ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 6

แกล้งคืนด้วยความห่วง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงสายเบสสี่เส้นที่ถูกดีดซ้ำไปซ้ำมาด้วยจังหวะกระแทกกระทั้นในห้องซ้อมชมรมดนตรี สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามระบายออกมาผ่านเสียงเพลง พายกวาดสายตามองโน้ตตรงหน้าสลับกับประตูห้องซ้อมที่ยังคงว่างเปล่า ตั้งแต่เลิกคลาสจนถึงตอนนี้ ประธานชมรมจอมเนี๊ยบที่ปกติจะมาวนเวียนตรวจความเรียบร้อยจนน่ารำคาญ กลับหายเข้ากลีบเมฆ ปล่อยให้เขากับเมฆนั่งตบยุงอยู่ในห้องนี้มาเกือบครึ่งชั่วโมง "ไอ้ทิวมันหายหัวไปไหนของมันวะ หรือว่าแอบไปสวีตกับคุณรินดาวคณะนิเทศฯ ที่ลานเกียร์อีกรอบ?" เมฆเอ่ยขึ้นลอยๆ พลางเคาะไม้กลองลงกับขาตัวเองเบาๆ เพื่อรักษาจังหวะ "เห็นเมื่อกลางวันเดินควงคู่กันลงมาจากตึกบริหารอย่างกับพระนางละครหลังข่าว" พายชะงักมือที่กำลังจะปลดสายแจ็คเบส ใบหน้าสวยเฉียบตึงขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ เขาแค่นเสียงหึในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ควรสนใจผู้ชายปากร้ายคนนั้น แต่ไอ้ความรู้สึกแปลกๆ ที่ตีรวนอยู่ในอกนี่มันคืออะไรวะ "จะไปไหนก็เรื่องของเขาเถอะครับ ใครจะไปว่างเดินตามเช็ดตามล้างเหมือนเธอล่ะ" พายตอบเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนร่องรอยความหงุดหงิดที่แสดงออกชัดเจนเกินไป "โอโห กลิ่นน้ำส้มสายชูพุ่งทะลุห้องซ้อมมาถึงนี่เลยว่ะเพื่อน พาย... มึงไม่ได้หึงใช่ไหมเนี่ย" เมฆหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากตามประสาคนชอบปั่น "หึงบ้าอะไรล่ะ! กูแค่เกลียดคนผิดเวลา งานชมรมกองอยู่ตรงหน้าแต่หัวหน้าวงดันหนีไปเที่ยวเล่น มันน่าเอาเบสฟาดหัวสักทีต่างหาก" พายโต้กลับทันควัน น้ำเสียงติดจะกระแทกกระทั้นเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามขึ้นมาถึงใบหู แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องซ้อมดังขึ้นขัดจังหวะบทสนทนา ร่างสูงโปรดของทิวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกก้าวเข้ามาด้วยท่าทางนิ่งสนิท มือหนาถือถุงพลาสติกใสบรรจุขนมปังและนมสดแบรนด์ดังไว้หลายชิ้น ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย เหมือนคนเพิ่งผ่านการเคลียร์ปัญหาปวดหัวมาหมาดๆ ทิวกวาดสายตาจากเมฆมาหยุดอยู่ที่พาย นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายบางอย่างที่อ่านยากครู่หนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามสไตล์ประธานชมรมจอมเฮี้ยบ "นั่งทำหน้าเป็นตูดหมึกอะไรกันอยู่ตรงนี้ ซ้อมเสร็จหรือยัง" ทิวเปิดฉากทักด้วยน้ำเสียงเรียบ นิ่ง และติดจะห้วนตามเคย พายเหลือบมองถุงขนมในมืออีกฝ่ายแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มหยันที่มุมปาก "อ้าว นึกว่าไปสวีตเพลินจนลืมทางเข้าห้องซ้อมซะอีกครับท่านประธาน นึกยังไงถึงโผล่หัวมาได้ หรือว่าหมดโปรโมชั่นกับคนทางโน้นแล้ว?" ทิวชะงักไปนิด ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงประชดประชันนั้น เขาวางถุงขนมลงบนโต๊ะกลางห้องแรงกว่าปกตินิดหน่อย "พูดจาอะไรไม่เข้าเรื่อง รินเขามีธุระเรื่องเอกสารของคณะ แค่บังคับให้เดินไปส่งที่โรงอาหาร จะจินตนาการไปกันใหญ่โตทำไมพาย" "ใครจะไปจินตนาการล่ะครับ ก็เห็นเดินยิ้มหัวเราะกันซะขนาดนั้น เกรงใจคนรอเคลียร์คิวงานชมรมบ้างเถอะ" พายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กอดอกมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาสองคู่ประสานกันราวกับมีประกายไฟปะทะเบาๆ เมฆที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ รีบเนียนลุกขึ้นสะพายกระเป๋า "เอ่อ... กูว่ากูออกไปซื้อน้ำแถวตึกคณะสถาปัตย์ฯ ดีกว่า ลืมของไว้ตรงนั้นพอดี อยู่ตรงนี้นานๆ เดี๋ยวหูหนวกเพราะเสียงคนแถวนี้แถเก่งว่ะ" พูดจบทิ้งระเบิดลูกเล็กไว้แล้วชิ่งเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันตามลำพัง ความเงียบเข้ามาปกคลุมห้องซ้อมชั่วขณะ มีเพียงเสียงแอร์เก่าๆ ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ทิวถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง เขาปรายตามองถุงขนมที่วางอยู่บนโต๊ะ ก่อนจะดันมันไปข้างหน้าเล็กน้อยด้วยปลายนิ้ว "เอาไปกินซะ" ทิวเอ่ยเสียงเรียบ หลบสายตาไปทางอื่น พายเลิกคิ้วสูง ก้มมองถุงขนมแล้วเงยหน้ามองหน้าพระเอกหนุ่มสลับกัน "อะไรของคุณ อยู่ดีๆ เอาขนมมาให้... อย่าบอกนะว่าสงสารผม หรือว่าเอาของเหลือจากคนอื่นมาฝาก?" "ปากคอระราะร้ายจริงนะเรา" ทิวหันขวับกลับมามองด้วยสายคาดโทษ มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างขัดใจ "ไม่ได้เหลือจากใคร... พอดีเดินผ่านร้านสะดวกซื้อแล้วซื้อมาเกิน กินไม่หมด ยัดใส่กระเป๋ามาตั้งนานละ เกะกะลูกตา จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินก็จะเอาไปทิ้งถังขยะ" *ซื้อเกิน? ข้ออ้างสิ้นดี...* พายคิดในใจ มุมปากกระตุกขึ้นอย่างรู้ทัน ขนมปังไส้ครีมนมสดที่เขาชอบกิน กับนมอุ่นรสโปรดเนี่ยนะเรียกว่าซื้อเกิน? คนอย่างทิวไม่มีทางซื้ออะไรเกินความจำเป็นเด็ดขาด ยิ่งเป็นของกินด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ "อ๋อ... ซื้อเกินเหรอครับ?" พายก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายช้าๆ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เริ่มหลบเลี่ยงการสบตา "บังเอิญจังนะครับที่ดันซื้อของโปรดผมมาครบทุกอย่างแถมยังซื้อเกินแบบพพอดีเป๊ะซะด้วย" ทิวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเมื่อร่างบางเข้ามาประชิดจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ลอยแตะจมูก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวระรึกอย่างควบคุมไม่ได้ ปากร้ายๆ ที่มักจะสวนกลับได้ทุกคำ ตอนนี้กลับเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง "ก็... ร้านมันมีแค่นี้ จะให้ซื้ออะไรเล่า ไม่อยากกินก็วางไว้ตรงนั้นแหละ อย่ามาเซ้าซี้ได้ไหม" ทิวเสียงแข็งกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่เริ่มลามไปถึงใบหู พายโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาดื้อรั้นฉายความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนปากแข็งให้ออกอาการรนราน มือเรียวยื่นไปหยิบกล่องนมขึ้นมาหมุนดูวันหมดอายุช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มยั่วเย้าที่ทำเอาคนมองแทบหายใจไม่ทั่วท้อง "ปากแข็งชะมัดเลยนะครับ... ทั้งๆ ที่เป็นห่วงกลัวผมไม่ได้กินข้าวเย็นจนต้องเดินไปซื้อมาให้ถึงตึกนิเทศฯ แล้วรีบวิ่งแจ้นกลับมาเนี่ยนะ" พายกระซิบเสียงเบา แต่อัดแน่นไปด้วยความคมคายที่แทงทะลุเกราะป้องกันของทิวจนหมดสิ้น ทิวเบิกตากว้างเล็กน้อย ร่างสูงชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อความลับที่ตั้งใจปกปิดถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของห้องซ้อม ชายหนุ่มขบกรามแน่น ความอดทนที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึ่งลงทันที มือหนาตัดสินใจเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของพายไว้หลวมๆ ไม่ให้ถอยหนี พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังของพายชนเข้ากับผนังห้องซ้อมดนตรีโดยไม่มีทางถอย ดวงตาสองคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ ทิวจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่วาววับด้วยความท้าทาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความหวั่นไหวไหวระริกซ่อนอยู่ลึกๆ "ถ้ารู้ว่าปากดีแบบนี้... น่าจะซื้อยาแก้ปวดหัวมาฝากด้วยซ้ำ" ทิวโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่เก็บกดไว้ไม่ไหว "จะได้หยุดพูดจาชวนให้คนเขาอยากจับจูบสักที..." พายชะงักกึก ลลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะเมื่อเจอประโยคสวนกลับที่คาดไม่ถึง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนลามไปถึงต้นคอ จังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสองครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่แง้มออกโดยฝีมือของเมฆที่โผล่หน้าเข้ามาหน้าตาตื่น "เฮ้ยพวกมึง ลืมไปว่ากระเป๋ากู... อุ๊ย! กูไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะนะเว้ย เชิญต่อตามสบาย!" เมฆทำท่าปิดตากลับหลังหันทันทีด้วยความรวดเร็ว ทิวสะดุ้งเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมผละออก พายใช้จังหวะนั้นดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ชายหนุ่มถอยหลังกลับไปก้าวหนึ่งอย่างเสียดาย แต่สายตายังคงจดจ้องร่างบางไม่วางตา มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาพายอยากจะเอาเบสฟาดหน้าเขาจริงๆ สักที "กินซะล่ะ ขนมปังนั่น... ถ้าหมดอายุขึ้นมา เดี๋ยวฉันจะหาว่าเธอไม่รักดี" ทิวทิ้งท้ายด้วยประโยคกวนประสาท ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าแล้วเดินสวนเมฆออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้พายยืนหน้าแดงก่ำอยู่กับถุงขนมบนโต๊ะเพียงลำพัง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงซ้อมดนตรีและลุ้นความสัมพันธ์ชวนจิกหมอนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%