ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ•ตอนที่ 13

จุดเปลี่ยนเกม

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
คราบเลือดจางๆ บนปลายเสื้อสูทราคาแพงระยับของคณิน คือหลักฐานชิ้นเดียวที่ฟ้องว่า บุรุษผู้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอันทรงเกียรติคนนี้เพิ่งผ่านการ ‘เจรจา’ รูปแบบใดมาบ้าง กลิ่นอายดิบเถื่อนและคาวสนิมจางๆ คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีเข้มออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ราวกับความตายและการนองเลือดเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องน่าเบื่อหน่ายก่อนมื้อค่ำ "มองอะไร, ทนายสาว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะปรายตาแล แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะสั่นประสาทคนฟังให้ตึงเครียดได้ทุกอณู คณินหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่สายตาแทะโลมอย่างทุกที แต่มีความดิบกระด้างและ... ความเปราะบางบางประการซ่อนอยู่เบื้องลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่มินตราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนี้ "ฉันแค่กำลังคิดว่า..." มินตราเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่น้อย "ภายใต้บัลลังก์อันศักดิ์สิทธิ์และค้อนไม้พิพากษาของคุณ แท้จริงแล้วมันคือโรงฆ่าสัตว์ดีๆ นี่เอง คุณทำลายชีวิตคนอื่นมาเท่าไหร่แล้วคะ, คณิน" พรึบ! ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ตั้งรับไม่ทัน มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วรวบเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวงอกอิ่ม แรงปะทะนั้นทำให้ลมหายใจของมินตราสะดุด กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง คณินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบชิดกัน แววตาดุดันฉายประกายกร้าวร้าวระคนเจ็บปวดอย่างน่าประหลาด "เธอคิดว่าฉันอยากเป็นคนแบบนี้เหรอ, มินตรา..." เสียงกระซิบนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ชelร2ายความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้หน้ากากผู้พิพากษาผู้เยือกเย็นหลุดลอดออกมาในเสี้ยววินาทีนั้น คณินไม่ได้มองเธอด้วยความกระหายใคร่เหมือนทุกครั้ง หากแต่มันคือความเวิ้งว้าง โดดเดี่ยว และเหนื่อยล้าจนน่าตกใจ ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำขึ้นเล็กน้อยราวกับแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าเพียงลำพัง มินตรานิ่งง้ำไป หัวใจที่เคยพองโตด้วยความโกรธเกรี้ยวกลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความแข็งกร้าวในตัวเธอสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของชายหนุ่มเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา สัมผัสนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความรุกเร้า แต่มันเปี่ยมไปด้วยความออดอ้อนและโหยหาอย่างน่าประหลาด ผู้ชายที่เหี้ยมโหดและทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองนี้ กำลังแสดงด้านที่อ่อนแอที่สุดให้เธอเห็นเป็นคนแรก "ปล่อยฉัน..." เธอกระซิบเสียงแผ่ว ความตั้งใจที่จะต่อต้านพังทลายลงราบคาบเมื่อปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านริมฝีปากอิ่มอย่างทะนุถนอม "อย่าเพิ่งไป..." คณินก้มลงซบใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกวาบหวามซ่านสยิวไปทั่วร่าง ความดิบเถื่อนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาอันเร่าร้อน มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเรียวเนียนภายใต้ชุดสูททำงานอย่างแนบชิด แรงดึงดูดระหว่างทั้งคู่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม สติสัมปชัญญะทั้งหมดถูกเผาลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งเสน่หาที่โหมกระหน่ำขึ้นมาอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนจัดประทับจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างเนิ่นนานและหนักหน่วง ความดุดันเจือความเวทนาในตัวเองทำให้สัมผัสของเขาลึกซึ้งจนมินตราต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไป รสจูบไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงขับทางอารมณ์ที่อัดอั้น คณินพลิกร่างบางให้แนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ แต่วันนี้ความเย็นของกำแพงกลับถูกแผดเผาจนละลายด้วยอุณหภูมิร่างกายที่แนบสนิทกันอย่างไร้รอยต่อ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใคร ริมฝีปากที่บดเบียดเข้าหากันอย่างดุเดือดสะท้อนความต้องการอันดิบเถื่อนที่ผสมผสานกับความเปราะบางภายในจิตใจของชายหนุ่ม มินตราหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความหอมหวานและเร่าร้อนนี้กลืนกินศักดิ์ศรีทั้งหมดของเธอ ความเจ็บปวดจากการถูกต้อนให้จนมุมถูกแทนที่ด้วยความสุขสมอันวาบหวามที่คณินมอบให้อย่างไม่รู้จักพอ เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก ร่างกายของทั้งคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันตราย คณินกอดรัดเธอมั่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือ ร่างตรงหน้าจะสลายหายไป ความเร่าร้อนบนเตียงกว้างดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และทุกเสียงครางแผ่วเบาคือการประกาศก้องถึงพันธนาการที่ไม่อาจตัดขาด มินตราจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ร่างกายกระตุกเกร็งรับความสุขสมที่ซัดสาดเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบขาดใจ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ มินตรานอนซบอยู่บนแผ่นอกกว้างที่ยังมีรอยแผลเป็นจางๆ บ่งบอกถึงอดีตอันโชกโชน ปลายนิ้วเรียวไล้เบาๆ บนผิวเนื้อนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่ได้เป็นแค่อาชญากรในคราบผู้พิพากษาอีกต่อไปแล้ว แต่เขาคือผู้ชายที่พังทลายลงต่อหน้าเธอ ทว่า... ความเงียบสงบนั้นกลับอยู่ได้ไม่นาน กริ๊งงงงง! เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกรีดร้องทำลายบรรยากาศ คณินขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าเครื่องมาแนบหู ดวงตาคมกริบที่เคยมีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด กลับมาแข็งกระด้างและเหี้ยมเกรียมขึ้นในพริบตาเดียวเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย "ว่าไงนะ..." น้ำเสียงของคณินเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ใครมันกล้าบุกรุกเข้าไป..." มินตราเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนก สีหน้าของคณินที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุดทำให้เธอมั่นใจว่า มีบางอย่างกำลังพังทลายลง และเกมกระดานนี้กำลังจะเปลี่ยนทิศทางไปตลอดกาล "ท่านครับ..." เสียงลูกน้องคนสนิทดังลอดออกมาจากลำโพงด้วยความตื่นตระหนก "ตอนนี้ตำรวจกองปราบกำลังนำหมายค้นบุกเข้ามาในคฤหาสน์แล้วครับ! พวกมันมีหลักฐานเรื่องคดี... ที่ท่านสั่งเก็บพยานปากเอกเมื่อเดือนก่อน!" หวาดเสร็จ... ดวงตาของคณินวาวโรจน์ขึ้นด้วยความเหี้ยมโหด ก่อนที่เขาจะหันขวับมามองหน้าทนายสาวที่นอนอยู่ข้างกายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา หวังว่ารี้ดที่รักจะเพลิดเพลินไปกับค่ำคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับมินตรานะคะ จูบแรกยามสายัณห์ค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%