่ามาปรักปรำกันนะ เมฆมันก็แค่พูดจาไร้สาระไปเรื่อยเปื่อย นายอย่าไปฟังมันเลย”
ทิวหยุดยืนประชิดตัวพาย ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายสะอาดๆ ของตัวทิวลอยเข้าจมูกพายจนเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว ทิวโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของพายราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดปฏิเสธเหล่านั้น
“ถ้าไม่มีอะไรปิดบังจริงๆ…” ทิวลดเสียงลงต่ำจนกลายเป็นเสียงกระซิบกระรอกที่ได้ยินกันแค่สองคน “ทำไมเวลาฉันเข้าใกล้ นายถึงต้องหลบตา แล้วทำไมหัวใจของนายถึงเต้นดังขนาดนี้ล่ะ… พาย”
เพล้ง!
ราวกับมีแก้วแตกกระจายอยู่ในอก พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบผงถอยหลังหนีจนสะโพกไปกระแทกกับขอบโต๊ะวางเครื่องดนตรีเต็มแรง ใบหน้าที่เคยเชิดมั่นใจบัดนี้แดงก่ำลามไปถึงใบหู เมฆที่ยืนมองอยู่ข้างๆ แอบยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจ เตรียมจะอ้าปากแซวต่อ
แต่ทว่า… ก่อนที่พายจะได้ทันสวนกลับประโยคฆ่าตัดตอนของทิว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อกๆ!
“ทิวคะ อยู่ข้างในหรือเปล่า พอดีรินเอาเอกสารตารางซ้อมมาให้เซ็นค่ะ”
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมกับบานประตูห้องซ้อมที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างเพรียวระหงของ ‘ริน’ อดีตคนคุยเก่าของทิวเดินยิ้มร่าเข้ามาในห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ดวงตาคู่สวยกวาดมองทิวและพายที่ยืนประชิดตัวกันในระยะอันตรายด้วยรอยยิ้มแปลกๆ ที่ซ่อนความหมายบางอย่างไว้
ทิวขมวดคิ้วมุ่นทันที สีหน้าเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่พายรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลังเมื่อประสานสายตากับรินที่ส่งยิ้มหวานหยดมาให้
แล้วจู่ๆ รินก็เอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีต้องหยุดชะงักลงทันที
“อุ๊ย… ขอโทษนะคะ ขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่า พอดีรินนึกว่าทิวอยู่คนเดียว… เห็นช่วงนี้ทิวดูตัวติดกับมือเบสคนนี้เป็นพิเศษ จนคนอื่นเขาเริ่มลือกันไปทั่วแล้วนะว่า…”
รินเว้นวรรคคำพูดไว้แค่นั้น รอยยิ้มมุมปากยิ่งกว้างขึ้น ขณะที่ดวงตาคู่คมของทิวหันขวับกลับมามองที่พายอีกครั้งด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออกเลยแม้แต่น้อย…
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นระทึกและฟินไปกับโมเมนต์หัวใจจะวายด้วยกันนะครับ!
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 11
ความลับที่เก็บไว้ไม่ได้
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!