เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังสนั่น หักล้างความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราของตระกูลหลินได้อย่างสิ้นเชิง สายตาของหลินลี่อินในยามนี้ไม่ได้มีความหวั่นเกรงเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย เธอกวาดตามองบิดาบังเกิดเกล้าที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา
"แกคิดว่าตัวเองกำลังทำเล่นอยู่หรือไง ลี่อิน!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวด้วยความโกรธเกรี้ยว หลินเจี้ยนกั๋วใช้มือตบโต๊ะซ้ำอีกครั้งจนแก้วชาสั่นสะเทือน ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความไม่พอใจที่บุตรสาวนอกคอกคนนี้บังAาจขัดคำสั่งเรื่องการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ลี่อินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาจนคนเป็นพ่อต้องชะงัก เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่ว ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งบนโซฟาหนังแท้อย่างถือดี ไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับว่าเธอกำลังนั่งชมละครสัตว์ฉากหนึ่งมากกว่าจะมาเผชิญหน้ากับผู้ให้กำเนิด
"เล่นหรือคะ? คุณพ่อคิดว่าหนูกำลังเล่นขายของอยู่หรือไงคะถึงได้เรียกประชุมด่วนแถมยังส่งคนไปลากตัวหนูมาถึงที่นี่" ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังต้องขบกรามแน่น "จำไม่ได้หรือคะ ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อน พวกท่านประกาศตัดหางปล่อยวัดหนูอย่างไร้เยื่อใย แค่เพราะหนูไม่ยอมแต่งงานกับตาลุงพุงพลุ้ยแลกกับหุ้นสามเปอร์เซ็นต์งี่เง่าพวกนั้น"
"นั่นมันเพื่อตระกูลหลิน! แกมันก็แค่ลูกอกตัญญู!" เจี้ยนกั๋วคำรามลั่น ใบหน้าเริ่มขึ้นสีจัดด้วยความคับแค้นใจ "ถ้าไม่มีตระกูลหลินคอยชุบเลี้ยง แกจะมีปัญญาไปเสวยสุขอยู่ที่ไหน อย่าลืมนะว่าทุกอย่างที่แกใช้อยู่ตอนนี้มันเงินของบริษัท!"
ลี่อินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาวาววับด้วยประกายของความรวยระดับล้นฟ้าที่ระบบเศรษฐีพันล้านเพิ่งจะอัปเดตยอดเงินในบัญชีให้เธอดูเมื่อสิบนาทีที่แล้ว เธอล่วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทราฟแพง คว้าเอาสมุดเช็คเล่มพิเศษที่ทำจากวัสดุชั้นดีออกมาอย่างไม่รีบร้อน
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก เฉินเหมยหลิงที่ยืนทำหน้าตาใสซื่อน่าสงสารอยู่มุมห้องรีบก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับนางเอกผู้แสนดี
"พี่ลี่อินคะ... อย่าโกรธคุณอาเลยค่ะ ท่านก็แค่วิตกกังวลเรื่องบริษัท ถ้าพี่มีปัญหาเรื่องเงิน ทำไมไม่ลองคุยกันดีๆ ล่ะคะ ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันนะ..." เหมยหลิงบีบน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสัย พร้อมส่งสายตาเหลือบมองไปทางประตู เผื่อว่าจะมีใครผ่านมาเห็นภาพที่เธอถูกรังแก
ลี่อินหันขวับไปมองหน้ายัยตัวอิจฉาตอแหลคนนี้ทันที รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นที่มุมปาก "ครอบครัว? เหมยหลิง เธอมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำนี้ สำออยเก่งเสียจริงนะ แม่นี่... อยากได้ส่วนบุญจากฉันมากนักใช่ไหม ถึงได้คอยเกาะแกะไม่เลิกรา"
"ลี่อิน! อย่ามาพาลใส่เหมยหลิงนะ!" เจี้ยนกั๋วตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เด็กคนนี้จิตใจงดงามคอยช่วยงานฉัน ผิดกับแกที่มีแต่สร้างความอับอาย! วันนี้ถ้าแกไม่ยอมเซ็นสัญญาหมั้นกับตระกูลเฉิน ก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากตระกูลหลินไปอีก!"
ลี่อินพยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำกลับกลายเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เธอดึงปากกาหมึกซึมราคาแพงออกจากกระเป๋า เปิดฝาออกด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเขียนตัวเลขจำนวนมหาศาลลงบนใบเช็คด้วยลายมือที่มั่นคงและหนักแน่น
ตัวเลขแปดหลัก... ไม่สิ เก้าหลักต่างหาก!
มูลค่าที่สามารถซื้อบริษัทของตระกูลหลินได้ถึงสามรอบโดยที่เธอไม่ต้องกระพริบตาด้วยซ้ำ
"อยากให้ฉันออกจากตระกูลนี้มากนักใช่ไหมคะ?" ลี่อินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้าไปหาโต๊ะทำงานทีละก้าวอย่างทรงพลัง แรงกดดันมหาศาลจากสตรีผู้กุมความมั่งคั่งระดับประเทศแผ่ซ่านจนเจี้ยนกั๋วและเหมยหลิงต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"นี่คืออะไร..." เจี้ยนกั๋วมองแผ่นกระดาษสีขาวที่ถูกเลื่อนเข้ามาตรงหน้าด้วยความงุนงง
"เงินสดค่ะ... ค่าเลี้ยงดู ค่าข้าวปลาอาหาร และทุกๆ บาททุกๆ สตางค์ที่ตระกูลหลินเคยเสียให้ฉันตั้งแต่เกิดจนโต รวมทั้งดอกเบี้ยมหาโหดที่ฉันคิดเพิ่มให้เป็นพิเศษเพื่อความสบายใจของพวกท่าน"
ลี่อินหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมาสะบัดเบาๆ ก่อนจะบรรจงแปะมันลงบนหน้าผากของบิดาบังเกล้าด้วยความนิ่มนวลแต่เจ็บแสบถึงทรวงใน
"กรุณารับมันไป แล้วเอาชื่อของฉันออกจากทะเบียนบ้านตระกูลเฮงซวยนี่เสียทีนะคะ เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป หลินลี่อินคนนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหลินอีกต่อไปแล้ว!"
"แก!... กล้าดียังไง..." เจี้ยนกั๋วหน้าชาดิ่ง มือสั่นเท้ารับแผ่นเช็คที่ติดอยู่บนหน้าผากลงมามอง ตัวเลขบนนั้นทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ดวง เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ มหาศาล... เงินจำนวนนี้มันมากกว่ากำไรทั้งปีของบริษัทรวมกันเสียอีก!
ในจังหวะที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่จำเป็นต้องเคาะขออนุญาต
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษสีดำสนิทก้าวเข้ามา รัศมีความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่กระจายไปทั่วห้องจนทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว ลู่เฉิงหยวน สามีหนุ่มที่เคยถูกเหยียบย่ำว่าเป็นแค่คนงานจนๆ ในวันนั้น บัดนี้เขายืนอยู่เบื้องหน้าด้วยมาดของประธานบริษัทระดับโลกผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของประเทศ
เฉินเหมยหลิงอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความริษยาและตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่เหมยหลิงเคยดูถูกเหยียดหยามว่าต่ำต้อย ในตอนนี้กลับสง่างามและมีอำนาจล้นฟ้าเสียยิ่งกว่าตระกูลหลินรวมกัน
เฉิงหยวนกวาดสายตาคมกริบมองบรรยากาศภายในห้อง ก่อนจะเดินตรงเข้ามาโอบเอวบางของภรรยาคนสวยเข้ามาแนบชิดอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย นัยน์ตาสสีเข้มทอประกายอ่อนโยนยามก้มลงมองภรรยา แต่พอดันหันไปสบตากับเจี้ยนกั๋ว กลับกลายเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ภรรยาผมจัดการเรื่องเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามภรรยาด้วยความนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานไปทั่วห้อง
ลี่อินซบใบหน้าลงกับอกแกร่งของสามีอย่างออดอ้อน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้เขา
"เรียบร้อยดีค่ะสามี... ตอนนี้เรากลับคฤหาสน์ของเรากันเถอะค่ะ พอดีฉันเบื่ออากาศแถวนี้เต็มทีแล้ว หายใจแล้วรู้สึกเหม็นกลิ่นคนโลภค่ะ"
เฉิงหยวนกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เขาปรายตามองเศษเช็คในมือของเจี้ยนกั๋วที่กำลังเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับเก้าอี้ด้วยความช็อก ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายก่อนที่ทั้งสองจะหันหลังเดินจากไป
"อ้อ... ฝากบอกตระกูลเฉินด้วยนะครับ ว่าพรุ่งนี้เช้า ผมจะส่งทนายไปยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทของพวกเขาในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน... หวังว่าพวกคุณจะยังมีบ้านอยู่พำนักนะ"
สิ้นคำพูดนั้น เฉิงหยวนก็พาภรรยาสุดที่รักก้าวเดินออกจากห้องไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้เบื้องหลังคือเสียงกรีดร้องสติแตกของเฉินเหมยหลิงและเสียงหอบหายใจด้วยความสิ้นหวังของหลินเจี้ยนกั๋วที่ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
แต่ทว่า... ขณะที่ลี่อินกำลังจะก้าวขึ้นไปนั่งบนเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดรออยู่บนดาดฟ้า เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ S: ตรวจพบยอดเงินโอนเข้าบัญชีลับจำนวน 5,000 ล้านหยวนจากบุคคลปริศนา พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูกสาว... ถึงเวลาทวงคืนทุกอย่างที่แท้จริงแล้ว"]*
ลี่อินชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวขึ้นเครื่อง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานหันขวับกลับไปมองทางลงบันไดหนีไฟที่ว่างเปล่า พร้อมกับความลับดำมืดที่ถูกเปิดเผยขึ้นอย่างกะทันหัน!
ชาเขียวแก้วร้ายขอตัวไปจิบชาอุ่นๆ รอความสะใจในตอนต่อไปก่อนนะคะ!
พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน•ตอนที่ 23
เช็คเงินสดฟาดหน้าพ่อบังเกิดเกล้า
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกล็อคนางร้ายสายเปย์ สู่เส้นทางเศรษฐีนีหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!