ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 24

เดตแรกที่ไม่เรียกว่าเดต

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
"บอกแล้วไงว่าผมไม่ได้จะมาซื้อของพวกนี้... แล้วนี่คุณลากผมมาถึงหลังร้านทำไม ทิว" เสียงทุ้มห้วนปนหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นฉุนจางๆ ของน้ำยาเคลือบไม้และฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ใต้แสงไฟสีส้มอบอุ่นในร้านขายเครื่องดนตรีเก่าแก่ย่านฝั่งธนฯ พายยืนกอดอกพิงชั้นวางสายกีตาร์ สายตาคมกริบมองร่างสูงของประธานชมรมดนตรีที่กำลังก้มๆ เงยๆ ค้นกล่องไม้พินิจพิจารณาหยิบปิ๊กกีตาร์ลายพิเศษขึ้นมาพลิกดูราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ ทิวชะงักมือที่กำลังถือปิ๊กเซลลูลอยด์ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะตีสีหน้านิ่งสนิทและดุใส่ทุกคนในชมรม กลับมีมุมโค้งที่มุมปากเล็กน้อยแบบที่พายเห็นแล้วอยากจะคว้าไม้กลองแถวนี้มาเคาะหัวสักที "ใครลาก? เดินตามมาเองแท้ๆ" ทิวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มีแววตาทะ้นเล้นฉายชัด "อีกอย่าง... เบสสี่สายตัวโปรดของคุณ สายมันเริ่มขึ้นสนิมจนเสียงบอดแล้วมั้งพาย หรือว่าหูเพี้ยนจนฟังไม่ออกว่าโน้ตมันเพี้ยนไปครึ่งคีย์แล้ว?" "ปากดีนะคุณ... มันก็แค่เสียงเฟรตกระทบกับบริดจนเกินไปนิดหน่อยน่า" พายหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างจับผิด ขยับตัวออกจากชั้นวางแล้วเดินเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ "ว่าแต่... วันนี้ว่างมากนักรึไง ถึงได้ถ่อสังขารมาเป็นธุระซื้อของให้มือเบสตัวป่วนอย่างผมเนี่ย หรือกลัวผมไปซื้อร้านอื่นแล้ววงเราจะล่ม?" ทิวชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อร่างบางก้าวเข้ามาประชิดจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษโน้ตและกลิ่นเฉพาะตัวของอีกฝ่ายลอยเข้าแตะจมูก ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะมองมาด้วยความท้าทาย ตอนนี้กลับช้อนขึ้นมองเขาอย่างจับผิด ทิวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รีบเบือนหน้าหนีไปทางชั้นวางกล่องเอฟเฟกต์เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ตรงโหนกแก้ม "ไม่ได้ว่าง... แค่ไม่อยากให้เสียงเบสในงานโชว์สัปดาห์หน้ามันห่วยแตกจนสะเทือนชื่อเสียงชมรม" ทิวแก้ตัวเสียงแข็ง ปากก็ว่าไปเรื่อยเปื่อยตามนิสัยปากร้ายขวานผ่าซาก "เลือกสิ จะเอาสายเบสนิกเกิลหรือสแตนเลส หรือจะเอาแบบเคลือบสารกันสนิมที่มันแพงหูฉี่จนต้องยอมก้มหัวขอร้องผมออกเงินให้อีกรอบ?" "ฝันไปเถอะครับคุณประธาน ผมมีปัญญาจ่ายเองน่า" พายแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้ต่อปากต่อคำกับคนฟอร์มจัด "แต่ถ้าคุณอยากจะแสดงความใจดีออกเงินให้จริงๆ ผมก็ไม่ขัดหรอกนะ... ถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลาที่ต้องมาฟังบ่นเรื่องเพลงแถมไปด้วย" ทิวหันขวับกลับมามองหน้าคนตัวเล็กทันที แววตาคมกริบฉายประกายดุเดือดขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากเถียง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของพายก็แผดเสียงร้องขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พายขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อ "เมฆ" ตัวป่วนประจำกลุ่มที่มักจะมีเรื่องไร้สาระมารบกวนเวลาคนอื่นเสมอ "ว่าไงไอ้เมฆ โทรมาผิดเวลาชะมัด" พายกดรับแล้วกรอกเสียงห้วนใส่ทันที ("เฮ้ย! พาย มึงอยู่ไหนวะ ตอนนี้รินมันมาตามหามึงที่ห้องชมรม บอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับคิวซ้อมใหญ่จะคุยด้วย... แล้วมันก็ถามหาไอ้ทิวด้วยนะโว้ย เสียงโคตรจะจริงจังเลย มึงสองคนแอบหนีไปสวีตกันสองต่อสองใช่ไหมเนี่ย ฮالو—") เสียงปลายสายลากยาวด้วยความล้อเลียนจนพายต้องรีบกดตัดสายทิ้งทันที ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มเมื่อครู่หุบฉับลงในพริบตา ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเขากับทิวทันที บรรยากาศอบอุ่นในร้านขายเครื่องดนตรีเก่าๆ เมื่อครู่คล้ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นเยียบที่ค่อยๆ คลานเข้ามา ทิวขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นท่าทีเปลี่ยนไปของคนตรงหน้า "ใครโทรมา? หน้ามึงดูแปลกๆ นะพาย" "ไม่มีอะไร... แค่เพื่อนมันโทรมาตามเรื่องซ้อม" พายตอบปัดเสียงเรียบ เบือนหน้าหนีไปมองกีตาร์โปร่งแขวนผนังฝั่งตรงข้าม ทั้งที่ในใจรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อได้ยินชื่อของ 'ริน' อดีตคนคุยเก่าของทิวที่มักจะหาเรื่องเข้ามาวนเวียนใกล้ชิดอยู่เรื่อย ทิวหรี่ตามองพิจารณาอาการของคนตัวเล็ก เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกขัดใจอะไรบางอย่าง ยิ่งเห็นริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ทิวก็ยิ่งมั่นใจว่าชื่อที่ไอ้เมฆพูดกรอกหูมาเมื่อกี้ต้องเกี่ยวข้องแน่ๆ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวพายอีกครั้งในระยะประชิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวบางไว้เบาๆ ไม่ให้เดินหนี พายสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบทรงอำนาจที่ตอนนี้มองตรงมาด้วยแววตาจริงจังจนน่าใจหาย "ปล่อยน่าทิว มาจับมือถือแขนกลางร้านแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นก็มองหรอก" พายพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงบีบกระชับที่ส่งผ่านมากลับมั่นคงและอบอุ่นจนน่าประหลาด "ช่างหัวสิว่าใครจะมอง" ทิวเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของพายจนคนตัวเล็กต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "พูดมาพาย... ใครโทรมา? แล้วทำไมหน้ามึงถึงได้บึ้งตึงขึ้นมาทันทีแบบนี้ หึงเหรอ?" คำว่า 'หึง' พ่นออกมาจากปากคนปากร้ายหน้าตาเฉย ทำเอาพายรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครหึง? ผมแค่รำคาญเสียงโทรศัพท์ไอ้เมฆเท่านั้นแหละ ปล่อยมือได้แล้วคุณประธาน" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม ทิวไม่ยอมปล่อย เขายิ่งขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนแผ่นหลังของพายแนบชิดติดกับชั้นวางสินค้า สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจทุกรายละเอียดบนใบหน้าหวานที่พยายามปั้นปึ่งใส่เขา "ปากบอกว่าไม่... แต่หูมึงแดงแจ๋เลยนะพาย" ทิวโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลทุ้มต่ำจนสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ "ถ้าไอ้รินมันโทรมาหรือตามมาวุ่นวายอะไร... จำไว้ว่ากูเคลียร์ตัวเองชัดเจนตั้งนานแล้ว และคนที่กูยืนอยู่ใกล้ตอนนี้... ก็มีแค่มึงคนเดียว" บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่เปิดคลอในร้านแทบไม่ได้ยินเข้าโสตประสาท พายยืนแข็งทื่อ สมองประมวลผลคำพูดกำกวมแต่จริงจังของคนตรงหน้าไม่ทัน หัวใจเต้นรัวเร็วราวกับกลองชุดในท่อนโคลอสเซียม ทิวค่อยๆ เลื่อนสายตาลงมามองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของพาย นิ้วโป้งหนาเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือช่องว่าง... แกร๊ก! เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวนั้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ "พี่ทิว! อยู่นี่เองเหรอคะ รินตามหาซะทั่วเลย..." เสียงหวานคุ้นหเภติดกังวานดังขึ้นจากทางหน้าร้าน ทำเอาทั้งทิวและพายต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟช็อต พายหันขวับไปมองตามเสียงก็พบกับร่างเพรียวของรินที่ยืนยิ้มหวานหยดอยู่ตรงประตูทางเข้า ดวงตาคู่สวยกวาดมองสภาพของเขากับทิวที่ยืนชิดติดกันเกินความจำเป็นด้วยรอยยิ้มที่เคลือบแฝงความหมายบางอย่าง ทิวขมวดคิ้วมืดมนทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาตึงเครียดและเย็นชาขึ้นในเสี้ยววินาที รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจนจนพายยังต้องเหลือบมอง "เธอมาทำไมที่นี่ ริน?" ทิวเอ่ยถามเสียงห้วนจัด ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ รินก้าวเข้ามาใกล้ ทำเป็นไม่สนใจสายตาดุดันของอดีตคนคุย หล่อนส่งยิ้มหวานให้ทิวสลับกับมองมาที่พายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ก็รินมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับงานดนตรีของชมรมจะคุยกับพี่นี่คะ... พอดีได้ข่าวว่าพี่มาเดินเลือกซื้อของกับพาย รินก็เลยตามมาช่วยออกความเห็นไงคะ เผื่อรินจะรู้อะไรที่พายไม่รู้..." พายแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตากลับมาคมกริบทันที ความรู้สึกกรุ่นโกรธผสมความหงุดหงิดตีรันอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมา มือเรียวเอื้อมไปหยิบสายเบสชุดที่ต้องการขึ้นมาโยนใส่ตะกร้าสินค้าเสียงดัง *ตุบ* "ไม่ต้องลำบากหรอกครับคุณริน เรื่องของในร้าน... ผมกับทิวจัดการกันเองได้" พายพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "อีกอย่าง... ของบางอย่าง ถ้ามันหมดอายุหรือเขาไม่เอาแล้ว ก็ไม่ควรจะดึงดันกลับมาใช้ซ้ำให้มันรกพื้นที่รึเปล่าครับ?" รินหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อโดนประโยคกระแทกกระทั้นแบบสุภาพแต่เจ็บแสบสวนกลับมา ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจวูบหนึ่งก่อนจะหันไปออดอ้อนทิวต่อ ทิวไม่ได้สนใจรินเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของเขาจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าบึ้งตึงของพายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันทั้งเอ็นดูและขบขัน เขารู้ดีว่าตอนนี้คนปากเก่งตรงหน้ากำลังหึงจนควันออกหูอยู่แน่ๆ ทิวขยับเข้าไปใกล้พายอีกก้าวหนึ่ง จงใจเอื้อมมือไปคว้าตะกร้าสินค้าในมืออีกฝ่ายมาถือไว้เองอย่างถือวิสาสะ รอยยิ้มเจ้าเลื้อยปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนปากร้ายแต่ใจคลั่งรัก "งั้นก็จ่ายเงินแล้วกลับห้องซ้อมกันเถอะพาย" ทิวเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ จงใจเน้นเสียงคำว่า *ห้องซ้อมของเรา* ให้รินได้ยินชัดๆ "อย่าปล่อยให้คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง... มาเสียเวลาเดินตามหาเรื่องไร้สาระแถวนี้เลย" รินยืนแข็งทื่อ สีหน้าเผือดสีลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดและท่าทีที่ชัดเจนไม่มีกั๊กของทิว ส่วนพาย... หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหงุดหงิดเมื่อครู่ กลับเต้นผิดจังหวะหนักยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้สบตากับประกายความจริงจังและห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทของคนตรงหน้า นี่มันไม่ใช่แค่การซื้อของธรรมดาเสียแล้ว... และเดตแรกที่ไม่อยากเรียกว่าเดตนี้ ก็กำลังจะพาหัวใจของพวกเขาหลุดลอยไปไกลเกินกว่าจะดึงกลับเสียด้วย - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง -
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%