ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 5

เบสกับกีตาร์ที่ไม่เข้ากัน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"ดีดเบสได้สากกระเบือกมากครับคุณพาย นี่ตั้งใจมาซ้อมหรือตั้งใจมาทำลายโสตประสาทคนในชมรมกันแน่" เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่เสียงโน้ตตัวสุดท้ายของสายเบสสี่สายเงียบลง ทิวในฐานะประธานชมรมดนตรีและมือกีตาร์โปร่งตัวท็อปของมหาลัยกอดอกพิงผนังห้องซ้อม สายตาคมกริบมองตรงมาด้วยแววตาคาดคั้นที่ทำเอาคนถูกมองอยากจะถอดรองเท้าผ้าใบปาใส่หน้าหล่อๆ นั้นเสียให้เข็ด พายยักไหล่เบาๆ ไม่สะทกสะทahan มือเรียววางเบสตัวโปรดลงบนขาตั้งอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตาคนปากเสียด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่จะทำได้ "อ้าว ประธานทิวครับ หูฝืดหรือว่าสมองเสื่อมครับเนี่ย โน้ตตัวนั้นผมดีดตามคอร์ดเป๊ะๆ หรือว่าที่ฟังดูเพี้ยน เป็นเพราะหูของคุณมันมีอคติบังอยู่จนฟังเสียงดนตรีดีๆ ไม่เป็นกันแน่ครับ" พายสวนกลับทันควัน เสียงใสแต่แฝงด้วยความคมคายทำเอาเมฆที่นั่งจูนกีตาร์อยู่มุมห้องถึงกับต้องรีบเอามือปิดปากกลั้นขำ "ปากดีนะเรา" ทิวแค่นหัวเราะในลำคอ ขากยาวๆ ก้าวเข้ามาประชิดตัวมือกรงเล็บเบสที่ยังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สตูล "ถ้าฝีมือดีเท่าปาก นายคงพาเพลงนี้ไปรอดตั้งแต่รอบแรกแล้ว ไม่ใช่มานั่งทำหน้ามึนแล้วดีดหลุดคอร์ดอยู่ได้" "ถ้าไม่พอใจฝีมือผม ทำไมไม่ไปหาคนอื่นมาเล่นแทนล่ะครับ ชมรมนี้ไม่ได้มีผมเล่นเบสเป็นคนเดียวเสียหน่อย" พายเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมกริบมองตอบอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับทิวตอนนี้จะใกล้จนเกินความจำเป็น จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นเหงื่อจากการซ้อมที่ชวนให้ใจสั่นแปลกๆ ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร ปากจัดเป็นบ้า แต่ทำไมเวลาดุแล้ว... ดึงดูดสายตาชะมัด ทิวชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มไหววับขึ้นวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่รั้นเสียจนน่าหมั่นเขี้ยว เขารู้ดีว่าตัวเองกำลังหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะพายเล่นเบสไม่ดี แต่เป็นเพราะเขาพยายามละสายตาจากคนตรงหน้าไม่ได้ต่างหาก ตั้งแต่เข้ามาในห้องซ้อม สายตาของเขามักจะคอยมองหาและจับผิดอีกฝ่ายอยู่เรื่อย จนเผลอพูดจาหาเรื่องออกไปทุกทีเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก "ถ้าเปลี่ยนตัวง่าย ผมคงเปลี่ยนไปนานแล้วครับ" ทิวพึมพำเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความอ่อนลงนิดหน่อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่ทันตั้ง "เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ เสียงกีตาร์มันกลบ ผมฟังไม่ถนัด" พายเอียงคอถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป "เปล่า... ผมบอกว่าพักสิบนาที แล้วมาเริ่มซ้อมใหม่ตั้งแต่ท่อนฮุก อย่าให้ผมต้องมานั่งบ่นซ้ำสองนะพาย" ทิวปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงดังเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปหยิบกีตาร์โปร่งตัวโปรดของตัวเองที่วางอยู่บนขาตั้ง เมฆที่แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดรีบสะกิดแขนเพื่อนสนิททันทีเมื่อทิวเดินห่างออกไป "เฮ้ยพาย แกสองคนนี่เคมีแปลกๆ นะ ว่าซ้อมดนตรีหรือซ้อมจีบกันวะ กัดกันทุกรอบที่เจอแบบนี้ ระวังเถอะ จากคู่กัดจะกลายเป็นคู่ชีวิตไม่รู้ตัว" "พูดมากน่าเมฆ แกอยากโดนสายเบสฟาดปากสักทีไหม" พายหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทแก้เขิน ใบเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยที่เจ้าตัวต้องรีบยกมือขึ้นมาพัดลมแถวใบหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าว "ใครจะไปอยากได้คนปากหมาแบบนั้นเป็นแฟนกัน เลอะเทอะน่า" "ปากบอกไม่ แต่อารมณ์เมื่อกี้แกเกือบจะเอาหน้าไปชนอกเขาอยู่แล้วนะเพื่อนรัก" เมฆยังคงแซวต่อไม่เลิกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พายถลึงตาใส่เพื่อนตัวดีหนึ่งที ก่อนจะหันกลับไปสนใจเบสในมือ ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบปิ๊กกีตาร์ ประตูห้องซ้อมก็ถูกเปิดผางขึ้นด้วยฝีมือใครบางคนที่มีสิทธิ์พิเศษเหนתคนอื่น รินก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยและชุดนักศึกษาที่เข้ารูปพอดีตัวทำให้เธอดูกลบรัศมีคนในห้องไปชั่วขณะ ในมือเรียวถือถุงใส่เครื่องดื่มแบรนด์ดังหลายแก้วเดินตรงดิ่งมาทางทิวที่ยืนอยู่กลางห้อง "ทิวคะ รินซื้อกาแฟกับขนมมาฝาก ทุกคนในชมรมด้วยนะ ทานกันจะได้สดชื่น" เสียงหวานเอ่ยทักทายพร้อมส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ประธานหนุ่ม ทิวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่ก็รับแก้วกาแฟมาตามมารยาท พายที่นั่งมองภาพนั้นอยู่เงียบๆ รู้สึกสะกิดใจแปลกๆ กับความสนิทสนมที่ดูเกินเลยกว่าคำว่า "อดีตคนคุยเก่า" ของคนทั้งคู่ ความหงุดหงิดพุ่งขึ้นมาจุกอกอย่างไม่มีเหตุผล จนมือเรียวเผลอบีบสายเบสแน่น ทิวหันมามองทางพายแวบหนึ่ง ราวกับต้องการสังเกตปฏิกิริยาของคนปากเก่ง แต่เมื่อเห็นพายทำเพียงแค่นั่งไขว่ห้างแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างไม่สนใจใยดี ทิวก็ขบกรามแน่นด้วยความขัดเคืองใจไม่แพ้กัน "ขอบคุณนะริน แต่ช่วงนี้พวกเรากำลังซ้อมหนัก คงไม่มีเวลาคุยอะไรมากนักหรอก" ทิวเอ่ยปฏิเสธนิ่มๆ แต่ชัดเจนในเจตนา รินยิ้มเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามเดินเข้าไปใกล้และเอื้อมมือจะแตะแขนทิว "รินเข้าใจค่ะ รินแค่อยแวะมาหาเฉยๆ เผื่อทิวจะเหนื่อย... อ๊ะ!" จังหวะที่รินก้าวเข้าไปใกล้เกินไปจนเกือบจะแนบชิด พายที่ทนดูภาพบาดตาบาดใจ (โดยไม่รู้ตัวว่าทำไมต้องหงุดหงิด) ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เสียงขาเก้าอี้ครูดกับพื้นห้องดังสนั่นจนทุกคนต้องหันมามองเป็นตาเดียว พายก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ยื่นมือไปคว้าคอเสื้อของทิวแล้วดึงเข้ามาหาตัวอย่างแรงจนหน้าอกเกือบชนกัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ "นี่ประธานทิว! จะพักสิบนาทีไม่ใช่เหรอครับ ทำไมปล่อยให้แขกไม่ได้รับเชิญมาเดินเกะกะขวางทางซ้อมแบบนี้ล่ะ หรือว่าสมาธิคุณมันสั้นจนโดนสิ่งเร้าแค่นี้ก็หลุดหมดแล้ว?" ทิวนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของพายที่ลอยมาปะทะจมูกยิ่งทำให้สติของเขาเตลิดเปิดเปิง ยิ่งเห็นแววตาที่ฉายแววหึงหวงอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะพูดจิกกัดก็ตาม ทิวก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าเอวบางของพายเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ดึงรั้งให้เข้ามาประชิดจนไม่มีช่องว่าง ท่ามกลางความตกตะลึงของรินและเมฆที่อ้าปากค้าง "หึงผมเหรอครับ คุณมือกรงเล็บเบส..." ทิวกระซิบเสียงพร่าชิดริมหูของพาย ลลมหายใจอุ่นๆ รินรดต้นคอจนคนถูกกอดตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมดในพริบตาเดียว -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมวงซ้อมดนตรีและลุ้นความสัมพันธ์ชวนจิกหมอนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%