เสียงกีตาร์โปร่งที่ถูกดีดพลาดคอร์ดจนเกิดเสียงเพี้ยนบาดหูยังดังสะท้อนก้องอยู่ในห้องซ้อมดนตรีแคบๆ แต่ไม่มีใครสนใจมันสักคน บรรยากาศรอบตัวตอนนี้อึมครึมเสียจนแทบจะเอามือคว้ามาปั้นเป็นก้อนได้ ทิว ยืนค้ำโต๊ะวางโน้ตเพลงด้วยใบหน้าบึ้งตึง สันกรามคมกริบขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมที่ปกติมักจะมองมาด้วยความเรียบเฉยหรือแอบซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความหงุดหงิดที่กำลังแผดเผาทุกอย่างรอบตัว
"พูดใหม่อีกทีซิครับ พาย" เสียงททุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัวจนคนฟังต้องขนลุก
พาย มือเบสมาดเท่ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยืนกอดอกพิงกำแพงด้วยท่าทีสบายๆ ที่จงใจกวนประสาท เขากวาดตามองคนตรงหน้าอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้นบางเบา ยิ่งเติมเชื้อไฟให้คนที่กำลังหัวเสียอยู่แล้วเดือดพล่านขึ้นไปอีก
"ผมก็พูดชัดเจนดีนี่ครับ หรือว่าหูประธานชมรมเราจะมีปัญหา?" พายลอยหน้าลอยตาตอบ "พี่รินเขาแค่อาสามาช่วยดูแลเรื่องเอกสารเบิกงบจัดงานคอนเสิร์ตให้ มันก็แค่น้ำใจจากรุ่นพี่... ทำไมเหรอครับ หรือคุณทิวหวง?"
คำว่า 'หวง' ถูกพ่นออกมาพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่สำหรับทิวแล้ว มันคือระเบิดเวลาที่ทำงานตรงกลางอกพอดี
ตึง!
มือหนากระแทกลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นจนข้าวของบนโต๊ะสะเทือน เมฆที่ยืนหลบมุมอยู่ตรงมุมห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว รีบถอยหลังกรูดแล้วทำเนียนหยิบไม้กลองขึ้นมาหมุนเล่นแก้เขินทันที
"น้ำใจเหรอ?" ทิวแค่นหัวเราะ พรวดพราดเข้าไปประชิดตัวคนปากเก่งจนพายต้องเผลอขยับไหล่ถอยหลังไปติดผนังโดยอัตโนมัติ "น้ำใจบ้าบออะไรถึงขั้นมานั่งรอหน้าคณะ ตั้งแต่เที่ยงจนถึงเย็นแถมยังเอากล่องข้าวมาให้อีก ผู้หญิงคนนั้นคิดอะไรอยู่ ผมดูไม่ออกรึไง!"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาเดือดร้อนด้วยล่ะครับ?" พายเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้แม้ความสูงของอีกฝ่ายจะกดดันให้เขาต้องแหงนมองเล็กน้อย "ในเมื่อพี่รินเขาว่าง แล้วเขาก็แค่อยากช่วย... หรือว่าคุณกลัวแฟนเก่าจะมาทวงสิทธิ์รึไงครับ คุณทิว"
จังหวะที่คำว่า 'แฟนเก่า' หลุดออกจากริมฝีปากของพาย อากาศรอบตัวก็เหมือนจะลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ทิวหยุดชะงัก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้าอย่างคาดไม่ถึง ประกายไฟในแววตาของประธานหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดระคนโกรธขึง ก่อนที่เขาจะระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิม
"พาย!" ทิวตะคอกเสียงต่ำ ลมหายใจกระชั้นชิดด้วยความโมโหที่พุ่งทะยานจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ "คุณก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าผมกับรินมันจบไปนานเเสนนานแล้ว! จะขุดขึ้นมาพูดเพื่ออะไร? หรือสนุกนักใช่ไหมที่ได้เห็นผมหงุดหงิดเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียวแบบนี้!"
"แล้วใครใช้ให้คุณมาหงุดหงิดเล่า!" พายเองก็เริ่มทนไม่ไหว น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นเริ่มสั่นเครือด้วยความน้อยใจที่สะสมมาตั้งแต่ตอนกลางวัน "คุณคิดว่าผมชอบเหรอที่เห็นผู้หญิงคนนั้นมายืนคลอเคลียใกล้ๆ คุณน่ะ! คิดว่าผมใจกว้างเป็นแม่น้ำรึไงถึงต้องมายืนยิ้มรับแล้วบอกว่าไม่เป็นไรทั้งที่ในใจมัน..."
พายชะงัก ปิดปากฉับเมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดคำพูดที่แสดงความอ่อนแอและความหึงหวงออกมาหมดเปลือก ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธและอารมณ์ที่ตีรวนกันมั่วซั่วในอก
ทิวเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่สะดุดกึกเมื่อสมองประมวลผลคำพูดที่ขาดหายไปของอีกฝ่าย หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความหึงหวง พลันกระตุกวูบแล้วเต้นแรงขึ้นด้วยความหมายใหม่ที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องซ้อมดนตรีชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ทิวโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนหน้าผากแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการซ้อมดนตรีลอยเข้าจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดเจือปนไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและอันตราย
"เมื่อกี้... คุณพูดว่าอะไรนะพาย" เสียงของทิวอ่อนลงทันตาเห็น ความเกรี้ยวกราดหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาเว้าวอนและประกายความดีใจที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด "พูดใหม่อีกทีซิครับ ว่าคุณรู้สึกยังไง"
"ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น ปล่อยนะ!" พายเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวบนใบตัวเอง มือเรียวพยายามดันอกแกร่งให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว แต่ทิวกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเขาขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนปากร้ายแต่ใจคลั่งรัก "ปากแข็งชะมัด... แต่หูผมดีนะพาย คุณบอกว่าไม่ชอบให้ผู้หญิงคนนั้นมาคลอเคลียผมใช่ไหมครับ? หืม?"
"ไอ้ทิว! อย่ามา..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนดราม่าแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว ทิวจำใจต้องปล่อยข้อมือของพายช้าๆ ขณะที่พายรีบกระโดดถอยหลังไปสามก้าว จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ยังคงแดงก่ำ
เมฆที่ยืนทำตัวลีบอยู่มุมห้องรีบพุ่งตัวไปเปิดประตูทันทีเพื่อแก้สถานการณ์
"อ้าว... พี่ริน?" เมฆอุทานเสียงดังเมื่อเห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแฟชั่นยืนยิ้มหวานถือแฟ้มเอกสารอยู่หน้าห้อง
รินกวาดสายตาเข้ามาในห้องซ้อม ก่อนจะหยุดมองที่ทิวและพายสลับกัน รอยยิ้มที่มุมปากของเธอมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
"พอดีพี่ลืมเอกสารสำคัญไว้น่ะจ๊ะน้องเมฆ..." รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้ใครอนุญาต สายตาคมกริบมองตรงไปที่ทิว "ทิวคะ พอดีเรื่องงบประมาณจัดงานคอนเสิร์ต ทางคณะบดีเรียกพบด่วนเลย พี่ว่าเราน่าจะไปเคลียร์กันตอนนี้เลยนะ ก่อนที่ตึกจะปิด"
ทิวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญอย่างไม่ปิดบัง เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่รินกลับเดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือมาแตะแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงบังคับ
พายมองภาพนั้นด้วยแววตาที่วูบไหว ความรู้สึกน้อยใจที่เพิ่งจางลงไปกลับพุ่งกลับขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เขาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หันหลังคว้ากระเป๋าเบสขึ้นสะพายไหล่ทันทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ
"ถ้าติดธุระสำคัญ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ ประธานชมรมจะได้ไปเคลียร์ 'เรื่องส่วนตัว' ให้สบายใจ" พายเน้นเสียงคำว่าเรื่องส่วนตัวก่อนจะสาวเท้าเดินผ่านหน้าทิวออกไปอย่างไม่ลังเล
"พาย! เดี๋ยว..." ทิวสะบัดแขนจากการเกาะกุมของรินทันที จะก้าวตามอีกฝ่ายไป แต่รินกลับดึงแขนเขาไว้แน่น
"ทิว อย่าเพิ่งเสียมารยาทกับพี่สิคะ เรื่องงานนี้นายต้องรับผิดชอบนะ!" รินเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย
ทิวหันขวับกลับมามองรินด้วยแววตาดุดันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มจนรินต้องเผลอถอยหลังก้าวหนึ่ง
"ฟังให้ดีนะริน..." ทิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงกดต่ำ ทรงพลังและเฉียบขาดจนคนฟังต้องสะท้าน "เรื่องงาน ผมรับผิดชอบแน่... แต่เรื่อง 'ส่วนตัว' ของผม ผมจัดการเองได้ และผมเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย... อย่าล้ำเส้นเข้ามาในชีวิตผมอีก"
พูดจบ ทิวก็สะบัดแขนออกจากการจับกุมของรินอย่างแรง ไม่สนใจเสียงเรียกประท้วงของหญิงสาว เขาวิ่งพรวดพราดออกจากห้องซ้อมดนตรีเพื่อตามหาคนปากแข็งที่เพิ่งเดินหนีไป
ทิววิ่งมาจนถึงลานจอดรถหน้าคณะ ดวงตากวาดมองหาแผ่นหลังคุ้นเคยท่ามกลางความมืดสลัวของแสงไฟถนน จนกระทั่งเห็นร่างโปร่งของพายกำลังก้าวขาขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ ทิวไม่รอช้า พุ่งเข้าไปคว้าแฮนด์รถไว้แน่นก่อนที่พายจะทันได้สตาร์ทเครื่อง
พายหันมามองด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด "ปล่อยครับ! จะตามมาทำไม ทำไมไม่ไปเคลียร์กับพี่รินของคุณให้เรียบร้อยล่ะ!"
ทิวหอบหายใจเล็กน้อยจากการวิ่งตาม เขามองหน้าคนหึงจนตาเขียวด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดูระคนโล่งอก ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าห่างกันเพียงคืบเดียว เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย
"หึงผมขนาดนั้นเลยเหรอครับ... คุณมือเบส"
พายชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ริมฝีปากยังคงดื้อรั้น
"ใครหึง! อย่าหลงตัวเองน่าคุณทิว!"
"ปากแข็งจังนะ..." ทิวยิ้มมุมปาก ยื่นมือหนาขึ้นมาจับปลายคางมนให้เงยขึ้นสบตา ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความรักที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด "งั้นคืนนี้... คงต้องอยู่เคลียร์กันยาวๆ จนกว่าคุณจะยอมรับความจริงแล้วล่ะครับ ว่าคุณน่ะ... แพ้ทางผมแค่คนเดียว"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มจะหวานปนดราม่าของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วมาเอาใจช่วยต่อในตอนหน้ากันนะครับ! - คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 20
ทะเลาะกันครั้งแรก
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!