"ผมบอกแล้วไงครับว่าผมไม่ได้ว่างขนาดนั้น... อีกอย่าง เบสตัวนี้ผมต้องรีบเอาไปเปลี่ยนสายให้ทันรอบซ้อมเย็นนี้ด้วย รบกวนหลบทางด้วยครับน้อง"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยติดจะรำคาญใจนิดๆ ดังขึ้นบริเวณหน้าห้องซ้อมดนตรีใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาเข้ารูปกึ่งหลวมพอดิบพอดีกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าคมคายติดจะหยิ่งทระนงเล็กน้อยเชิดขึ้นนิดๆ ตามสไตล์ของ 'พาย' มือเบสมาดเท่ประจำชมรมดนตรี ที่ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครหลายคนอย่างเลี่ยงไม่ได้
ตรงหน้าของมือเบสคนเก่งคือรุ่นน้องปีหนึ่งจากคณะบริหารธุรกิจ ร่างสูงโปร่ง หน้าตาจัดว่าดูดีในระดับเดือนคณะ กำลังถือกล่องของขวัญผูกโบสีฟ้าอ่อนไว้ในมือด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ใบหน้าของรุ่นน้องคนนั้นขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู
"คือ... พี่พายครับ ผมชอบพี่จริงๆ นะครับ! ตั้งแต่วันงานปฐมนิเทศที่พี่ขึ้นไปแจมเบสบนเวที ผมก็ละสายตาจากพี่ไม่ได้เลย ถ้าไม่รังเกียจ..."
"รังเกียจครับ"
พายตัดบทสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด สีหน้าไม่ได้มีความกระดากอายแม้แต่น้อย มีเพียงความรำคาญใจที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่สวย "พี่ไม่ใช่คนใจดี แล้วก็ไม่ได้ชอบให้ใครมาเดินตามตื๊อตอนเวลาซ้อมด้วย ของพวกนี้เอาคืนไปเถอะครับ พี่ไม่รับ และคงไม่มีวันรับด้วย"
"แต่ว่าพี่พาย..."
"น้องครับ..." เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบจะเป็นเสียงคำรามลอดไรฟันดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของรุ่นน้องปีหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวที่อึมครึมอยู่แล้วพลันลดฮวบลงจนติดลบในทันที "หูหนวกหรือว่าสมองมีปัญหาครับ ที่คนเขาปฏิเสธเป็นภาษาไทยชัดเจนขนาดนี้ ยังฟังไม่ออกอีกเหรอว่าเขาไล่?"
รุ่นน้องปีหนึ่งสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ก่อนจะผอยถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าเจ้าของเสียงทุ้มทรงอำนาจและใบหน้าบึ้งตึงราวยักษ์ปักหลั่นนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'ทิว' ประธานชมรมดนตรีสุดเนี๊ยบที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและหวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่
ทิวในเวลานี้ไม่ได้รักษามาดประธานชมรมผู้ใจเย็นและสุขุมอีกต่อไปแล้ว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนเห็นได้ชัด นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่กำลังแผดเผา สันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นเสียจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด
เลือดในกายของประธานหนุ่มพุ่งพล่านจนแทบจะทะลักขึ้นมาบนใบหน้า รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนแทบจะกลายสภาพเป็นไอความร้อน พายแอบเหลือบมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแล้วมุมปากก็กระตุกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ โดยที่เจ้าตัวรีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว
"ปะ... ประธานทิว สวัสดีครับ ผมแค่..."
"ผมไม่สนว่านายจะแค่อะไร" ทิวก้าวเข้าไปประชิดตัวรุ่นน้องคนนั้นด้วยความเร็วสูงจนอีกฝ่ายผถอยกรูดไปชนกับผนังตึก แววตาคมกริบกวาดมองกล่องของขวัญในมือเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกอยากจะปัดมันให้กระเด็นตกท่อ "จำไว้นะครับว่าคนคนนี้มีเจ้าของแล้ว และต่อให้เขาโสด นายก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะชายตามอง... ไดรฟ์เบสของตัวเองอยู่ไหน? ไปหยิบมาแล้วไสหัวไปซ้อมตึกโน้นซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วซ้อมนายแทนกีตาร์!"
รุ่นน้องปีหนึ่งหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด รีบโค้งตัวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ก่อนจะวิ่งหนีหายลับไปจากบริเวณนั้นอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้หน้าห้องซ้อมเหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
ทิวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน เขากวาดสายตากลับมามองคนตัวบางที่ยังคงยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายอกสบายใจราวกับเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงละครตลกฉากหนึ่งเท่านั้น
"สนุกมากไหมครับ?" ทิวเค้นเสียงถาม ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวพายจนแผ่นหลังบางแนบติดกับบานประตูไม้ "ยืนให้เด็กมันมาหยอดคำหวานใส่แถมยังทำหน้ายิ้มระรื่น... ชอบใจนักใช่ไหมที่มีคนมาขายขนมจีบถึงที่?"
"พูดอะไรไม่เข้าท่าครับทิว ผมบอกมันไปตั้งนานแล้วต่างหากว่าเป็นคนปฏิเสธไม่เป็น หรือคุณหูตึงจนฟังไม่ทัน?" พายเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดื้อๆ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย "อีกอย่าง... เขาก็แค่น้องปีหนึ่งหน้าตาใช้ได้คนหนึ่ง มารยาทดี แถมซื้อของมาฝากด้วย จะให้ผมใจร้ายผลักไสไล่ส่งตั้งแต่คำแรกได้ยังไงล่ะครับ?"
คำพูดที่ตั้งใจยั่วโมโหทำเอาทิวถึงกับฟิวส์ขาดผึ่ง ร่างสูงก้มตัวลงใช้มือสองข้างยันกรอบประตูไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณัติทันที ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของกันและกัน นัยน์ตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่พูดจาชวนให้หงุดหงิดใจด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมคลั่งรัก
"ปากเก่งนักนะครับ..." ทิวโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมหีบปากอิ่ม เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ "อยากให้ผมพิสูจน์ให้ดูไหมล่ะครับว่า คนที่สิทธิ์ขาดในตัวพายจริงๆ น่ะ... คือใคร?"
พายชะงักไปเล็กน้อยเมื่อความใกล้ชิดนี้เล่นเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง แต่ด้วยศักดิ์ศรีและความปากแข็งที่มีเป็นทุนเดิม ทำให้เจ้าตัวรีบเบือนหน้าหนีเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด
"ถอยไปเลยครับทิว คนมองเต็ม..."
"ผมไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละครับ" ทิวไม่ปล่อยให้พายได้พูดจบ ประธานหนุ่มก้มลงกดริมฝีปากลงบนแก้มเนียนใสอย่างถือวิสาสะโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ดังขึ้นชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน เลือดในกายสูบฉีดจนหัวใจเต้นโครมครามราวกับตีกลองชุดในห้องซ้อม มือบางที่เคยอดอกไว้รีบยกขึ้นดันอกแกร่งออกทันที "นี่คุณ! บ้าหรือไง มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย!"
"ผมไม่ได้บ้านะครับ... ผมแค่แสดงความเป็นเจ้าของ" ทิวยืดตัวขึ้นมองผลงานบนแก้มใสที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "จำไว้เลยนะครับพาย ถ้ามีไอ้หน้าไหนกล้ามาขายขนมจีบคุณอีก ผมจะไม่แค่ไล่ตะردอย่างเมื่อกี้แน่..."
ทิวเว้นจังหวะไปนิด นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำชวนใจสั่นก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังแทบหยุดหายใจ
"รอบหน้า... ผมจะจูบคุณต่อหน้ามันให้ดูเลยครับ"
พายเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้าจนปิดไม่มิด มือที่ดันอกอีกฝ่ายอยู่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อของทิวแน่นด้วยความหมั่นไส้แกมเขินอาย แต่ยังไม่ทันที่พายจะได้อ้าปากด่ากลับเพื่อกู้หน้า เสียงฝีเท้าคุ้นเคยของเพื่อนสนิทตัวแสบก็ดังแทรกขึ้นมาจากสุดทางเดิน
"อ้าว! ยืนสวีทอะไรกันตรงนั้นวะพี่ทิว น้องพาย? หลบทางให้หน่อยเว้ย กูจะแบกกลองชุดผ่าน..." เมฆที่ถือไม้กลองเคาะไหล่เดินเลี้ยวโค้งตึกมาหยุดชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ดวงตาคู่เรียวเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์สุดกวนประสาท "อุ๊ย! กูมาขัดจังหวะความรักของประธานกับมือเบสสุดแซ่บหรือเปล่าเนี่ย? ขอโทษที พอดีกูตาไม่ค่อยดี เดี๋ยวเดินถอยหลังกลับไปตั้งหลักใหม่แป๊บนะ..."
"ไอ้เมฆ! เงียบปากแล้วไสหัวไปเลยนะ!" พายโวยวายลั่น หน้าแดงแจ๋ด้วยความอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
ทิวหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ความหึงหวงเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งให้คนตัวบางในอ้อมแขน
แต่ทว่า... ในจังหวะที่ทิวกำลังจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระเซ้าเย้าแหย่พายต่อนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของประธานหนุ่มก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ ทิวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ ควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อจะกดตัดสาย แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอเสียก่อน
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของทิวแข็งค้างลงในทันที นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อของบุคคลที่โทรเข้ามาในเวลาแบบนี้
"ริน...?"
พายที่ยืนอยู่ใกล้กันพอดิบพอดีพลันชะงักกํา ชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ของทิวแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากที่เคยยิ้มแย้มจะตกลงทันที บรรยากาศรอบตัวที่กำลังหวานชื่นเมื่อครู่ พลันพลิกกลับมาคุกรุ่นและเย็นยะเยือกขึ้นมาอีกครั้งในพริบตาเดียว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 34
มีคนมาสารภาพรัก
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!