ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ•ตอนที่ 11

รอยร้าวที่ลึกขึ้น

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นกายของผู้ชายคนนี้—กลิ่นหอมเจือจางของบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของอิสรภาพที่ถูกล่ามโซ่—กำลังโอบล้อมมินตราไว้จนแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ ปลายนิ้วแกร่งที่เคยสัมผัสเคล้นคลึงเรือนร่างของเธออย่างไร้ความปรานีเมื่อคืนก่อน บัดนี้กำลังเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ ทว่าแววตาของคณินกลับไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือดวงตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง—เหยื่อที่ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่พ้นอุ้งมือของเขา "คิดว่าแผนตื้นๆ แค่นั้นจะล้มฉันได้หรือไง หืมนมินตรา..." เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าอยู่ข้างใบหูของเธอดังขึ้น พร้อมกับแรงบีบที่ปลายคางมนซึ่งบังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ร่างกายของทนายสาวชาวกรุงสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยวจนสะท้อนไปถึงอกเสื้อของเขาที่เธอยังคงซบหน้าอยู่ ความพยายามตลอดสามเดือนเต็มในการรวบรวมหลักฐานเพื่อกระชากหน้ากากผู้พิพากษาจอมปลอมอย่างเขา ถูกทำลายลงในพริบตาเดียว—เอกสารลับทั้งหมดถูกเผาไหม้เป็นจุลอยู่ในเตาผิงเมื่อสิบนาทีที่แล้ว และเธอคือคนเดียวที่ยืนมองมันกลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาโดยทำอะไรไม่ได้เลย มินตรากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เธอดันอกแกร่งของเขาออกสุดแรง พร้อมกับสะบัดหน้าหนีด้วยความเดือดดาล "คุณมันสารเลวคณิน! คุณขโมยมันไป... หลักฐานทั้งหมดนั้นมันควรจะเปิดโปงความเน่าเฟะของคุณให้โลกได้เห็น!" "โลกเหรอ?" คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มต่ำและเยือกเย็นจนสันหลังวาบ "โลกใบนี้ไม่มีความยุติธรรมหรอกมินตรา มีแค่คนกุมอำนาจกับคนที่ต้องก้มหัวให้... และเธอกำลังเลือกอย่างหลังอย่างเต็มใจ" พรึบ! ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนโซฟาหนังสีเข้มตัวใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวอย่างไม่ไบ่เบี้ย แรงกระแทกทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มจะทาบทับลงมาทันทีโดยไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ตั้งตัว ปลายคางของเธอถูกปลายนิ้วแข็งกระด้างตรึงไว้อีกครั้ง บังคับให้รองรับสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิศวาสและอำนาจดิบเถื่อนที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว "ปล่อยนะ! บอกว่าให้ปล่อยไง!" มินตรากรีดร้องพร้อมกับใช้มือทุบตีไหล่กว้างอย่างบ้าคลั่ง ความอัปยศอดสูและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นคลอหน่วยตาคู่สวย แต่คณินกลับยิ่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากที่เม้มแน่นจนห่อเลือดของเธอ "เก่งนักไม่ใช่เหรอ? ไหนล่ะทนายสาวผู้ผดุงความยุติธรรม... ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นเป็นลูกนกอยู่ในกำมือฉันล่ะ" ริมฝีปากหยักลึกกดจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี บดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เธอพยายามปิดตาย มินตราพยายามเบือนหน้าหนีและขัดขืนสุดกำลัง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงมหาศาลของซาตานในร่างผู้พิพากษา มือแกร่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้แน่นหนา ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ต่ำลงมาตามโค้งเววของเอวคอดกิ่ว ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้าไหมเนื้อดี สัมผัสผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวตามอารมณ์ปรารถนา สัมผัสที่จาบจ้วงและเร่าร้อนนั้นทำให้ร่างกายที่ต่อต้านเริ่มทรยศ ความวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มินตราหอบหายใจสะท้าน เมื่อเรียวปากหนาผละลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มสร้างรอยกุหลาบสีเข้มลงบนผิวเนื้ออ่อนอย่างจงใจ ความเจ็บแปลบผสมผสานกับกระแสความเสียวซ่านที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก ทำให้สมองของเธอขาวโพลนจนแทบคิดอะไรไม่ออก "หยุด... อื้อ... คณิน... อย่า..." เสียงประท้วงของเธอกลายเป็นเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ เมื่อมือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีIละเม็ดอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเนินอกอิ่มที่กระกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจระรัว แววตาของคณินคมกริบและเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความกระหายหิว เขาจ้องมองเรือนร่างของเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังละเลียดกินเหยื่ออันโอชะ "เกลียดฉันให้มากๆ สิ มินตรา..." เขาพกระซิบเสียงพร่าชิดริมหีบปากที่บวมเจ่อจากการจูบ "เพราะยิ่งเธอเกลียดฉันมากเท่าไหร่... ร่างกายของเธอก็จะยิ่งโหยหาฉันมากเท่านั้น..." สิ้นคำพูดนั้น บทเพลงรักอันดุเดือดและไร้ความปรานีก็เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงานที่ปิดทึบ มีเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงครางระคนความเจ็บปวดและสุขสมที่ประสานกันก้องกังวาน ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้เกมสวาทที่เต็มไปด้วยแรงแค้นและเสน่หาอันเร่าร้อน มินตราจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ ศักดิ์ศรีทั้งหมดถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ภายใต้เงื้อมมือของชายผู้กุมชะตาชีวิตของเธอไว้ทั้งหมด เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้... ห้องทำงานกลับมาสู่ความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งคู่ มินตรานอนซบอยู่บนอกแกร่งที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ดวงตาสองข้างว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บใจที่ฝังรากลึก เธอพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของร่างกายตัวเองอีกครั้ง คณินก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ชนะ นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรอยลงมาปรกแก้มใสอย่างเบามือ ทว่าในจังหวะที่มินตรากำลังจะหลับตาลงเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันอึมครึมขึ้นสามครั้งติดกัน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "ท่านครับ..." เสียงของลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอก น้ำเสียงร้อนรนและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนผิดปกติ "เราพบความเคลื่อนไหวแปลกๆ จากทางกระทรวง... และ... และมีแขกไม่ได้รับเชิญกำลังเดินทางมาที่นี่ครับ" คณินขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบหันไปมองบานประตูก่อนจะก้มลงมองทนายสาวในอ้อมแขนที่กำลังเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินประโยคถัดมา "คนที่ส่ง 'จดหมายสนเท่ห์' ชุดที่สองไปยังสำนักพิมพ์ใหญ่... ไม่ใช่คุณมินตราครับ... แต่เป็น 'เขา' คนนั้น... คนที่ท่านคิดว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเกมรักอันร้อนแรงนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%