“ถอยไปครับทิว ผมจะกลับ”
เสียงของพายไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นและเย็นชาจนคนฟังถึงกับชะงักมือที่กำลังคว้าข้อมือเขาไว้ พายไม่ได้หันกลับไปมองเจ้าของร่างสูงที่ยืนขวางประตูห้องซ้อมดนตรีอยู่ ดวงตาคมสวยคู่นั้นจ้องมองเพียงแค่ลูกบิดประตูที่เขากำลังพยายามจะหมุนออกไปให้พ้นจากความอึดอัดนี้
“พาย... ฟังกันก่อนได้ไหม อย่าใช้อารมณ์ตัดสินดิ” ทิวถอนหายใจยาว น้ำเสียงที่เคยเผด็จการและปากจัดจ้านบัดนี้กลับแฝงไปด้วยความรำคาญใจตัวเองอย่างปิดไม่มิด
“อารมณ์? ผมไม่ได้ใช้อารมณ์ครับ ผมแค่กำลังพิจารณาความเหมาะสม” พายแค่นยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือทั้งสองข้างกอดอกไว้แน่น เป็นท่าทางป้องกันตัวที่เขามักจะใช้เวลาไม่ไว้ใจใคร “รินเพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้ แป๊บเดียวเองนะทิว เธอยังทิ้งกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ไว้ในห้องนี้อยู่เลย แล้วคุณจะให้ผมยืนทำหน้าซื่อบื้อฟังคุณแก้ตัวงั้นเหรอ?”
“มันไม่มีอะไร!” ทิวขึ้นเสียงต่ำอย่างเหลืออด ดวงตาคมกริบของประธานชมรมดนตรีจ้องเขม็ง “รินเขาแค่เอาขนมมาให้ แล้วก็พูดเรื่องเก่าๆ ที่ผมไม่ได้สนใจแล้ว พาย... ทำไมต้องประชดกันขนาดนี้”
“ผมไม่ได้ประชด ผมแค่ไม่อยากเป็นตัวตลก” พายเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกบีบจนหายใจไม่ออก “คุณชอบคนง่ายแบบนี้เหรอครับ หรือแค่ชอบบริหารเสน่ห์ไปวันๆ เพราะคนแบบทิวมันมีแต่คนเข้าหาจนชินสินะ? งั้นผมคงไม่เหมาะหรอก เพราะผมไม่ชอบคนเจ้าชู้... โดยเฉพาะพวกปากแข็งที่บอกว่าไม่ชอบใคร แต่ดันทำตัวให้คนอื่นมีความหวังอยู่เรื่อย”
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานหึ่งๆ เมฆที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างตู้แอมป์ถึงกับกลั้นหายใจแทบตาย เขาพยายามทำตัวให้ลีบที่สุด แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันตึงเครียดเกินกว่าจะหลบไปไหนพ้น สายตาทิวที่มองพายตอนนี้มันไม่ได้น่ากลัว แต่มันคือความเจ็บปวดที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความซึนเดเระตามนิสัย
ทิวสาวเท้าเข้ามาใกล้จนพายต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องซ้อม มือแกร่งยันกำแพงกักตัวอีกฝ่ายไว้ทันที กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผู้หญิงที่พายโกรธนักหนายังไม่ทันจางไป ทิวก็แทรกกลิ่นอายความเป็นเจ้าของด้วยกลิ่นกายสะอาดๆ ของสบู่และน้ำยาปรับผ้านุ่มที่พายคุ้นเคย
“ปากดีนักนะ” ทิวก้มลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าด้วยอารมณ์ “ที่บอกว่าไม่ชอบคนเจ้าชู้... แล้วไอ้ที่หึงจนตัวสั่นอยู่ตอนนี้ล่ะ เรียกว่าอะไร?”
“ผมไม่ได้หึง!” พายสวนกลับทันควัน หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที “แค่รำคาญตา!”
“งั้นเหรอ” ทิวเลิกคิ้วกวนประสาท แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความคลั่งรักที่พายเกลียดนักหนา เพราะมันทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะ “ถ้าไม่ได้หึง... งั้นคืนนี้ไปกินข้าวกับผมได้ใช่ไหม?”
พายเม้มปากแน่น เขาอยากจะเถียง แต่สายตาที่ทิวส่งมามันกลับทำให้คำพูดเหล่านั้นติดอยู่ที่ลำคอ เหมือนคนกำลังจะจมน้ำที่พยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง แต่กลับถูกดึงให้จมลงไปลึกกว่าเดิมในความสัมพันธ์ที่ไร้ชื่อเรียกนี้
“พาย...” น้ำเสียงของทิวเปลี่ยนไป มันนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัดจนพายใจสั่น “ผมกับริน จบไปตั้งนานแล้ว และต่อให้คนทั้งโลกจะเข้ามา ผมก็มองเห็นแค่คุณคนเดียว... เชื่อใจกันหน่อยไม่ได้หรือไง?”
“คนอย่างคุณจะให้เชื่อได้กี่เปอร์เซ็นต์ครับ?” พายถามเสียงอ่อย ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน “เมื่อก่อนคุณอาจจะมองใครก็ได้ แต่ตอนนี้คนอื่นเขาก็ยังมองคุณอยู่... และผมเหนื่อยที่จะต้องคอยกันท่าใครต่อใคร”
ทิวเงียบไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าความปากร้ายของตัวเองในอดีตสร้างกำแพงไว้สูงแค่ไหน และตอนนี้เขากำลังต้องพังกำแพงนั้นลงด้วยความรู้สึกที่แท้จริง
“งั้นถ้าผมพิสูจน์...” ทิวขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะแตะกัน “ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด คุณจะเลิกผลักไสผมสักทีไหม?”
ก่อนที่พายจะได้ตอบอะไร หรือก่อนที่ทิวจะทันได้ทำตามที่พูด เสียงประตูห้องซ้อมที่ปิดอยู่ก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง
“ทิว! ฉันลืมของ... เอ๊ะ!”
รินยืนชะงักอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาที่เพิ่งแต่งมาอย่างสวยงามเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า มือที่ถือกระเป๋าถือแน่นขึ้นจนเห็นเส้นเลือด ทิวถอยห่างจากพายทันที แต่สายตายังคงจ้องมองพายด้วยแววตาที่ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ ให้กับผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย
“มีอะไรอีกครับริน” ทิวถามเสียงเรียบ ไร้ซึ่งความยินดี
รินมองสลับระหว่างทั้งสองคนด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธก่อนจะแค่นหัวเราะ “แหม... ก็นึกว่าคนอย่างประธานชมรมจะถือตัวซะอีก ที่แท้ก็ชอบของเล่นชิ้นใหม่มากกว่าของเก่าที่เคยคบกันมานานสินะ”
พายแค่นยิ้มพลางดันตัวออกมาจากกำแพง เดินตรงไปหาริน สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับมีความเย็นชาที่น่ากลัวกว่า “ของเล่นเหรอครับ? ผมว่าคนที่เห็นคุณค่าของตัวเองต่ำจนต้องมาทวงถามความสนใจจากคนที่ไม่ต้องการ... น่าจะเป็นคนที่ดูตลกกว่านะ”
“แก!” รินเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบพาย แต่ทิวไวกว่า เขาคว้าข้อมือรินไว้แน่นด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่น่ากลัวที่สุด
“พอได้แล้วริน” ทิวพูดเสียงต่ำจนน่าขนลุก “อย่าทำให้ผมต้องพูดคำที่มันรุนแรงกว่านี้... ออกไปซะ ก่อนที่มิตรภาพเก่าๆ ของเราจะไม่มีเหลือแม้แต่เศษซาก”
รินสะบัดมือออกด้วยความแค้นเคืองก่อนจะเดินกระทืบเท้าจากไป ทิวถอนหายใจยาวหันกลับมาหาพายที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แต่ทว่า... พายไม่ได้รอฟังคำอธิบายใดๆ อีกต่อไป เขาหยิบกระเป๋ากีตาร์ขึ้นสะพายหลังแล้วเดินผ่านทิวไปที่ประตู
“พาย! จะไปไหน!”
พายหยุดเดินที่หน้าประตูโดยไม่หันกลับมามอง “ผมไม่ได้หึงคุณหรอกทิว... ผมแค่เพิ่งรู้ตัวว่าผมไม่ชอบเป็นตัวเลือกของใคร และถ้าคุณยังจัดการความสัมพันธ์เก่าๆ ของตัวเองไม่ได้ ก็อย่าเพิ่งเอาหัวใจผมไปเสี่ยงเลย”
พายก้าวเท้าออกไปทิ้งให้ทิวยืนอึ้งอยู่กลางห้องซ้อม เมฆที่มองสถานการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับกุมขมับ “ซวยแล้วไอ้คุณประธาน คราวนี้งานหยาบกว่าเดิมร้อยเท่า”
ทิวไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแต่มองตามแผ่นหลังของคนที่เขารักจนแทบบ้าไปพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า... ครั้งนี้พายอาจจะไม่ได้แค่พูดเล่น แต่เขากำลังจะสูญเสียอีกฝ่ายไปจริงๆ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 19 และยังคงเอาใจช่วยความรักที่แสนวุ่นวายของนายเบสกับประธานมาดนิ่งคนนี้นะครับ! - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 19
พายไม่ชอบคนเจ้าชู้
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!