ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 32

ถามตรงๆ แต่ไม่ยอมตอบ

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ตกลงว่าที่ทำอยู่ทั้งหมดนี่... สำหรับพี่ มันคืออะไรกันแน่ครับ?” เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความจริงจังหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของพาย มือเรียวที่ปกติมักจะวางอยู่บนสายเบสสี่เส้นเพื่อดีฟจังหวะเพลงร็อกมันๆ ตอนนี้กลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีหลังตึกกิจกรรมยามค่ำคืนเงียบสนิท มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของแอมป์กีตาร์ที่ยังไม่ได้ปิดสวิตช์เป็นเพื่อน ทิว—ประธานชมรมดนตรีมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากแข็งและสายตาพิฆาต ชะงักมือที่กำลังเก็บสายแจ็คทันที ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า นิ่งงันไปอึดใจหนึ่งราวกับกำลังประมวลผลคำถามที่พุ่งชนตรงๆ แบบไม่ให้ตั้งตัว ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที รินเพิ่งจะเดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ หลังพยายามสร้างสถานการณ์ว่าเธอกับทิวยังมีความเกี่ยวพันกัน ทว่าสิ่งที่พายต้องการไม่ใช่คำแก้ตัวจากปากคนนอก แต่เป็นความชัดเจนจากคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ คนที่ชอบทำตัวตีเนียน ยื่นมือเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัว ขยับสถานะจากรุ่นพี่จอมกวนประสาทมาเป็นคนที่ทำให้หัวใจของมือเบสสายเทริดปั่นป่วนได้ทุกวัน “ทำไมอยู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะพาย” ทิวเลือกที่จะตอบด้วยคำถาม น้ำเสียงราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่คนช่างสังเกตอย่างพายจับพิรุธได้ “ก็เพราะผมไม่อยากโง่อยู่คนเดียวนะสิครับ” พายก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าว ขายาวๆ หยุดยืนห่างจากร่างสูงเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง “เวลาพี่ทำดีด้วย เวลาพี่หวง เวลาพี่คอยตามเช็ดตามล้างให้... สำหรับพี่ ผมเป็นแค่น้องในชมรมที่พี่ต้องดูแล หรือเป็นอะไรที่มากกว่านั้นกันแน่” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง หนักหน่วงเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม ทิวเม้มปากเป็นเส้นตรง สันกรามคมชัดขึ้นจากการขบกรามแน่น ปากร้ายๆ ที่มักจะใช้พ่นคำแซวหรือสั่งงานคนอื่นในชมรมกลับปิดสนิทราวกับมีแม่กุญแจล็อกไว้ อาการแบบนี้... อาการที่เวลาจนมุมแล้วเลือกจะนิ่งเงียบหรือหาเรื่องเปลี่ยนประเด็น คือนิสัยแท้จริงของหมาโบ้ปากแข็งตัวนี้ที่พายเกลียดนักเกลียดหนา “พี่ทิว...” พายเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย แต่อัดแน่นไปด้วยความกดดัน “ถ้าพี่จะแค่เล่นๆ หรือแค่สนุก... บอกมาเลยครับ ผมจะได้ถอยออกมาก่อนที่ผมจะรู้สึกไปมากกว่านี้” ประโยคสุดท้ายหลุดออกจากปากพร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ ในอก พายไม่ใช่คนอ่อนแอ และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่กับผู้ชายคนนี้... กำแพงที่สร้างไว้สูงลิ่วกลับถูกพังทลายลงทีละน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ทิวสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความเหนื่อยอ่อนจากการซ้อมลอยเข้าจมูก ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยเสmือนจะถอยหนี แต่พายไว1กว่า เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวของอีกฝ่ายไว้แน่น ไม่ยอมให้คนตรงหน้าบ่ายเบี่ยงหนีปัญหาไปได้อีกเหมือนทุกครั้ง “อย่ามาทำเงียบใส่ผมนะ” พายกดเสียงต่ำ ดวงตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมานิดๆ อย่างน่าหงุดหงิด “พี่ฉลาดจะตาย ทำไมเรื่องแค่นี้จะตอบไม่ได้” “พาย...” ในที่สุดทิวก็ยอมปริปาก น้ำเสียงของเขาทุ้มพร่าและแหบแห้งกว่าปกติ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นสุดขั้วก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดกันเล่นๆ ตรงนี้” “แล้วตรงไหนล่ะครับ? หรือต้องรอให้มีใครสักคนเดินเข้ามาแทรกกลางเหมือนเมื่อกี้อีก ถึงค่อยพูด?” พายย้อนถาม เสียงเริ่มสั่นด้วยความอัดอั้น “พี่รินเขาก็ยังวนเวียนอยู่ แล้วตัวพี่เองก็ไม่ยอมเคลียร์ให้มันชัดเจน... พี่สนุกมากเหรอครับที่เห็นผมยืนรอคำตอบอยู่แบบนี้” “ฉันไม่ได้สนุก!” ทิวเผลอขึ้นเสียงใส่เล็กน้อย แววตาคมกริบฉายแววร้อนรนขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นออกไปหมายจะจับไหล่บางของพาย แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศเหมือนยับยั้งชั่งใจไว้ทัน จังหวะนั้นเอง เมฆที่แอบยืนหลบมุมอยู่ตรงประตูห้องซ้อมด้านหลัง ซึ่งแอบลอบมองสถานการณ์ตึงเครียดนี้มาสักพัก ถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับเบาๆ กับความปากแข็งระดับพรีเมียมของเพื่อนสนิทฝั่งพระเอก พลางคิดในใจว่า *‘ไอ้ทิวเอ้ย แกนี่มันโบ้ตัวจริงเสียงจริง ปากบอกไม่แคร์ แต่หน้าตานี่เหมือนคนกำลังจะขาดใจตายอยู่รอมร่อแล้วโว้ย’* “ถ้าไม่ได้สนุก... งั้นก็พูดออกมาสิครับ” พายก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าอกแทบจะแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม ความถือดีในแววตาฉายชัดเจน “ตอบคำถามผมสิครับทิว ว่าผม... สำคัญกับพี่แค่ไหน” ทิวนิ่งอึ้งไปกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป สติที่เคยควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยมเริ่มกระเจิงเมื่อปลายนิ้วของพายที่กำชายเสื้อเขาอยู่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ข้อมือ ความอุ่นร้อนจากสัมผัสนั้นแผ่ซ่านเข้ามาถึงหัวใจจนน่ากลัว ผู้ชายปากร้ายอย่างเขาไม่เคยกลัวอะไรในชีวิต ทั้งเรื่องดนตรี เรื่องเรียน หรืออนาคต แต่ยอมรับตรงๆ เลยว่า เขากลัวแววตาคาดคั้นและจริงจังคู่นี้เหลือเกิน... กลัวว่าถ้าพูดความจริงออกไปหมด ทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม กลัวว่าความสัมพันธ์ที่เปราะบางนี้จะพังทลายลง ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น ทิวอ้าปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง คำพูดนับร้อยที่อัดอั้นอยู่ในอกกำลังจะพรั่งพรูออกมา กึก! เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับบานประตูห้องซ้อมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทและเสียงหัวเราะในลำคอ “อ้าว... ยังซ้อมกันอยู่เหรอครับ นึกว่ากลับกันหมดแล้วซะอีก พอดีผมลืมปิ๊กกีตาร์ไว้... ขอรบกวนเวลาสวีท เอ๊ย เวลาคุยกันหน่อยนะ” ทั้งพายและทิวผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ พายหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาไม่พอใจสุดขีด ขณะที่ทิวขมวดคิ้วมุ่น ปล่อยมือออกจากข้อมืออย่างเสียดาย พร้อมกับสถานการณ์ที่ถูกตัดขาดลงในวินาทีที่คำตอบกำลังจะหลุดจากปาก ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%