"บอกให้เลิกซ่าตอนตากฝน... ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไงครับ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องนอนโทนสีเทาเข้ม กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลและยาหมดยาหวดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของผู้ชายที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่ข้างเตียง
พายพยายามจะยันกายลุกขึ้นจากหมอน แต่พิษไข้ที่เล่นงานตั้งแต่ออกจากห้องซ้อมดนตรีทำให้ข้อต่อทุกส่วนในร่างกายเหมือนจะหลุดออกจากกัน ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะมีรอยยิ้มเยาะกวนประสาท ตอนนี้กลับซีดเซียวจนน่าใจหาย ริมฝีปากแห้งผากขยับยากเย็น
"ไม่ต้องมาทำเป็นดุ... แค่หัวเปียกนิดหน่อยเองน่า..." พายเถียงเสียงแหบแห้ง มือเรียวพยายามจะคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กบนโต๊ะข้างเตียง แต่ทิวไวกว่า เขาชิงคว้ามันตัดหน้าไปก่อน พร้อมกับส่งสายตาคาดโทษมาให้
"นิดหน่อย? ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ยังจะปากเก่งอีกนะพาย" ทิวถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนจนปัญญา เขายื่นมือหนาออกไปทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิโดยสัญชาตญาณ สัมผัสความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวคนป่วยทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นไปอีก "ไข้ขึ้นสูงเป็นบ้าเลย... นอนลงไปเฉยๆ อย่าดื้อ"
"ไม่ได้ดื้อสักหน่อย... แล้วนายเข้ามาห้องฉันได้ยังไงเนี่ย เมฆปล่อยให้เข้ามาเหรอ" พายบ่นอุบอิบขณะทิ้งตัวลงนอนตามเดิม ดวงตาคู่สวยมองสำรวจเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสบายๆ ที่กำลังบิดผ้าในกะละมังใบเล็กด้วยความคล่องแคล่ว
"ถ้าไม่ให้ผมเข้ามา เมฆมันคงปล่อยให้คุณนอนเพ้อจนช็อกตายคาเตียงไปแล้วมั้งครับ" ทิวตอบเสียงเรียบแต่แววตาไหววับอย่างปิดไม่มิด ความเป็นห่วงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีดุๆ เล็ดลอดออกมาให้เห็นทุกอณู "ถอดเสื้อครับ"
พายชะงัก ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ "หา? นายว่าอะไรนะ"
"ผมบอกให้ถอดเสื้อเปียกชื้นพวกนี้ออก ไม่งั้นไข้ไม่ลดแน่ๆ หรือจะให้ผมช่วยถอดให้?" ทิวเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะหายไปเมื่อเห็นสายตาขวางๆ ของคนป่วย
"ไม่ต้อง! นายหันหลังไปเลยนะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง" พายกัดฟันกรอด ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นเกาะติดผิว ทว่านิ้วเรียวที่สั่นเทาจากพิษไข้กลับไม่รักดี กระดุมเม็ดบนสุดติดขัดจนน่าหงุดหงิด
ทิวที่หันหลังให้ตามคำสั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาทนดูความเก้ๆ กังๆ นั้นไม่ไหว ตัดสินใจหันกลับมาแล้วเอื้อมมือหนาเข้ามารวบข้อมือของพายไว้ทันที
"บอกแล้วไงว่าอย่าดื้อ"
"ทิว! ฉันทำเองได้..."
"ถ้าคุณยังช้าอยู่ ผมจะถือว่าอนุญาตให้ผมจัดการเองนะครับ" ทิวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ไม่เปิดโอกาสให้เถียง ดวงตาคมกริบมองสบตาตรงๆ นิ่งนาน จนพายต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปเสียเอง ความร้อนบนใบหน้าไม่ได้มาจากพิษไข้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว
นิ้วมือแข็งแรงแต่ทว่าอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อจัดการปลดกระดุมเสื้อของพายออกทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง สายตาของทิวพยายามโฟกัสแต่เนื้อผ้าและกิจเฉพาะหน้า แต่ผิวเนียนละเอียดที่ค่อยๆ ปรากฏแก่สายตากลับทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจประธานชมรมดนตรีผู้แสนเนี๊ยบสะดุดกึก พายเองก็ได้แต่นั่งนิ่งเกร็ง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนบรรยากาศในห้องเงียบงัน ได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของตัวเอง
เมื่อจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนตัวโคร่งเนื้อนุ่มเสร็จเรียบร้อย ทิวก็หยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ ขึ้นมาเตรียมเช็ดตัวให้ต่อ พายทำท่าจะแย่งผ้ามาถือเองแต่ถูกสายตาดุๆ ของทิวเบรกไว้ก่อน
"นอนลง นอนเฉยๆ ครับพาย ผมแค่วิชากายภาพเบื้องต้น ไม่ได้จะทำอะไรคุณเสียหน่อย... หรือว่าคุณกลัวว่าผมจะอดใจไม่ไหว?" ทิวแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ ริมฝีปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น
"ใครกลัว! นายต่างหากที่ต้องระวังตัวไว้" พายเชิดหน้าสวนกลับทันควัน แม้ใบแดงก่ำจะฟ้องชัดเจนว่ากำลังเขินจนแทบระเบิดก็ตาม
"ปากดีจังนะ..." ทิวหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขากดไหล่บางให้นอนราบลงไปกับหมอง ก่อนจะเริ่มบรรจงใช้ผ้าอุ่นเช็ดไล่จากซอกคอลงมาตามไหปลาร้าและแผ่นอกกว้างอย่างเบามือที่สุด
สัมผัสอุ่นจัดจากผืนผ้าและปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวเนื้อ ทำให้พายต้องหลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกวาบหวิวแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะประสานกัน ทิวเองก็เงียบลง สีหน้าของเขายามนี้ไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ่อนโยนล้ำLึกที่ซ่อนอยู่ใต้ความซึนเดียงสาของหมาโบ้ตัวนี้
"เสร็จแล้วครับ..." ทิววางผ้าลงในกะละมังก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ถึงอก พายลืมตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"นาย... ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะ" พายถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตมีความสงสัยเจือความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ
ทิวนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนป่วย นิ้วเรียวยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากให้พายอย่างเบามือ
"ก็เพราะว่า..." ทิวเว้นจังหวะ ทอดสายตาหวานเชื่อมที่ทำให้คนมองใจกระตุกวูบ "ผมไม่อยากเห็นคุณเจ็บป่วยแบบนี้อีก... และอีกอย่าง..."
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก รอฟังประโยคถัดไปที่จะหลุดจากปากคนตรงหน้า
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศสีชมพูอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาของริน อดีตคนคุยเก่าที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาพร้อมถุงโจ๊กในมือ
"ทิวคะ รินเอาข้าวมาเยี่ยม... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ รินเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าเนี่ย" รินแกล้งทำเป็นตกใจเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพประธานชมรมหนุ่มกำลังนั่งชิดติดขอบเตียงกับมือเบสตัวแสบในระยะประชิด
ทิวหันขวับไปมองที่ประตู สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดทันทีในเสี้ยววินาที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมซ้อมดนตรีและลุ้นโมเมนต์ฟินๆ ไปด้วยกันนะครับ!
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 9
เช็ดตัวให้... ไม่ได้จะทำอะไร
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!