"ไงจ๊ะ มือเบสคนเก่ง... สนุกกับละครฉากที่ฉันจัดให้ไหมล่ะ?"
เสียงหัวเราะเยาะหยันของรินที่ดังลอดมาจากปลายสาย ไม่ได้ทำให้พายรู้สึกตกใจเท่ากับภาพเหตุการณ์เมื่อสี่นาทีที่แล้วที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว ทิว... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าปากร้าย ขวานผ่าซาก และไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร ยืนนิ่งอยู่ตรงมุมตึกข้างห้องซ้อมดนตรี โดยมีรินยืนประชิดตัวในระยะประชิด ท่าทางเหมือนกำลังกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างที่จงใจให้พายเดินมาเห็นพพอดี
และไอ้ความซวยคือ เขา... ดันเดินเข้ามาเห็นพพอดีจริงๆ
"เธอต้องการอะไร ริน" พายกรอกเสียงลงไปในสมาร์ทโฟนด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเย็นชา แม้ในอกข้างซ้ายมันจะกำลังไหววูบจนน่ารำคาญ มือเรียวอีกข้างกำสายสะพายเบสในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
(แหม, ทำเป็นเสียงแข็งนะพาย ทั้งๆ ที่เมื่อกี้... หน้าชาสนิทเลยนี่) รินจงใจลากเสียงยาวอย่างสะใจ (จำไว้ซะ ว่าคนอย่างทิว ไม่มีวันเป็นของนายคนเดียวหรอก ของเล่นก็คือของเล่นวันยังค่ำแหละจ๊ะ)
สายถูกตัดไปพร้อมกับเสียงสัญญาณตู๊ดๆ ที่ดังตัดขาดความอดทนของพายจนหมดสิ้น
พายยืนนิ่งอยู่หน้าห้องซ้อมดนตรี เสียงกลองและเสียงกีตาร์โปร่งจากด้านในที่พวกเมฆกำลังซ้อมกันอยู่ดังแว่วออกมา แต่มันกลับฟังดูไกลออกไปทุกที ความรู้สึกหน่วงหนับตีตื้นขึ้นมาจุกที่อกอย่างไม่มีสาเหตุ เขาเกลียดความรู้สึกแบบนี้ ชะมัด... เกลียดที่ตัวเองต้องมานั่งใจเต้นแรงกับเรื่องงี่เง่า เกลียดที่เผลอเอาความรู้สึกไปผูกไว้กับไอ้ประธานชมรมปากเสียคนนั้น และที่เกลียดที่สุด... คือการที่เขาดันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น "ตัวโง่เขลา" ในเกมที่คนอื่นมองลงมา
ประตูห้องซ้อมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เมฆที่ถือไม้กลองอยู่โผล่หน้าออกมาทำหน้าทะลึ่งตึงตังตามสไตล์
"เฮ้ย พาย ยืนทำหน้ายักษ์อะไรตรงนั้นวะ เข้ามาดิ ทิวร... อุ๊บ!"
ประโยคของเมฆกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อพายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะรอยยิ้มเยาะกวนๆ กลับเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นเย็นชาเสียจนเมฆที่ว่าเป็นคนกะล่อนยังต้องหุบปากฉับ
"พาย... เป็นไรวะ หน้าซีดเชียว" เมฆเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง ก้าวเท้าออกมาจากห้องเพื่อจะเข้ามาแตะไหล่เพื่อน
"กูไม่เป็นไร" พายตอบสั้นๆ เสียงเรียบ "ฝากบอกไอ้ประธานชมรมของมึงด้วยนะ ว่าต่อจากนี้... ไม่ต้องมาวุ่นวายกับกูอีก"
"อ้าว เฮ้ย! เดี๋ยว ดิพาย หมายความว่าไงวะ"
พายไม่รอให้เมฆได้ซักไซ้ เขาถอดสายสะพายเบสออก วางมันกระแทกกับเก้าอี้ตัวยาวหน้าห้องซ้อมเสียงดัง *ตุ้บ* ก่อนจะหันหลังเดินหนีออกไปทันทีด้วยฝีเท้ากึ่งวิ่ง ทิ้งให้เมฆยืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยความงุนงงกับสถานการณ์ที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในเวลาไม่ถึงห้านาที
ในขณะเดียวกัน ประตูห้องซ้อมอีกด้านก็เปิดออก ทิวในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและสีหน้าเรียบเฉยเดินออกมาพร้อมกับสีหน้าหงุดหงิดที่ติดเป็นนิสัย เขากวาดสายตาหาใครบางคนทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู
"ไอ้พายมันไปไหน?" ทิวเอ่ยถามเสียงห้วน โดยไม่รอให้เมฆทันตั้งตัว
เมฆหันขวับไปมองหน้าเพื่อนสนิทผู้เป็นประธานชมรมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปทันที ความขี้เล่นหายวับเหลือเพียงความจริงจังที่แฝงแววตำหนิ "มึงถามหาพายเหรอ... ทิว?"
"เอ_ดิ ก็เบสวางอยู่เนี่ย เจ้าตัวหายไปไหน" ทิวขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปหยิบเบสขึ้นมาสำรวจ "แล้วทำไมเอาเบสมาวางทิ้งไว้แบบนี้ นิสัยเสียชะมัด"
"มึงนั่นแหละที่นิสัยเสีย!" เมฆสวนกลับเสียงดังลั่นทางเดิน จนสมาชิกในชมรมคนอื่นๆ ที่อยู่ในห้องต้องหันมามองเป็นตาเดียว ทิวชะงัก สีหน้าเข้มขึ้นทันทีด้วยความไม่พอใจ
"มึงพูดอะไรของมึง เมฆ?"
"กูต่างหากที่ต้องถามว่ามึงทำอะไรลงไป!" เมฆก้าวเข้าไปประชิดตัวทิวด้วยความโมโหแทนเพื่อน "พายมันเดินมาเห็นตอนที่มึง... อยู่กับรินที่มุมตึกเมื่อกี้ใช่ไหมล่ะ? แล้วมึงดูสภาพมันตอนนี้สิ มันฝากบอกกูมาว่า... ไม่ต้องให้มึงไปวุ่นวายกับมันอีก!"
ประโยคสุดท้ายของเมฆทำให้ทิวถึงกับนิ่งค้าง สมองที่เคยประมวลผลเรื่องเพลงและงานชมรมได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ภาพเมื่อสี่นาทีที่แล้วย้อนกลับเข้ามาในหัว ทิวจำได้แม่น... ตอนนั้นเขากำลังจะเดินไปหาพายที่ห้องน้ำ แต่จู่ๆ รินก็โผล่เข้ามาขวางทางแล้วพูดจาแปลกๆ พยายามจะเข้ามาประชิดตัว เขาพยายามผลักไสและปฏิเสธเสียงแข็งไปแล้วทันที เพราะเขารู้ดีว่าตัวเองมีคนในใจอยู่แล้ว และคนๆ นั้นก็คือไอ้เด็กดื้อปากเก่งที่ชื่อพายคนนี้นี่แหละ!
แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่า... จังหวะที่รินแกล้งโน้มตัวเข้ามาประชิดเพื่อตบตา จะเป็นจังหวะเดียวกับที่พายเดินมาเห็นพอดี
"ฉิบหาย..." ทิวสบถออกมาเบาๆ สีหน้าที่เคยนิ่งสนิทเริ่มฉายแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด
"เออ ฉิบหายแน่ ถ้ามึงยังยืนบื้ออยู่ตรงนี้" เมฆกระแทกเสียงใส่ "คนอย่างพาย ถ้ามันถอยแล้วมันถอยเลยนะเว้ย มึงก็รู้ว่ามันเป็นคนยังไง ปากแข็งใจแข็งยิ่งกว่าหินแกรนิต ถ้อมันตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ขึ้นมาจริงๆ มึงนั่นแหละที่จะเป็นหมาโบ้สมชื่อที่พวกกูแซวกัน"
ทิวไม่ฟังคำพูดของเมฆอีกต่อไป ร่างสูงโยนกีตาร์ในมือให้เพื่อนข้างๆ รับแทบไม่ทัน ก่อนจะออกวิ่งสาวเท้ายาวๆ ไปตามทางเดินเพื่อตามหาคนตัวเล็กทันที
หัวใจของประธานชมรมดนตรีหนุ่มเต้นรัวด้วยความร้อนรน ไม่ใช่เพราะกลัวเสียหน้า... แต่เพราะเขากลัว กลัวว่าสายตาคู่นั้นที่จะมองเขาต่อจากนี้ จะไม่ใช่สายตาที่แฝงความรู้สึกดีๆ อีกต่อไปแล้ว
"พาย..." ทิวพึมพำชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมาในลำคอขณะวิ่งหาทั่วตึกคณะ
ทางด้านพาย ที่ตอนนี้เดินหนีมาหลบมุมอยู่บริเวณสวนหลังคณะดนตรี บรรยากาศเงียบสงบช่วยขับเน้นความว้าวุ่นในใจให้เด่นชัดขึ้น มือเรียวยกขึ้นกอดอกแน่นเพื่อระบายความสั่นเทาเล็กๆ ที่ปลายปลายนิ้ว เขาไม่ได้ร้องไห้... คนอย่างพายไม่มีทางเสียน้ำตาให้เรื่องงี่เง่าแบบนี้เด็ดขาด แต่ความรู้สึก "เจ็บแปลบ" ที่อกข้างซ้ายมันของจริงเสียจนน่ารำคาญ
"งี่เง่าชะมัด... กูเป็นบ้าอะไรเนี่ย" พายพึมพำกับตัวเอง กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด
"รู้ตัวก็ดี..."
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงคว้าที่ข้อแขนเรียวให้หันกลับไปเผชิญหน้า พายยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างทั้งร่างก็ถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของใครบางคนที่มีลมหายใจหอบถี่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเพิ่งวิ่งตามมาอย่างบ้าคลั่ง
"ปล่อยนะเว้ย! มาจับกูทำไม!" พายพยายามสะบัดแขนหนี แต่ทิวกดน้ำหนักมือที่ข้อมือแน่นขึ้น พร้อมกับรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง
"ไม่ปล่อย... พูดอะไรออกมาเมื่อกี้ ห้ะ? ใครไม่ต้องไปวุ่นวายกับใครนะ" ทิวจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววพยศและขัดขืน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความสั่นไหวซ่อนอยู่ลึกๆ
"ก็กูไง! นายจะไปคลอเคลียกับใครที่ไหน จะกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าคนโปรดของนาย มันก็เรื่องของนายรึเปล่า ทิว? ไม่เห็นต้องมาสนใจฉันนี่!" พายกระแทกเสียงใส่ ประชดประชันด้วยความน้อยใจที่พยายามเก็บซ่อนไว้ไม่มิด
ทิวชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ทั้งๆ ที่สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดเสียจนแทบขาดใจ
"หึงเหรอ?" ทิวถามเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความเจ้าเลื้อยที่ทำเอาพายอยากจะต่อยหน้าสักหมัด
"หึงบ้าอะไร! สมองนายมีแต่ขี้เลื่อยรึไงถึงคิดได้แค่นี้!" พายสวนกลับทันควัน หน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธปนเขิน "ฉันแค่รำคาญ! รำคาญพวกชอบสร้างละครน้ำเน่าแถวนี้ต่างหากเล่า ปล่อย!"
ทิวไม่ยอมปล่อย ยิ่งพายดิ้น เขายิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันจนสัมผัสได้ถึงความรวดเร็วของจังหวะชีพจรที่เต้นตรงกัน
"ฟังให้ดีนะ... พาย" ทิวเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่ดวงตาของพายอย่างไร้ซึ่งความลังเล "เรื่องระหว่างฉันกับริน มันจบไปนานจนกูจำไม่ได้แล้วว่ามันจบยังไง และคนที่กูอยากวุ่นวายด้วย... มีแค่มึงคนเดียว ตั้งแต่วันแรก... จนถึงตอนนี้"
พายชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงกับคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว
"นาย..."
"ใช่ กูพูดจริง" ทิวโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "และถ้ามึงยังคิดจะถอยหนีหรือพูดจาแบบเมื่อกี้อีก... กูจะไม่แค่กอดเฉยๆ แน่พาย"
ทิวเว้นจังหวะไปนิด ก่อนจะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาพายหัวใจแทบหลุดออกมานอกอก
"แต่กูจะจูบ... จนกว่ามึงจะเลิกงอลแล้วยอมรับความจริง ว่ามึงก็... แพ้ทางกูเหมือนกัน"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังเดินทางและอินไปกับความปากแข็งของเจ้าพวกนี้ด้วยกันเสมอนะครับ!
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 39
ความจริงที่ถูกบิดเบือน
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!