เสียงสายเบสสี่เส้นที่ถูกดีดพลาดจนเกิดเสียงเดเด้งเดงสะท้อนก้องห้องชมรมดนตรีจนเมฆต้องหันขวับมามองด้วยสายตาจับผิด ทว่าเจ้าของเบสตัวจริงอย่างพายกลับนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้โซฟาหนังเทียมสีดำสนิท ดวงตากลมโตหรี่มองเพดานด้วยความเหนื่อยหน่าย ปลายจوงจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมลงให้ใคร
"เล่นผิดคีย์ไปสองรอบแล้วนะคุณมือเบส หรือว่าสมองคุณกำลังประมวลผลเรื่องอื่นอยู่?" เมฆทักขึ้นพร้อมกับเคาะไม้กลองลงบนตักสองทีเป็นจังหวะกวนประสาท พายปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยหางตา
"พูดมากน่าเมฆ ถ้าแกยังว่างมากไปเคาะกลองไปซ้อมเพลงใหม่นู่น ไป" พายตอกกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เจือความหงุดหงิดอยู่ในที ร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์サイズทิ้งตัวพิงพนักพิงลึกกว่าเดิม ความจริงไม่ได้เหนื่อยเพราะซ้อมดนตรีหนักหนาสาหัสอะไรหรอกครับ แต่เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนต่างหากที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวสมองจนเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน... ช่วงเวลาพักเบรกจากการซ้อมเพลงสำหรับงานเฟรชy พายที่อดนอนติดต่อกันมาสองคืนเลือกจะหลบมุมมางีบเอาแรงที่โซฟาตัวยาวในห้องซ้อมดนตรีด้านในสุด คิดไม่ถึงว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะพบกับร่างสูงของประธานชมรมอย่างทิวที่กำลังยืนก้มหน้ามองเขาอยู่ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้ดุร้ายเหมือนเวลาสั่งงาน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนประหลาดที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน
และประโยคบ้าๆ นั่น...
*"...เวลาหลับนี่ยอมรับเลยนะว่าโคตรน่ารัก"*
ให้ตายเถอะ แค่นึกถึงเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างหูตอนนั้น พายก็รู้สึกเหมือนมีไอร้อนวิ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานอย่างไร้เหตุผล เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะใจเต้นแรงเพราะคำพูดหยอกเย้าไร้สาระแบบนั้นเสียหน่อย ทว่ากับทิว... ประธานชมรมปากร้ายคนนั้น มันกลับทำให้หัวใจเจ้ากรรมรวนเรจนน่าหงุดหงิด
"อ้าวพาย นั่งเหม่ออะไรตรงนั้น หน้าแดงๆ นะ เป็นไข้หรือเปล่าเนี่ย" เมฆที่เดินถือแก้วน้ำเข้ามาใกล้ชะوักฝีเท้าลง พร้อมกับยื่นมือมาอังหน้าผากเพื่อนสนิทตามสัญชาตญาณความเป็นห่วง
พายปัดมือเมฆออกทันควัน สีหน้าเรียบตึงขึ้นมาฉับพลัน "ไม่ต้องมาแตะ ตัวฉันไม่ได้ร้อน ใครเป็นไข้ไม่มีทาง"
"ปากแข็งชะมัด" เมฆหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน "เออ... พูดถึงประธานทิวหน่อย เมื่อกี้เห็นเดินถือแฟ้มเอกสารทำหน้ายักษ์เดินออกไปทางห้องพักครูโน่น สงสัยจะโดนอาจารย์เรียกใช้งานอีกตามเคย... อ๊ะ! พูดถึงก็มาพอดี"
เสียงผลักประตูห้องชมรมดนตรีดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของทิวที่ก้าวเข้ามาในห้อง ทิวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่งดูทรงพลัง แว่นตากรอบเงินที่สวมอยู่ขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น สายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกราดมองรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งของพายที่นั่งกอดอกทำเป็นมองไปทางอื่น
"ซ้อมกันถึงไหนแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ ทว่ากดดันคนฟังได้เป็นอย่างดี เมฆรีบวางไม้กลองแล้วชูมือขึ้นยอมแพ้
"เรียบร้อยดีครับท่านประธาน เหลือแค่ให้มือเบสคนเก่งของเราทบทวนท่อนโซโล่อีกนิดหน่อยเอง" เมฆไม่วายลากพายเข้ามาเอี่ยวด้วย ทว่าพายกลับส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนรักไปหนึ่งที
ทิวก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้โซฟาที่พายรักษาระยะห่างอยู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของคนตรงข้ามอย่างพิจารณา ประกายความไหววูบพาดผ่านนัยน์ตาคู่นั้นชั่วพริบตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์
"หน้าแดง... ร้อนเหรอพาย หรือว่าแอร์ในห้องมันเสีย" ทิวจงใจเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทพายให้หงุดหงิดเล่นได้เสมอ
พายหันขวับกลับมาสบตา ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน "ห้องแอร์เย็นเฉียบ ประธานตาฝาดไปเองหรือเปล่าครับ หรือว่าช่วงนี้พักผ่อนน้อยเลยเห็นภาพหลอน"
"หึ..." ทิวหลุดหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้าไปประชิดโซฟามากขึ้นจนพายต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา "เปล่า... ไม่ได้ตาฝาด ฉันแค่กำลังคิดว่า..."
ทิวโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนพายแทบจะหยุดหายใจ สติสัมปชัญญะที่เคยพกมาเต็มร้อยกระเจิดกระเจิงไปหมดในเสี้ยววินาที
"คิดอะไรของนาย ถอยไปเลยนะทิว!" พายเอ็ดเสียงเขียว พยายามใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่าทิวมือไวคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างตรึงไว้กับพนักพิงโซฟาได้อย่างง่ายดาย แรงมหาศาลของคนตรงข้ามทำให้พายขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจนึก
"ทำไม... กลัวเหรอ" ทิวโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนพายรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว "หรือว่า... กำลังนتيกถึงเรื่องที่ฉันพูดเมื่อคืนอยู่ล่ะ หื้ม?"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าที่พยายามทำเป็นนิ่งสงบเมื่อครู่ร้อนผ่าวขึ้นมาจริงๆ เสียแล้ว คำพูดเย้าแหย่เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจน
*ทำไมถึงต้องจ้องหน้า?* คือคำถามที่พายอยากจะตะโกนใส่หน้าคนตรงนี้ใจจะขาด แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยสายตาคู่นั้น
ทิวจ้องมองริมฝีปากเม้มแน่นของคนใต้ร่างด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความขี้เล่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความลึกซึ้งและจริงจังจนน่ากลัว นิ้วโป้งเรียวใหญ่เกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มใสอย่างลืมตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพายลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเต้นรัวโครมครามรากระัวกลองในอก
"ทิว..." พายเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาฉายแววไม่ยอมแพ้แต่กลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นตรงกันในระยะประชิด ประตูห้องซ้อมดนตรีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานใสของบุคคลที่สามที่ทำให้บรรยากาศสีชมพูเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"พี่ทิวคะ! รินเอาเอกสารเบิกงบมาให้..."
ริน อดีตคนคุยเก่าของทิวที่หายหน้าหายตาไปนาน ยืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู ใบหน้าสวยเฉี่ยวฉายแววตกใจและไม่พอใจอย่างชัดเจนเมื่อเห็นภาพที่ประธานชมรมดนตรีสุดเนี๊ยบกำลังคร่อมตรึงมือเบสคนเก่งไว้บนโซฟา
ทิวชะوักเล็กน้อยแต่ไม่ได้รีบร้อนผละออกทันที เขายังคงสบตาพายที่กำลังมองข้ามไหล่เขาไปที่ผู้มาใหม่ด้วยสายตานิ่งสนิท ทิวกดมุมปากลงเล็กน้อยก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูพายด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง
*"...แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าฉันไม่ได้พูดเล่นสักคำเดียว"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมซ้อมดนตรีและลุ้นโมเมนต์ฟินๆ ไปด้วยกันนะครับ!
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 10
ทำไมต้องจ้องหน้า?
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!