ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 33

ง้อแบบปากแข็ง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"บอกมาเถอะน่าพาย ว่าเมื่อกี้เกือบจะได้ยินคำว่าอะไรจากปากไอ้ทิวมัน" เสียงกระซิบกระซาบของเมฆดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องชมรมดนตรีปิดสนิทลง ร่างสูงของเพื่อนสนิทเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือเรียวเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะเร้าเรื่อ สายตากรุ้มกริ่มจ้องมองมือเบสมาดเท่ที่กำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้าตู้แอมป์ พายไม่ได้ตอบทันที ใบหน้าหวานเฉี่ยวยังคงบึ้งตึง ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดปนความสับสนระคนกัน เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงติดค้างอยู่ในหัว ความใกล้ชิดที่เกือบจะเกินเลย และปลายนิ้วที่สัมผัสกันบนข้อมือนั้น... มันชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะเสียจนน่าโมโห ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดที่จังหวะชีวิตดันมีมารผจญอย่างรินโผล่เข้ามาขัดจังหวะพอดีเป๊ะ "ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ แกเลิกมโนแล้วไปซ้อมเบสซะทีเหอะเมฆ" พายสวนกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วคว้ากระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาเปิดดื่มกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้ม "โอ้โห ปากแข็งเป็นหินเลยนะเพื่อนรัก เสียงสูงปรี๊ดขนาดนี้แปลว่าเกือบได้ยินคำสารภาพรักชัวร์ปาร์ตี้" เมฆยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะแซว แถมยังทำหน้าทำตายียวนกวนประสาทตามสไตล์สายปั่นประจำกลุ่ม "ก็นะ... ประธานชมรมมาดเนี๊ยบ ปากร้ายใส่คนทั้งมหาลัย แต่ยอมก้มหัวให้มือเบสวงเราคนเดียว แบบนี้เขาไม่เรียกแค่อมพะ굽นะพาย เขาเรียกว่าคลั่งรักจนโงหัวไม่ขึ้นต่างหาก" "ถ้าแกยังไม่หุบปาก ฉันจะเอาสายเบสไปฟาดหัวแกแทนไม้กลอง" พายปรายตาคมกริบส่งสัญญาณเตือน เมฆถึงกับหัวเราะร่วนแล้วยกมือยอมแพ้ แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าไม่จางหาย บรรยากาศในห้องชมรมกลับมาเงียบสงบอีกครั้งหลังจากเมฆขอตัวเดินไปเข้าห้องน้ำ พายถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบช่วยเยียวยาสติอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิง สมองทบทวนภาพเหตุการณ์ก่อนหน้า รินเดินเข้ามาด้วยท่าทีสนิทสนมเกินเหตุ คำพูดเยาะเย้ยถางถางที่พยายามแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ และท่าทีของทิวที่ถึงแม้จะสะบัดมือออกและปฏิเสธความสัมพันธ์ แต่แววตาของประธานหนุ่มก็ยังมีร่องรอยของความลำบากใจที่ทำให้พายรู้สึกเคืองขุ่นอยู่ในอก ทำไมเขาต้องเก็บเอาคำพูดของคนปากร้ายแบบนั้นมาใส่ใจด้วยนะ? ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกบานใสหน้าห้องดังขึ้นขัดจังหวะความคิด พายขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ปกติเวลานี้สมาชิกในชมรมจะรู้กันว่าช่วงพักเบรกไม่มีใครอยากถูกรบกวน มือเรียววางกระป๋องน้ำอัดลมลงบนโต๊ะก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย ทว่า... หน้าประตูห้องกลับว่างเปล่า ไม่มีร่างของใครยืนอยู่เลยสักคน พายกวาดสายตามองซ้ายมองขวาตามทางเดินที่เงียบเชียบ มีเพียงแสงไฟนีออนทอดยยาวไปตามผนังตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านผิวแก้มจนรู้สึกขนลุกเล็กน้อย แต่ก่อนที่ร่างบางจะปิดประตูด้วยความฉงน สายตาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งวางอยู่บนพื้นตรงหน้าธรณีประตู ถุงกระดาษสีคราฟท์ขนาดกะทัดรัด ผูกโบด้วยเชือกป่านเรียบง่ายแต่ดูใส่ใจ พายก้มลงหยิบถุงนั้นขึ้นมาด้วยความระแวง เปิดปากถุงออกดูแล้วก็ต้องนิ่งงัน กลิ่นหอมกรุ่นของพายสตรอว์เบอร์รีอบใหม่ลอยเตะจมูกทันที ขนมหวานร้านโปรดที่ต่อคิวซื้อยากเย็นแสนเข็ญในห้างดังแถวมหาลัย ซึ่งเป็นร้านเดียวกับที่ทิวเคยพาไปกินเมื่อสัปดาห์ก่อน และที่สำคัญที่สุด... บนกล่องขนมมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ที่คุ้นตาเป็นอย่างดี *[เลิกทำหน้าเป็นยักษ์กินรistซะที กินเข้าไปซะ จะได้เลิกบ่นเรื่องพลังงานหมด]* อ่านจบ พายก็เผลอแค่นسเสียงออกมาเบาๆ "หึ... คิดว่าส่งของกินมาล่อแล้วจะหายโกรธหรือไง ตาบ้าทิว" ถึงปากจะบ่นอุบอิบและทำท่าทางฮึดฮัด แต่เรียวปากกลับเผลอยกยิ้มขึ้นอย่างไม่อาจห้ามใจ ความอุ่นวาบแล่นพล่านเข้ามาในอกอย่างดื้อด้าน ความขุ่นเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ชวนให้ใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม นี่สินะที่เขาเรียกว่าวิธีง้อแบบฉบับคนปากแข็ง... ไม่ยอมพูดคำหวานออกมาตรงๆ แต่ใช้การกระทำกวนๆ แบบนี้มาตื๊อแทน "อุ๊ยๆๆๆ อะไรน่ะพาย ขนมร้านโปรดนี่หว่า หน้าตาน่ากินเชียว แถมมีลายมือไอต้าวประธานเขียนแปะไว้อย่างนี้... แหมมม เขามีบริการส่งเดลิเวอรีถึงที่ด้วยเว้ยเฮ้ย" เมฆที่เพิ่งเดินกลับมาจากห้องน้ำโผล่พรวดเข้ามาด้านหลัง ทำเอาพายสะดุ้งสุดตัวรีบซ่อนกระดาษโน้ตไว้ด้านหลังทันที "อะไรของแกเนี่ยเมฆ ตกใจหมด" พายแหวใส่กลบเกลื่อนอาการเขินที่เริ่มลามเลียใบหู "เปล่าสักหน่อย แค่เดินมาเห็นคนปากแข็งแถวนี้กำลังยิ้มแก้มปริจนจะแตกอยู่แล้ว" เมฆทำเสียงล้อเลียน ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วทำจมูกฟุดฟิด "กลิ่นหอมกรุ่นชวนฝันขนาดนี้ ฝีมือพ่อหนุ่มมาดเนี๊ยบชัวร์ปาร์ตี้ ว่าแต่เขา ง้อ ท่าไหนวะเนี่ย ถึงได้ทำให้คนแถวนี้หายงอนเป็นปลิดทิ้งภายในสามวิ" "ใครหายงอน! ฉันยังไม่ได้บอกเลยสักคำว่าจะหายโกรธ" พายปฏิเสธเสียงแข็ง รีบคว้ากล่องขนมเดินกลับเข้าไปในห้องซ้อมทันทีเพื่อหนีสายตารู้ทันของเพื่อนสนิท แม้จะพูดแบบนั้น แต่มือเรียวก็บรรจงเปิดกล่องพายสตรอว์เบอร์รีออกอย่างทะนุถนอม กลิ่นหอมหวานละมุนกระจายไปทั่วพื้นที่ ชิ้นขนมถูกอบมาอย่างดี หน้าตาน่ากินจนใจยวบยาบ พายหยิบส้อมพลาสติกขึ้นมาตักชิ้นขนมเข้าปาก รสชาติหวานอมเปรี้ยวละมุนลิ้นทำให้ความหงุดหงิดที่มีก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิด ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น พายรีบคว้าขึ้นมาเปิดดูด้วยความรวดเร็ว หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองชุดในห้องซ้อม *Tiw_Pr: "อร่อยไหม ถ้าไม่อร่อยคราวหน้าจะซื้อร้านอื่น แต่ถ้าอร่อย... เย็นนี้เลิกซ้อมแล้วลงมาเจอที่ลานจอดรถหลังตึก มีเรื่องต้องเคลียร์ให้จบ"* พายอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา รอยยิ้มที่มุมปากกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกท้าทายผสมผสานกับความตื่นเต้นตีรวนอยู่ในอก ตาคู่สวยมองลอดผ่านกระจกใสของห้องซ้อมออกไปด้านนอก ท่ามกลางโถงทางเดินที่ผู้คนเริ่มบางตา และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ากระจกใสพอดิบพอดี สายตานิ่งสนิทแต่แฝงความหมายลึกซึ้งของประธานชมรมดนตรีส่งตรงผ่านกระจกเข้ามา สบตากับมือเบสสาวตัวแสบพอดิบพอดี ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน... และระยะห่างที่ค่อยๆ ลดลงเมื่อทิวค่อยๆ ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู พร้อมกับเสียงปลายสายที่ดังลอดเข้ามาในห้องซ้อมเบาๆ "ลงมาได้แล้ว... ผมรอนานแล้วนะพาย" ------------------------------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%