"ถ้าพวกคุณยังไม่ออกไปจากเขตคฤหาสน์ของฉันภายในสามวินาทีนี้... ฉันจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยปล่อยฝูงโดรนติดสแกนใบหน้า มาส่งพวกคุณออกไปแบบไม่ต้องใช้ขาเดินนะคะ"
น้ำเสียงหวานใสที่เจือความเยียบเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศห้องรับแขกสไตล์โรโกโกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นชาดาร์จีลิงชั้นเลิศ หลินลี่อินในชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกตขับผิวผ่อง นั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับเบื้องหน้าของเธอไม่ใช่พ่อบังเกิดเกล้าและญาติพี่น้องจอมปลอมที่เคยเหยียบย่ำเธอยามตกอับ แต่เป็นแค่ฝุ่นผงไร้ค่าที่ปลิวมาติดปลายรองเท้าปรู๊ด (Prada) คู่โปรดเท่านั้น
ชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่ดูยับยู่ยี่ ใบหน้าถอดแบบความโลภมาจากตำราเรียนไม่มีผิดเพี้ยน—หลินเฉิงกั๋ว พ่อผู้ให้กำเนิดร่างนี้ กำลังหน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ดวงตาฝ้าฟางเต็มไปด้วยความอับอายและตื่นตระหนกยามมองไปยังบอดี้การ์ดร่างยักษ์สี่คนที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบห้อง
"ลี่อิน! นี่แกกล้าไล่พ่อกับแม่เลี้ยงของแกอย่างนั้นเหรอ! แกมันลูกอกตัญญู! เลือดในอกที่ฉันเลี้ยงมามันเสียเปล่าจริงๆ!" หญิงวัยกลางคนแต่งหน้าจัดจนหนาเตอะอย่างคุณนายเฉิน แผดเสียงแหลมสูงจนแก้วชาบนโต๊ะสั่นระริก เธอกำลังพยายามบีบน้ำตาเรียกคะแนนความน่าสงสาร แต่ดูเหมือนจะลืมไปว่ามุกตื้นๆ แบบนี้ใช้ไม่ได้ผลกับมหาเศรษฐีนีที่ผ่านโลกมาจนทะลุปรุโปร่งอย่างลี่อินแล้ว
"เลี้ยงหรือคะ?" ลี่อินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "คุณจำได้ด้วยเหรอคะว่าเคยเลี้ยงฉัน? ตอนที่ฉันถูกพวกคุณตระบัดสัตย์ฮุบหุ้นบริษัทแม่จนหมดตัว แล้วผลักไสให้ฉันไปแต่งงานกับคนพิการเพื่อใช้หนี้... ตอนนั้นพวกคุณเคยจำได้ไหมคะว่าฉันเป็นลูกสาว?"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ลู่เฉิงหยวน สามีหนุ่มรูปงามที่นั่งเงียบสงบอยู่เคียงข้างภรรยามาโดยตลอด ขยับตัวเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวรินชาอุ่นๆ ลงในถ้วยของลี่อินอย่างเบามือ ดวงตาดำสนิทคู่นั้นไม่ได้ชายตามองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญเลยแม้แต่น้อย รัศมีกดดันอันทรงพลังแผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านในปัจจุบัน จนทำให้หลินเฉิงกั๋วถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นพรม
"ลี่อิน... พ่อ... พ่อสำนึกผิดแล้วจริงๆ นะลูก" หลินเฉิงกั๋วยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด คลานเข่าเข้าไปหาลูกสาวที่ตนเคยเหยียบย่ำ "บริษัทของตระกูลเรากำลังจะล้มละลาย ธนาคารกำลังจะยึดบ้าน ลูกช่วย... ช่วยเซ็นเช็คค้ำประกันสักสามร้อยล้าน... ไม่สิ! ขอแค่ห้าสิบล้านก่อนก็ได้! ถือว่าเห็นแก่หน้าพ่อเถอะนะ ลูกรัก!"
"สามร้อยล้าน? ห้าสิบล้าน?" ลี่อินทวนคำด้วยรอยยิ้มเยาะ เธอก้มมองดูเล็บที่เพิ่งไปทำมาใหม่ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบชวนประสาทกิน "เงินจำนวนนี้ สำหรับพวกคุณอาจจะเป็นทางรอดสุดท้าย แต่สำหรับฉัน... มันเป็นแค่ค่ากาแฟไม่กี่แก้วในหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นเองค่ะ"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งแต่กลับเป็นความจริงทุกประการ ทำให้หน้าของหลินเฉิงกั๋วชาดิก เขากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองแต่ไม่กล้าทำอะไรเพราะเกรงกลัวอำนาจมืดของลู่เฉิงหยวนที่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น
"แกมันนังตัวดี! รวยแล้วลืมรากเหง้า! แกคิดว่าแกเก่งมาจากไหนถ้าไม่มีตระกูลหลินส่งเสียให้แกเรียนสูงๆ ในอดีต!" คุณนายเฉินทนไม่ไหว พุ่งตัวจะเข้าไปกระชากผมลี่อินด้วยความริษยาขั้นAสุดขีด
*ปัง!*
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหว ลู่เฉิงหยวนไม่ได้ขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ เขามีเพียงแค่การปรายตามองนิ่งๆ แต่แววตานั้นกลับคมกริบดั่งใบมีดที่พร้อมจะเชือดคอคนได้ในเสี้ยววินาที บอดี้การ์ดทั้งสี่คนพุ่งเข้ามาล็อกตัวคุณนายเฉินและหลินเฉิงกั๋วไว้กดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานีทันที
"ถ้าไม่อยากให้ตระกูลหลินหายไปจากแผนที่โลกนี้ภายในสามวินาทีนี้... ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของภรรยาผมซะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยออกมาเพียงประโยคเดียว แต่มันหนักแน่นราวน้ำหนักภูเขา
หลินเฉิงกั๋วหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษ เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ลูกสาวและลูกเขยที่เขาเคยดูถูกเหยียดหยาม ได้ก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไปแล้ว ความหวังสุดท้ายที่จะรอดพ้นจากการล้มละลายพังทลายลงตรงหน้า
แต่ทว่า... ในจังหวะที่บอดี้การ์ดกำลังลากตัวสองสามีภรรยาจอมปลอมออกไปที่ประตู เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษในมือของลี่อินก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าต่างระบบเศรษฐีพันล้านที่เด้งขึ้นมากลางอากาศด้วยแสงสีทองเรืองรอง
*[แจ้งเตือนจากระบบ: ตรวจพบความเคลื่อนไหวทางการเงินที่น่าสงสัยจากบัญชีสำรองของตระกูลหลิน... มีการแอบโอนถ่ายสินทรัพย์ลับมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ไปยังบัญชีปริศนาของบุคคลที่สาม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเป้าหมาย (หลินเฉิงกั๋ว)]*
ลี่อินชะงักฝีมือที่กำลังจะยกชาขึ้นจิบ รอยยิ้มหวานหยดถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวน้อยที่เพิ่งเจอหนูอ้วนวิ่งเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเอง
เธอโบกมือให้บอดี้การ์ดหยุดการลากตัว แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม เดินเข้าไปหาหลินเฉิงกั๋วที่กำลังหอบหายใจด้วยความหวาดกลัว
"คุณพ่อคะ... ดูเหมือนว่านอกจากจะหน้าด้านมาขอเงินฉันแล้ว... พวกคุณยังมีความลับอะไรสนุกๆ ที่ซ่อนเอาไว้ไม่ยอมบอกฉันอีกสินะคะ?" ลี่อินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงหวานฉ่ำ แต่กลับทำให้หลินเฉิงกั๋วตัวสั่นเทาน้ำตาเล็ด
และในวินาทีนั้นเอง... เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ก็บินมาจอดสนิทลงบนลานจอดดาดฟ้าของคฤหาสน์ พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญอีกหนึ่งคนที่ก้าวลงมาจากเครื่องด้วยรอยยิ้มปริศนา... คนที่ทำให้ความลับทั้งหมดกำลังจะระเบิดเป็นจุล!
ชาเขียวแก้วร้ายขอตัวไปจิบชาอุ่นๆ รอความสะใจในตอนต่อไปก่อนนะคะ!
พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน•ตอนที่ 22
การกลับมาของตระกูลเดิมที่ไร้ยางอาย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!