ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ•ตอนที่ 14

อาณาจักรสีเทา

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
กลิ่นอายของสนิมเหล็ก ควันบุหรี่จางๆ และหยาดฝนที่ยังคงเกาะพราวอยู่บนกระจกกันกระแทกหนาเตอะ คือสิ่งที่ต้อนรับมินตราทันทีเมื่อประตูนิรภัยบานยักษ์ปิดลงเบื้องหลัง ทนายสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปสีเข้มยืนหยัดอยู่บนส้นสูงอย่างมั่นคง แม้ว่าภายในจะรู้ดีว่าเธอกำลังก้าวเข้าสู่ปากเหวแห่งความลับที่ดำมืดที่สุดของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็น ‘ผู้พิพากษา’ คณินไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยตั้งแต่รถยนต์กันกระแทกคันหรูเลี้ยวลดคดเคี้ยวผ่านอุโมงค์ใต้ดินลับแลมาจนถึงสถานที่แห่งนี้ เขายืนอยู่เบื้องหน้าแผงควบคุมระบบดิจิทัล แสงไฟสีฟ้าสลัวจากหน้าจอทอดเงาทาบทับโครงหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ความนิ่งงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ "คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม... คณิน" เสียงของมินตราดังขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องนิรภัยใต้ดิน เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกนิด แม้ศักดิ์ศรีจะสั่งให้ถอยหลัง แต่ความอยากรู้และสัญชาตญาณนักกฎหมายกลับเรียกร้องให้เผชิญหน้า "ที่นี่มันคืออะไรกันแน่ คลังแสง? ห้องสอบสวนลับ? หรือว่า... สถานที่กลบเกลื่อนหลักฐานที่พวกคุณใช้มันมาตลอดชีวิตการเป็นผู้พิพากษาของคุณ" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความเย้ยหยัน ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งช่องว่าง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนมินตราต้องผอยลมหายใจสะดุด "ทนายสาวฝีปากกล้าอย่างคุณ มักจะจินตนาการไปไกลถึงเรื่องชั่วช้าเสมอสินะ มินตรา" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เปลือยเปล่าที่โผล่พ้นปกสูท "อยากเห็นนักไม่ใช่หรือว่าโลกมืดที่ฉันปกครองอยู่มันหน้าตาเป็นยังไง... อยากรู้ว่ามือคู่นี้เคยเปื้อนเลือดมามากแค่ไหน ถึงเวลาแล้วล่ะที่คุณจะต้องเปิดตาดูความจริงด้วยตัวเอง" นิ้วแกร่งเอื้อมไปแตะที่แผงควบคุมข้างผนัง เสียงกลไกโลหะหนักอึ้งดังขึ้นสะท้อนก้อง ผนังกระจกใสบานมหึมาที่อยู่ตรงข้ามค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ลมหายใจของทนายสาวขาดห้วงไปทันที เบื้องล่างนั้นคือห้องโถงกว้างขวางที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นศาลเตี้ยขนาดย่อม แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงบนร่างของชายฉกรรจ์หลายคนที่ถูกมัดตรึงไว้กับเก้าอี้เหล็ก มีร่องรอยการถูกซ้อมทรมานอย่างหนักจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม และรอบตัวพวกมันคือบรรดา ‘ลูกน้อง’ มือขวาของคณินที่ยืนคุมเชิงด้วยแววตาไร้ความปรานี "นี่มัน... บ้าชัดๆ!" มินตราอุทานออกมาด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา เธอยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อเห็นภาพความรุนแรงตรงหน้า "คุณทำแบบนี้ได้อย่างไร คุณเป็นผู้พิพากษา! คุณมีหน้าที่รักษาความยุติธรรม ไม่ใช่มาตั้งศาลเตี้ยลงทัณฑ์คนด้วยกฎหมายเถื่อนแบบนี้!" คณินคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนกระดูกแทบร้าว แต่ไร้ซึ่งความเจ็บปวดใดจะเทียบเท่ากับความร1วร้าวในแววตาคมกริบของเขาที่มองตรงมาที่เธอ "ความยุติธรรมงั้นเหรอ?" คณินทวนคำด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ดวงตาสสีดำสนิทลẫกซึ้งลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึง "กฎหมายบนโลกสวยของคุณมันปกป้องคนชั่วได้ แต่มันปกป้องคนที่ฉันรักไม่ได้ มินตรา! พวกมันคือพวกเดียวกับคนที่ฆ่าน้องสาวฉัน... และพวกมันยังลอยนวลอยู่ได้ด้วยช่องโหว่ของกฎหมายที่คุณกอดบูชานักหนานั่นแหละ!" คำพูดนั้นพุ่งเข้าชนหัวใจของมินตราราวกับค้อนเหล็ก ความโกรธเกรี้ยวและอคติที่เธอเคยมีต่อเขาสั่นคลอนชั่วขณะ แต่ทิฐิอันดื้อรั้นก็ยังทำให้เธอกัดฟันเชิดหน้าขึ้นสู้ "ต่อให้พวกมันเลวแค่ไหน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตใครตามอำเภอใจ! คุณมันก็แค่ฆาตกรภายใต้คราบนักกฎหมาย!" "ปากเก่งนักนะ..." คณินคำรามต่ำในลำคอ ความอดทนเส้นสุดท้ายขาดผึ้งลงทันที เขาไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้เอ่ยคำผรุสวาจาใดออกมาอีก มือแกร่งรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกแนบสนิทกัน มินตราตกใจจนเผลอร้องอุทานออกมา แต่เสียงนั้นถูกกลืนหายไปในลำคอทันทีเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นบทลงทัณฑ์อันดิบเถื่อนที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความอัดอั้น และความปรารถนาอันเร่าร้อนที่ถูกกดทับมานาน คณินขบเม้มเรียวปากอิ่มจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติที่หวานล้ำแต่ปนเปด้วยความเจ็บปวดทำให้มินตราพยายามทุบตีแผงอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเขาเลยสักนิด "อื้อ..." เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมยาวสลวยจนศีรษะเธอต้องหงายรับองศาจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ร่างกายของมินตราเริ่มอ่อนระทวยลงอย่างน่าไม่อาย ความร้อนรุ่มจากฝ่ามือของเขาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูทปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายเธอให้ตื่นขึ้น สัมผัสของเขาดุดันแต่กลับหลอมละลายศักดิ์ศรีอันแข็งกร้าวของเธอให้พังทลายลงทีละน้อย มินตรารู้สึกราวกับตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งเสน่หาที่เต็มไปด้วยอันตราย ปลายเล็บเรียวจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวในขณะที่เขายังคงบดจูบเธออย่างไม่รู้จักพอ เมื่อคณินผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ทอดสายตามองใบหน้าหวานที่แดงก่ำ หอบสะดุ้ง และริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบอันเร่าร้อน ดวงตาของเขาก็ลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลง "เก่งนักไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะ ทนายมินตรา" เสียงกระซิบพร่าพรายดังอยู่ชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้มสาก มินตราเม้มปากแน่น พยายามรวบรวมเศษ 1 ส่วน 4 ของสติที่เหลืออยู่เพื่อผลักอกเขาออกเบาๆ "คุณมัน... คนเผด็จการ..." "ใช่... และคุณก็กำลังตกเป็นเชลยของคนเผด็จการคนนี้" คณินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และอันตรายยิ่งกว่าเดิม "ดูให้เต็มตาซะ... ว่าอาณาจักรสีเทาที่ฉันสร้างขึ้น มันกำลังจะกลายเป็นกรงขังชั่วนิรันดร์ของคุณ" ก่อนที่มินตราจะได้เอ่ยปากโต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางบันไดวนด้านหลัง พร้อมกับร่างของลูกน้องคนสนิทที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน สีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นได้ชัด "นายครับ... ทางฝั่งกระทรวงส่งข่าวมาแล้วครับ พวกมันรู้แล้วว่าคุณพาตัวทนายมินตราลงมาที่นี่ และตอนนี้... กำลังส่งคนมาปิดล้อมตึกนี้แล้วครับ!" คณินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบหันกลับไปมองลูกน้อง ก่อนจะก้มลงมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้เบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม หวังว่ารี้ดที่รักจะเพลิดเพลินไปกับค่ำคืนอันตรายนี้ไปพร้อมกับมินตรานะคะ จูบแรกยามสายัณห์ค่ะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%