“ประกาศศักดาให้มันชัดเจนค่ะท่านประธานลู่... เพราะวันนี้ พวกเราไม่ได้มาเพื่อเป็น ‘ผู้ตาม’ ในเกมธุรกิจอีกต่อไป แต่เรามาเพื่อ ‘เปลี่ยนกระดาน’ ให้พวกมันกระอักเลือดคาเวทีต่างหากล่ะคะ”
เสียงหัว-เราะเบาๆ ที่เจือไปด้วยความเย้ายวนและอำนาจเงินตราดังขึ้น ท่ามกลางห้องรับรองพิเศษหลังเวทีใหญ่ แสงไฟนีออนสีฟ้าอมม่วงสะท้อนลงบนใบหน้าคมคายของลู่เฉิงหยวน ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากอิตาลี เขากำลังยืนมองภาพบรรยายกาศมหาชนนับพันคนที่เบียดเสียดกันแน่นขนัดผ่านจอภาพขนาดมหาวิศวกรรมภายนอก รอยยิ้มบางเฉียบที่มุมปากของเขาไม่ได้สื่อถึงความดีใจ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าผู้กำชัยชนะที่เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน... และตอนนี้ เขากำลังจะเหยียบย่ำพวกมันกลับคืนเป็นร้อยเท่า
หลินลี่อินในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีแดงเพลิง ปักคริสตัลระยิบระยับล้อกับแสงไฟ เธอกำลังจิบชาอุ่นๆ จากถ้วยพอร์ซเลนราคาแพงลิบลิ่วอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองแท็บเล็ตในมือที่แสดงกราฟราคาหุ้นพุ่งทะยานแบบไร้ขีดจำกัด ระบบเศรษฐีพันล้านของเธอยังคงส่งเสียงแจ้งเตือนยอดเงินสะสมที่เพิ่มขึ้นวินาทีต่อวินาทีจนตัวเลขแทบจะล้นหน้าจอ ช่างเป็นความรู้สึกที่หอมหวานเสียจริงค่ะ
“ภรรยาครับ... เอ่อ หมายถึง คุณลี่อินครับ กล้องจากสำนักข่าวเศรษฐกิจระดับโลกสามสิบสำนักกำลังรอการปรากฏตัวของคุณอยู่ด้านหน้าแล้วนะครับ” ลู่เฉิงหยวนหันมามองภรรยาคนสวย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกทันทีที่มองเห็นเธอ มือหนาเอื้อมไปจัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนให้อย่างทะนุถนอม
“ให้พวกมันรอกohnไปก่อนสิทธิ์ค่ะคุณสามี” ลี่อินวางถ้วยแบล็กทีลงบนโต๊ะกระจกเกิดเสียงกระทบเบาๆ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น “ความตื่นเต้นมันต้องค่อยๆ ไต่ระดับเหมือนการจิบไวน์ชั้นดี... ให้พวกตระกูลเฉิงและพวกหน้าเลือดที่เคยหัวเราะเยาะเราในงานการกุศลปีที่แล้ว ได้เห็นความล่มจมของบริษัทพวกเขาก่อน แล้วเราค่อยเดินออกไปยื่น ‘ใบประกาศิตไล่ออก’ ให้พวกมันแบบสวยๆ ดีกว่านะคะ”
เสียงฮือฮาจากโถงจัดแสดงนิทรรศการด้านนอกดังกระหึ่มขึ้นจนทะลุกำแพงกันเสียงเข้ามา เทคโนโลยีชิปอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ‘Phoenix-X’ ของบริษัทลู่ซื่อกรุ๊ป ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ชิปขนาดจิ๋วที่ทรงพลังยิ่งกว่าค่ายยักษ์ใหญ่ระดับโลกถึงสามเท่า ประหยัดพลังงานมากกว่า และขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำหน้าที่สุดในศตวรรษนี้
ภาพฉายโฮโลแกรมสามมิติขนาดมหึมากลางเวทีสะกดทุกสายตาของนักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชนให้อ้าปากค้างจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ในมุมหนึ่งของแถวหน้าสุด เฉินเหมยหลิง นางเอกสาวผู้เคยโด่งดังจากความใสซื่อและคอยจิกกัดลี่อินมาตลอด ตอนนี้ใบหน้าของเธอกลับซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวที่กำกระเป๋าแบรนด์เนมสั่นระริกจนแทบควบคุมไม่อยู่ เมคอัพราคาแพงไม่อาจปกปิดความริษยาและหวาดกลัวที่ฉายชัดออกมาได้เลย เมื่อเธอมองเห็นโลโก้บริษัทบนจอภาพชัดๆ ว่ามันคือบริษัทของ ‘ไอ้คนไร้ค่า’ ที่เธอเคยปฏิเสธและเหยียบย่ำอย่างไร้เยื่อใยในอดีต
“เป็นไปไม่ได้... มันเป็นไปได้ยังไง! ลู่เฉิงหยวนมันเป็นแค่เด็กวัดก้นครัวไม่ใช่เหรอ! ทำไมมันถึงมีปัญญาครอบครองสิทธิบัตรชิประดับหมื่นล้านนี้ได้!” เหมยหลิงพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงสั่นเครือ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก ความอิจฉาริษยาแผดเผาจนเธอแทบคลั่งเมื่อนึกถึงภาพของหลินลี่อิน ผู้หญิงที่เธอเกลียดแสนเกลียด ยืนเคียงข้างชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในค่ำคืนนี้ในฐานะ ‘ราชินีแห่งความรวย’
“คุณเหมยหลิงครับ... ทางผู้จัดงานแจ้งว่า หุ้นของบริษัทตระกูลเฉิงของคุณร่วงติดฟลอร์ไปสามรอบแล้วนะครับตอนนี้ นักลงทุนกำลังเทขายอย่างไร้เยื่อใย แถมธนาคารก็เพิ่งโทรมาแจ้งยกเลิกวงเงินสินเชื่อทั้งหมดแล้วด้วยครับ!” ผู้จัดการส่วนตัวของเธอวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแจ้งข่าวร้ายที่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกระบาล
เหมยหลิงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นต่อหน้าธารกำนัล เสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้างดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตื่น ศักดิ์ศรีที่เคยสะสมมานานนับปีพังทลายลงไม่เป็นชิ้นดีในเวลาไม่ถึงสิบนาที
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องรับรองวีไอพีด้านหลังเวทีก็เปิดออกอย่างสง่างาม
ลู่เฉิงหยวนกุมมือหลินลี่อินไว้แน่น ทั้งสองก้าวเดินออกมาท่ามกลางสปอตไลท์ที่สาดส่องลงมาดั่งคู่พระนางที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย ความสง่างาม ทรงพลัง และความรวยที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของทั้งคู่ ทำให้ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจดัง
ลี่อินกวาดสายตาคมกริบมองลงมายังร่างของเฉินเหมยหลิงที่กำลังนั่งตัวสั่นคุกเข่าอยู่บนพื้นเบื้องล่าง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากเคลือบลอริดส้ม เธอย่อตัวลงเล็กน้อยมองคู่ปรับตัวฉกาจด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหนือกว่าอย่างแท้จริง
“อุ๊ยตายแล้ว... คุณเหมยหลิงคะ นั่งทำท่าอะไรตรงนั้นล่ะคะเนี่ย? พื้นมันเย็นนะคะ ลุกขึ้นมานั่งเก้าอี้ดีๆ ดีกว่าไหม... อ๊ะ หรือว่าไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อตั๋วเข้างาน จนต้องมานั่งรอเศษเงินบริจาคจากสามีฉันกันแน่คะ?”
น้ำเสียงหวานหยดย้อยแต่มันเชือดเฉือนบาดลึกถึงกระดูกดำ ทำให้เหมยหลิงเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความแค้นเคืองสุดชีวิต แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากพูดอะไร ประตูบานใหญ่ด้านหน้าฮอลล์ก็ถูกผลักออกกระแทกผนังเสียงดังสนั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด—ประธานกรรมการบริหารธนาคารใหญ่ผู้ปล่อยกู้ให้ตระกูลเฉิง วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในงานท่ามกลางความตกใจของทุกคน เขากวาดสายตามองหาเป้าหมายก่อนจะพุ่งตรงมาคุกเข่าลงแทบเท้าของลู่เฉิงหยวนและหลินลี่อินทันที!
“ท่านประธานลู่! คุณลี่อิน! ได้โปรดเมตตาต่อชีวิตพวกเราด้วยเถอะครับ! ถ้าพวกท่านถอนเงินฝากหมื่นล้านออกจากธนาคารเราตอนนี้ ธนาคารของเราต้องล้มละลายภายในสามวินาทีแน่นอนครับ ได้โปรด... ฮือ ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะครับ!”
ชาเขียวแก้วร้ายขอตัวไปจิบชาอุ่นๆ รอความสะใจในตอนต่อไปก่อนนะคะ!
พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน•ตอนที่ 21
โรงงานผลิตชิปแห่งใหม่เปิดตัว
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!