เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตที่กระแทกโครมครามลงบนพื้นหินอ่อนชั้นล่าง เปรียบเสมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังที่บีบเค้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
"ท่านครับ... ตำรวจกองปราบนำหมายค้น บุกเข้ามาถึงชั้นล่างแล้วครับ!"
รายงานจากบอดี้การ์ดคนสนิทที่พุ่งพรวดเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวไม่ได้ทำให้คณินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ผู้พิพากษามือหนึ่งผู้กุมอำนาจมืดแห่งอาณาจักรสีเทายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาสีเข้มคมกริบดั่งสัตว์ป่าล่าเหยื่อทอดมองร่างระหงของทนายสาวที่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่กลางห้อง
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เสียงเอะอะโวยวายและเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาทุกทีทำให้เธอรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย... โอกาสเดียวที่จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของซาตานในคราบผู้พิพากษา และทวงคืนศักดิ์ศรีที่ถูกเขาเหยียบย่ำจนป่นปี้
รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด มือเรียวบางที่ชื้นเหงื่อคว้ากระเป๋าเอกสารหนังสีดำบนโต๊ะ รูดซิปเปิดออกแล้วหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลออกมาด้วยความเร็วสูง เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ตั้งท่าเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างคุกคาม
"หยุดอยู่ตรงนั้นนะคะ ท่านผู้พิพากษาคณิน!"
เสียงหวานที่พยายามเค้นให้แข็งกร้าวเอادก้องขึ้น ทว่ามันกลับสั่นเครือเล็กน้อยทรยศความกลัวในใจ มินตราชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสูง ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ "อย่าเข้ามาใกล้ฉันมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้น... ทุกอย่างที่ท่านสะสมมาตลอดชีวิตจะจบลง ณ วินาทีนี้"
คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาของเขาไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่เป็นความขบขันระคนสมเพช ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"หืม? กล้าหาญเสียจริง ทนายสาวจอมพยศของผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยเย้าแหย่ นัยน์ตาดาร์กคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้างดงามที่เปี่ยมไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งความตึงเครียด "คิดว่าเอกสารในมือชิ้นนั้น จะช่วยให้เธอรอดพ้นจากเงื้อมมือผมไปได้จริง ๆ งั้นหรือครับ?"
"ของจริงค่ะ!" มินตราสวนกลับทันควัน เสียงของเธอเริ่มกลับมามั่นคงขึ้นเมื่อตั้งสติได้ "นี่คือบัญชีลับ การโอนเงินข้ามชาติ และรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่รับสินบนจากท่าน... หลักฐานทั้งหมดถูกสำรองไว้บนคลาวด์และตั้งเวลาส่งอัตโนมัติไปยังสำนักข่าวใหญ่ รวมถึงอธิบดีกรมตำรวจแล้ว ถ้าฉันเป็นอะไรไป หรือถ้าตำรวจชุดนี้ถูกสกัดกั้น ความฉิบหายจะมาเยือนท่านเป็นคนแรก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คณินหยุดฝีเท้าลง ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นอายความเป็นชายอันดุดันและกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความอันตรายแผ่ซ่านจนมินตราต้องกลั้นหายใจ
แทนที่จะหวาดกลัว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับระบายบนใบหน้าคมคายของผู้พิพากษาหนุ่ม คณินหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าขนลุก
"ฉลาด... และแสบสันต์สมกับที่เป็นทนายมือหนึ่ง" คณินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความดุร้าย "แต่เธอคิดตื้นเกินไป มินตรา... คิดว่าคนอย่างคณินจะปล่อยให้มีจุดอ่อนหลุดรอดไปได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?"
"ท่านหมายความว่า..." สีหน้าของมินตราถอดสีลงในพริบตา
"ลองเช็คโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอตอนนี้ดูสิครับ ว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตมันยังใช้งานได้อยู่ไหม..."
มือบางรีบล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยความลนลาน นิ้วเรียวกดหน้าจอ ปรากฏว่าสัญลักษณ์สัญญาณดับสนิท กลายเป็นหน้าจอว่างเปล่าที่ไร้การเชื่อมต่อโดยสิ้นเชิง ร่างบางเซถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก "เป็นไปได้ยังไง..."
"เครื่องตัดสัญญาณวงจรกว้าง ถูกติดตั้งไว้ทั่วตึกนี้ตั้งแต่เธอยังไม่ก้าวเท้าเข้ามาแล้วครับ" คณินฉวยโอกาสจังหวะนั้นพุ่งเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ มือหนาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แน่นแล้วรวบไขว้หลังไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงมหาศาลทำให้เอกสารในมือเธอร่วงหล่นลงพื้น
"ปล่อยนะ! ไอ้คนสารเลว!" มินตรากรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ดิ้นรนสุดแรงเกิดเพื่อสะบัดให้หลุดพ้นจากการพันธนาการ ทว่าร่างกายที่บอบบางกว่ากลับถูกรวบเข้าแนบชิดแผงอกกว้างอย่างง่ายดาย
"ปากเก่งนักนะ... ต้องให้ลงโทษด้วยวิธีไหน ถึงจะเลิกพยศสักที"
คณินกระซิบชิดริมใบหูร้อนผ่าว ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงไม่แพ้กัน จุดชนวนเพลิงสวาทที่คุกรุ่นอยู่ใต้ความตึงเครียดให้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสัมผัส
"อื้อ..." เสียงประท้วงของทนายสาวถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาบดขยี้อย่างดุดันและเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดิบเถื่อนและเร่าร้อนราวกับจะลงทัณฑ์ ปลุกเร้าความรู้สึกวาบหวามให้แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกบดขยี้จนแหลكสลายภายใต้รสจูบอันทรงพลังของเขา
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม มินตราพยายามกัดริมฝีปากเพื่อขัดขืน แต่ปลายนิ้วแกร่งที่บีบกรามของเธอไว้ทำให้ต้องเผยอริมฝีปากออกด้วยความจำยอม ความซาบซ่านแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเข่าแทบทรุด อ้อมแขนที่เคยผลักไสค่อย ๆ อ่อนยวบลงโอบกอดแผ่นหลังกว้างโดยไม่รู้ตัว แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนของชายหนุ่มหลอมละลายความแข็งกร้าวของเธอให้มอดไหม้กลายเป็นจุลในพริบตา
เสียงเคาะประตูดังปัง ๆ พร้อมกับเสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านนอกลอดเข้ามา
"ตำรวจกองปราบ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงนั้นกระชากสติอันเลือนรางของมินตราให้กลับคืนมา เธอดันอกแกร่งออกสุดแรง หอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยหอบ ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำ นัยน์ตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ
คณินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างหลงใหล นัยน์ตาดาร์กคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหาย
"อยากให้พวกเขาพังประตูเข้ามาเห็นสภาพเราตอนนี้ไหมล่ะ... หืม?" เสียงกระซิบพร่ามัวเอ่ยเย้าเย้ย สัมผัสอุ่นร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวกายทำให้มินตราชandสั่นสะท้าน
ก่อนที่ทนายสาวจะทันได้ตอบโต้อะไร ประตูไม้บานใหญ่ก็ถูกพังกระแทกเข้ามาจนหลุดจากวงกบ เสียงเอะอะและแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาภายในห้องทำงานมืดสลัว
ร่างของนายตำรวจยศใหญ่ก้าวพรวดเข้ามาพร้อมปืนในมือ ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนต้องชะงักงันด้วยความตกตะลึง
คณินยืนนิ่งสงบ สีหน้าเรียบเฉยราวนายท่านผู้สูงศักดิ์ มือข้างหนึ่งยังคงโอบเอวบางของมินตราไว้แนบชิด ทนายสาวในชุดสูทพับยับเยิน ใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อซบอยู่กับอกแผงกว้างของเขาอย่างหมดทางสู้
"ท่านผู้พิพากษาคณิน..." นายตำรวจหัวหน้าชุดชะงัก ปืนในมือลดระดับลงด้วยความงุนงง "นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นครับ?"
คณินปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเยียบเย็น ราวกับพญาเสือที่กำลังมองมดปลวก ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า
"ไม่มีอะไรมากหรอครับ... พอดีผมกำลัง *'ปรึกษาคดี'* กับทนายความส่วนตัวอย่างออกรสออกชาติอยู่พอดี"
มินตรากำหมัดแน่น ซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวด้วยความอับอายและเจ็บใจไว้กับอกเสื้อของเขา โดยไม่รู้เลยว่า... คำพูดถัดไปของคณินกำลังจะพลิกเกมทั้งหมดให้ดาร์กยิ่งกว่าเดิม และดึงเธอเข้าสู่หุบเหวแห่งเสน่หาที่ไม่มีวันปีนป่ายขึ้นมาได้อีกตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางสายดาร์กนี้ไปด้วยกันนะคะ
ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ•ตอนที่ 10
เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!