ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 38

แผนร้ายของริน

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เสียงก๊อกแก๊กที่ประตูก็ถูกกระชากเปิดออกโดยฝีมือของเมฆ เพื่อนสนิทตัวแสบที่ทำหน้าตื่นตระหนกราวกับโลกกำลังจะแตก "เฮ้ยพาย! แกต้องรีบไปห้องซ้อมด่วนเลยวะ เรื่องใหญ่แล้ว!" เมฆหอบหายใจโยนกระเป๋าเป้ลงบนโซฟา สายตารีิบร้อนกวาดมองผมที่กำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ ผมเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโทรศัพท์ที่ค้างหน้าแชทของทิวไว้ ปรายตามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยระคนรำคาญ "อะไรของแกวะเมฆ หน้าตาตื่นยังกะเจอผีชมรมดนตรีสิง" "ผีบ้าอะไรล่ะ! ก็ไอ้ทิว... ประธานหน้าตายของแกน่ะสิ ตอนนี้มันอยู่ในห้องซ้อมใหญ่กับยัยรินสองต่อสอง!" เมฆรีบดึงแขนผมให้ลุกขึ้นยืน แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งลาก "ฉันเดินผ่านไปได้ยินเสียงกระซิบกระซาบ ยัยนั่นกำลังเกาะแขนมันแน่นแถมทำท่าจะร้องไห้กราบกรานอะไรสักอย่าง... แกไม่หึงรึไงวะ ปล่อยไว้มีหวังถ่านไฟเก่าคุโชนแน่!" หัวใจผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่สีหน้ายังคงนิ่งสนิท ผมสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเพื่อนตัวดีอย่างไม่ยี่หะ แม้ว่าในอกข้างซ้ายมันจะเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ แล้วก็ตาม "เรื่องของมันสิ ฉันจะไปสนใจทำไม" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามทำตัวไม่สะทกสะท้าน ทั้งที่ในหัวเริ่มนึกถึงหน้าบึ้งตึงของประธานชมรมจอมปากร้ายคนนั้น "ปากแข็งชะมัด ระวังเถอะ... ถ้าโดนคาบไปกินจริงๆ แกจะมานั่งน้ำตากกเบสไม่ได้นะเว้ย" เมฆยังคงทำหน้าที่กองเชียร์และตัวเสี้ยมมือหนึ่งได้อย่างยอดเยี่ยม มันผลักหลังผมเบาๆ "ไปดูกับตาตัวเองเลยดีกว่า จะได้รู้ว่าฉันไม่ได้ตาฝาด!" สุดท้าย ผมก็ปฏิเสธความอยากรู้อยากเห็น (ที่ถูกป้ายสีด้วยความเป็นห่วงลึกๆ) ของตัวเองไม่ไหว ฝ๋ายาวก้าวออกจากห้องพักมุ่งตรงไปยังตึกกิจกรรมของชมรมดนตรี ท่ามกลางความเงียบยามเย็นที่เริ่มโพล้เพล้ ลมพัดเอื่อยๆ แต่ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มในอกผมลดลงเลยสักนิด ระยะทางจากตึกเรียนรวมมาถึงห้องซ้อมใหญ่ดูจะสั้นกว่าทุกวัน หรือเพราะฝีเท้าของผมมันร้อนรนเกินกว่าปกติกันแน่นะ แอด... เสียงบานประตูห้องซ้อมไม้เนื้อหนาถูกผลักเปิดออกด้วยความตั้งใจของผมเอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาฝีเท้าผมหยุดชะงักลงทันที ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางอก ทิวยืนหันหลังพิงกับโต๊ะวางเครื่องดนตรี สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรำคาญใจและเคร่งเครียด แต่สิ่งที่ทำให้ผมหายใจสะดุด คือร่างของ "ริน" ที่กำลังโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนแทบจะแนบชิดติดกับแผงอกกว้างของคนตัวสูงกว่า มือเรียวของเธอข้างหนึ่งวางแปะอยู่บนอกเสื้อของทิว ส่วนอีกข้างทำท่าเหมือนกำลังเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง "ทิวคะ... รินขอร้องล่ะ ลองให้โอกาสรินอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ เรื่องวันนั้นรินอธิบายได้นะ" เสียงหวานหยดย้อยของรินดังขึ้น ทอดเสียงออดอ้อนจนคนฟังขนลุก แต่สำหรับผม... มันคือเสียงระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง ผมยืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตู ความรู้สึกชาดิ่งแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงขมับ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ภาพที่เห็นมันชัดเจนเสียจนไม่ต้องจินตนาการต่อเลยว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ก่อนหน้าที่ผมจะผลักประตูเข้ามา ทิวที่หันมาเห็นผมยืนอยู่ตรงนั้นพอดี ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เขารีบผลักร่างของรินออกห่างทันทีอย่างรุนแรง จนรินเซถอยหลังเกือบจะล้ม "พาย..." ทิวพึมพำชื่อผมออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที ร่างสูงก้าวเท้าผละออกจากตรงนั้นเพื่อจะเดินมาหาผม "ฟังฉันก่อนนะ มันไม่ใช่..." "ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ" ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบสั่นน้อยๆ อย่างน่าสมเพช รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บแปลบในอก "ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณ... เชิญตามสบายเถอะครับ" พูดจบ ผมก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ความรู้สึกชาเปลี่ยนเป็นความร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างน่าหงุดหงิด ผมเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่สุด เกลียดที่ดันเผลอใจไปชอบไอ้คนปากร้ายเจ้าปัญหาคนนี้ จนปล่อยให้ภาพบาดตาเมื่อครู่มามีอิทธิพลกับความรู้สึกได้ขนาดนี้ "พาย! เดี๋ยวสิ ฟังฉันก่อน!" เสียงทุ้มต่ำของทิวตะโกนไล่หลังมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่วิ่งตามมาติดๆ "อย่าตามมา!" ผมหันกลับไปตวาดเสียงกร้าว ดวงตาจ้องมองเขาด้วยความผิดหวังและโกรธขึง "อยากเคลียร์กับแฟนเก่าไม่ใช่รitเหรอ จะวิ่งตามผมมาทำไม หรือกลัวว่าละครฉากเมื่อกี้มันจะเล่นไม่เนียนพอ!" ทิวชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติจะเรียบเฉย บัดนี้ฉายแววร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมมองผมด้วยความเจ็บปวดและสับสน เขากำหมัดแน่นข้างลำตัว "เธอก็เห็นว่ายัยนั่นเป็นฝ่ายเข้ามาหาฉันเองนะพาย! ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย!" "แล้วไงล่ะ? จะให้ผมยืนปรบมือให้ความเนื้อหอมของประธานชมรมรึไง?" ผมแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองสำรวจใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วซั่วไปหมด ทั้งรัก ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ "ปล่อยผมไปเถอะครับ... ถ้าชอบความวุ่นวายนัก ก็อยู่กับเธอไปคนเดียวเลย!" ผมสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากตึกนั้นทันที โดยไม่สนว่าเสียงเรียกชื่อผมด้วยความร้อนใจของทิวจะดังตามหลังมาอีกกี่ครั้ง ภาพรินที่ยืนแนบชิดกับทิวยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงหัวใจให้เป็นแผลเหวอะหวะ แต่ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้าวพ้นประตูทางออกของตึกกิจกรรมและคิดว่าจะสะบัดความงี่เง่านี้ทิ้งไปให้พ้นๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ในมือถือก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" ผมก้มลงมองหน้าจอทั้งที่มือยังสั่นเทาด้วยความโกรธ ข้อความนั้นถูกส่งมาจากเบอร์แปลกปลอมที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่ภาพที่แนบมากับข้อความ... ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน มันคือภาพถ่ายโคลสอัปในมุมกล้องที่จงใจจัดฉากอย่างแนบเนียน... ภาพที่รินกำลังดึงมือของทิวขึ้นมาทาบอกตัวเอง ในมุมที่ดูราวกับว่า "ทิวเป็นฝ่ายโอบกอดและกระซิบกระซาบกับเธออย่างสนิทสนม" พร้อมกับข้อความบรรยายใต้ภาพสั้นๆ ที่อ่านแล้วเจ็บแปลบไปถึงขั้วหัวใจ *(อย่าดื้อกับฉันเลยพาย... ผู้ชายอย่างทิว เขาไม่มีวันหยุดที่นายคนเดียวหรอก)* ผมเงยหน้าขึ้นมองออกไปเบื้องหน้าอย่างเลื่อนลอย ก่อนที่ร่างสูงโปรดของใครอีกคนจะก้าวเข้ามาขวางทางเดินของผมไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเยдяที่มุมปากของรินที่เดินตามออกมาจากมุมมืด "ไงจ๊ะ มือเบสคนเก่ง... สนุกกับละครฉากที่ฉันจัดให้ไหมล่ะ?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%