เสียงสายเบสสี่เส้นที่ถูกดีดด้วยน้ำหนักหนักหน่วงดังสะท้อนก้องห้องซ้อมชมรมดนตรี จนทำให้ผนังห้องแทบสั่นสะเทือน พายยืนพิงกำแพงสีซีดของห้องชมรม มือเรียวยาวสวมแหวนเงินเกลี้ยงกำลังตวัดนิ้วไล่สเกลโน้ตด้วยความหงุดหงิดที่ระAายอยู่บนใบหน้าคมคาย ดวงตาเรียวรีมองลอดผ่านกลุ่มควันจางๆ ไปยังร่างสูงของประธานชมรมที่ยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่หน้าตู้แอมป์กีตาร์
"ถ้าเล่นแล้วพาลใส่เครื่องดนตรี พรุ่งนี้ฉันจะยึดเบสตัวนี้ไปเก็บเข้าห้องล็อกเกอร์ถาวร พาย"
ทิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนเกือบจะกลายเป็นน้ำแข็ง แต่แววตาที่มองตรงมากลับไหววูบราวกับเปลวเทียนต้องลม การกระดิกนิ้วเคาะจังหวะบนต้นแขนตัวเองอย่างรวดเร็วฟ้องชัดว่าเจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พุ่งพล่านอยู่ใต้ท่าทีมาดนิ่งนั้น
พายแค่นหัวเราะในลำคอ ปิดสวิตช์แอมป์เบสเสียงดังปั้งจนเกิดเสียงฮัมต่ำๆ ในลำโพง ร่างโปร่งก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของอีกฝ่าย
"แล้วมันธุระอะไรของนายล่ะ ประธานทิว? ฉันจะซ้อมแรง ซ้อมเบา หรือจะเอาเบสไปฟาดกับกำแพง มันก็สิทธิ์ของฉัน ไม่ได้ไปทำให้นายสะเทือนถึงติ่งหูสักหน่อย"
"พาย" ทิวขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนพื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่าง กดเสียงต่ำลงจนน่ากลัว "นายกำลังทำให้คนอื่นไม่มีสมาธิ"
"คนอื่นที่นายว่า... หมายถึงรินหรือไง?"
คำถามนั้นหลุดออกจากปากพายโดยไม่ทันตั้งตัว น้ำเสียงที่ตั้งใจจะประชดประชันกลับเจือความน้อยใจจางๆ ที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ พายเม้มปากแน่นเมื่อนึกถึงภาพเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ตอนที่รินเดินถือแก้วชาไข่มุกเข้ามาส่งยิ้มหวานหยดให้ทิวถึงหน้าห้องซ้อม พร้อมกับประโยคทักทายที่สนิทสนมเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนเก่า'
ทิวชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
"หึงเหรอ?"
"หึงบ้าอะไรของนาย!" พายสวนกลับทันควัน หน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายที่ถูกจับไต๋ได้ไวเกินคาด มือบางยกขึ้นผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ถอยห่าง "อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยทิว ใครจะไปว่างหึงคนปากเสียอย่างนาย"
"อ๋อเหรอ..." ทิวยื่นหน้าเข้าไปกระซิบชิดใบหูของคนปากแข็ง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ "แล้วทำไมหูถึงแดงแจ๋ขนาดนั้นล่ะครับ มือเบสคนเก่ง"
จังหวะนั้นเอง เมฆที่ยืนหลบมุมเช็ดฉาบอยู่หลังชุดกลองก็โผล่หัวออกมาทำเสียงกระแอมกระไอขัดจังหวะทันที พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแบบไม่เกรงใจบรรยากาศมาคุ
"แฮ่ม! ตรงนี้เขามีความเป็นส่วนตัวกันสูงมากเลยเว้ยเฮ้ย กูควรเดินออกไปซื้อน้ำปั่นหน้ามอสักสามรอบมั้ย หรือจะให้ใส่หูฟังเปิดเพลงร็อกกลบเสียงหัวใจคนแถวนี้ดีวะ"
"เมฆ! ปากแกนี่นะ เดี๋ยวฉันเอาไม้กลองยัดปากซะนี่" พายหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่ทำหน้าลอยชายไม่รู้ไม่ชี้
"อ้าว กูผิดอะไรวะ กูแค่หวังดีกลัวพวกมึงขาดอากาศหายใจตายเพราะมัวแต่จ้องตากันไปจ้องตากันมา" เมฆยักไหล่กวนๆ ก่อนจะหันไปทางทิว "ว่าแต่ประธานครับ เมื่อกี้เห็นรินมันเดินวนเวียนอยู่แถวตึกคณะบริหารนะ บอกว่ามีเรื่องจะคุยกับมึงเป็นเรื่องเป็นราว... ไปเคลียร์ให้มันจบๆ เถอะว่ะ จะได้ไม่มีหมาตัวไหนแถวนี้มานั่งหน้าหงิกหนwเบสพังอีก"
ทิวมองหน้าเมฆแวบหนึ่งด้วยสายตาดุๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่พาย ซึ่งตอนนี้กำลังกอดอกเชิดหน้าหนีทำเป็นมองไปทางอื่น ท่าทีแสร้งทำเป็นไม่สนใจใยดีนั่นยิ่งทำให้ทิวรู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดูระคนกัน
"เดี๋ยวฉันมา" ทิวเอ่ยสั้นๆ
"ไปไหนก็ไปเهอะ ใครใช้ให้มารายงานฉันเล่า!" พายสวนกลับทันควันทันทีที่ได้ยิน
ทิวไม่ตอบโต้อะไรอีก ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากห้องซ้อมไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้พายยืนกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธลึกๆ ในอก ถึงปากจะบอกว่าไม่แคร์ แต่ภาพรอยยิ้มและท่าทีสนิทสนมของรินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
เมฆเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ "เอาน่าพาย มันก็แค่อดีตป่ะวะ ทิวโนสนโนแคร์ขนาดนั้น แกก็รู้นิสัยมันดี"
"ใครบอกว่าฉันแคร์วะเมฆ ฉันแค่วอร์มรอนิ้วล็อคต่างหาก" พายสะบัดเสียงใส่ คว้าไม้กลองของเมฆขึ้นมาเคาะแป๊กๆ ระบายอารมณ์
แต่ความสงบในห้องซ้อมอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อประตูห้องถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มคนที่ไม่ได้รับเชิญดังแทรกเข้ามา
รินก้าวเข้ามาในห้องซ้อมด้วยชุดนักศึกษาเข้ารูปพอดีตัว ใบหน้าแต่งแต้มมาอย่างประณีตส่งยิ้มหวานมาให้พายที่ยืนอยู่กลางห้อง ข้างกายเธอมีเพื่อนสนิทอีกสองคนยืนประกบซ้ายขวาทำตัวเหมือนแก๊งนางร้ายในละครหลังข่าว
"อ้าว พาย... ยังซ้อมอยู่อีกเหรอจ๊ะ ขยันจัง" รินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหวานหยดแต่แฝงความเย้ยหยันไว้ลึกๆ "พอดีฉันลืมสรุปชีทวิชาดนตรีสากลไว้ในห้องนี้ ทิวบอกว่าน่าจะอยู่แถวๆ นี้แหละ... ขอหาก่อนนะ"
พายหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่ไว้วางใจ "ห้องนี้ไม่มีของของเธอหรอกริน เดินหาผิดห้องแล้วมั้ง"
"อ้าวเหรอคะ?" รินแสร้งทำหน้าตกใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินลอยชายเข้ามาใกล้ตู้เก็บของของชมรม สายตากวาดมองไปทั่วห้องก่อนจะมาหยุดที่กีตาร์โปร่งตัวเก่งของทิวที่วางพิงอยู่บนขาตั้ง "อุ๊ย... กีตาร์ตัวนี้ ทิวหวงนักหวงหนานี่นา พายเคยได้แตะบ้างรึยังล่ะจ๊ะ หรือว่าได้แค่มองห่างๆ แบบนี้"
คำพูดเจือความอวดอ้างนั้นทำให้พายรู้สึกเหมือนมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ มือเรียววางไม้กลองลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับรินโดยไม่หลบสายตา
"จะแตะหรือไม่เคยแตะ มันก็เรื่องของฉันกับเจ้าของห้องนี้... ว่าแต่เธอเถอะ มาหาของหรือมาหาเรื่องกันแน่?"
รินยิ้มเยาะ "เปล่าสักหน่อย ฉันแค่จะบอกว่า... บางทีคนบางคนก็ไม่ควรพยายามยืนในที่ที่ตัวเองไม่เหมาะหรอกนะ ของบางอย่าง ต่อให้พยายามคว้าไว้แค่ไหน ถ้าไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ก็ไม่มีวันได้ครอบครองหรอก"
พายหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธ "งั้นเหรอ? แล้วคนบางคนที่โดนเขี่ยทิ้งไปแล้ว ยังมีหน้ากล้ากลับมาทวงตำแหน่งเดิมอีกเหรอ หน้าด้านไปหน่อยมั้งริน"
"กรี๊ด! นำ้เสียงต่ำต้อยแบบนี้ แกกล้าดียังไง..." รินหน้าเสีย ยื่นมือจะเข้ามาผลักไหล่พาย
แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของรินจะทันได้แตะโดนตัวพาย ประตูห้องซ้อมก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้งด้วยแรงผลักมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของทิวยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ดวงตาคมกริบสีเข้มกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องด้วยแววตาเย็นยะเยือกที่น่ากลัวกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ
ทิวก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางระหว่างพายกับรินอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองอดีตคนคุยด้วยความรังเกียจปิดไม่มิด
"ริน... ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องนี้?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนคนฟังสะท้าน
"ทิว..." รินเปลี่ยนสีหน้าเป็นออดออทันที น้ำเสียงสั่นเครือราวกับโดนรังแก "รินแค่... แค่มาหาของที่ลืมไว้เองค่ะ พายเขา..."
"ฉันไม่ได้ถามว่าเธอมาหาอะไร" ทิวตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในตาของริน "ฉันถามว่า *ใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องซ้อมส่วนตัวของชมรมฉัน?*"
พายยืนอึ้ง มองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังตนเองไว้ครึ่งตัว หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทิวไม่ได้หันมามองพายสักนิด แต่รังสีความปกป้องที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นชัดเจนเสียจนคนมองรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา
รินหน้าซีดเผือด ทำท่าจะอ้าปากเถียงแต่เจอสายตาดุประดุจมีดโกนอาบน้ำผึ้งของทิวเข้าไปก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ
"ออกไปซะ" ทิวเอ่ยคำสั่งสั้นๆ น้ำเสียงเฉียบขาดไร้เยื่อใย "แล้วอย่าเหยียบเข้ามาในเขตนี้อีกถ้าไม่ได้รับอนุญาต"
รินกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องพร้อมกับเพื่อนสนิททั้งสองคน ทิ้งให้บรรยากาศในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
ทิวถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันขวับกลับมามองคนปากเก่งที่ยืนกอดอกทำหน้าไม่ถูกอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความไหววูบในแววตาของพาย
"นาย..." พายอ้าปากจะเอ่ยบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบ
แต่ทิวกลับไม่รอให้พายได้พูดจบ ร่างสูงพุ่งเข้ามาประชิดตัวรวดเร็วจนพายถอยหลังไปชนกับผนังห้องโดยไม่ทันตั้งตัว สองมือแกร่งยกขึ้นยันกำแพงกักตัวพายไว้ตรงกลาง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่นสะท้าน
"หึงก็บอกว่าหึงสวะพาย..." ทิวเอ่ยเสียงพร่า ชิดริมฝีปากนุ่มจนพายแทบหยุดหายใจ "จะปากแข็งไปถึงไหน... หืม?"
พายเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองชุดในจังหวะสปีดคอร์ส หน้าเนียนร้อนฉ่าจนแทบไหม้แต่ริมฝีปากยังคงดื้อดึง
"ใคร... ใครหึงนาย หลงตัวเองชะมัด..."
ทิวไม่ปล่อยให้พายได้เถียงต่อ นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาบังแก้มใสออกแผ่วเบา ก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มลงมาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับกลีบปากนุ่มของคนตรงหน้า
"งั้นเหรอ... งั้นขอลองพิสูจน์หน่อยซิ ว่าปากเก่งๆ นี้นายจะยังแข็งอยู่มั้ย ถ้าฉัน..."
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเสียงดนตรีและหัวใจของพวกเขานะครับ
ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ)•ตอนที่ 28
เพื่อนกลุ่มนั้นน่ะใคร?
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที... พอดีผมไม่ชอบคนง่าย(แต่ดันแพ้ทางคุณ) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!