เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* หนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบราวกับหลุมศพ—พื้นที่ปิดตายซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนร่างของคนทั้งคู่ ทอดเงาทอดตัวยาวทับซ้อนกันบนพรมหนานุ่มราวกับสัตว์ร้ายสองตัวกำลังต้อนกันจนมุม
มินตราถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบอบบางแนบสนิทเข้ากับบานไม้เนื้อดี ลมหายใจของทนายสาวจอมพยศหอบกระชั้น ไหล่ลาดห่อเข้าหากันด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อร่างสูงใหญ่ของคณินก้าวเข้ามาประชิด พื้นที่ว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลืออากาศให้หายใจ ผู้พิพากษามือหนึ่งถอดสูทเนื้อแพรออกโยนทิ้งอย่างไร้ความใส่ใจ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่บอกเล่าถึงอดีตอันดิบเถื่อน
“ถอยไปนะคะ ท่านคณิน คุณไม่มีสิทธิ์มาขังฉันไว้ที่นี่!” เสียงของเธอแข็งกร้าว ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ยามที่ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่เรือนผมสลวยลงมาจนถึงเรียวขาภายใต้กระโปรงทรงสอบ
“ไม่มีสิทธิ์งั้นหรือครับ มินตรา...” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามในลำคอของชายหนุ่มดังชิดริมหู ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนเข้ากับแก้มเนียน คณินยกมือข้างหนึ่งขึ้นกักตัวเธอไว้กับบานประตู ปลายนิ้วกร้านไล้ผ่านกรอบหน้าคมคายของทนายสาวอย่างจงใจยั่วเย้า “คุณต่างหากที่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรของผมเอง... และประตูบานนี้ ก็มีไว้เพื่อขัง ‘เหยื่อ’ ที่บังอาจมาท้าทายอำนาจของผมเท่านั้น”
มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมปลาบจ้องมองตอบอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก “ฉันมาในฐานะทนาย ไม่ใช่เหยื่อ... ปล่อยฉันออกไป ไม่อย่างนั้น—”
“ไม่อย่างนั้นคุณจะทำไม?” คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือแววเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเขาฉาบด้วยความเจ้าเล่ห์และดุดัน มืออีกข้างที่ว่างเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอไว้มั่น บังคับให้เธอแหงนเงยรับสัมผัสและสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง “จะฟ้องร้องผม? หรือจะใช้กฎหมายข้อไหนมาเอาผิดผมในห้องนี้... ในเมื่อกฎหมายเดียวที่มีผลบังคับใช้ ณ ตอนนี้ มีแค่คำสั่งของผมคนเดียวเท่านั้น”
สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่บีบกระชับบนคางส่งกระแสความวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ผสมผสานกับความเร่าร้อนอันดิบเถื่อน—กลับทำให้สมองของเธอมึนเบลออย่างน่าประหลาด
ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดโต้แย้ง ริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นเสียงทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน ทว่าเป็นการจู่โจมที่ดุดัน เร่าร้อน และจงใจบดขยี้ความแข็งกร้าวทั้งหมดของเธอให้แหลกคาเรียวปาก คณินขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว ก่อนจะแทรกเรียวลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวระรัวทุบลงบนแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับกำแพงมนุษย์ตรงหน้า
ร่างสูงใหญ่เบียดกายเข้าชิดสนิทแนบ จนทุกสัดส่วนของร่างกายแนบชิดอย่างไร้รอยต่อ ความร้อนผ่าวจากกายสาวปะทะเข้ากับความกำหนัดอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้า คณินตวัดแขนโอบรอบเอวบางของเธอไว้แน่น ยกตัวเธอขึ้นเล็กน้อยจนเท้าของหญิงสาวลอยจากพื้น บังคับให้เธอต้องเกี่ยวเรียวขาโอบรอบสะโพกสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น
“อื้อ...” เสียงครางประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อความหอมหวานและรสสัมผัสอันชวนเคลิบเคลิ้มเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอ ความโกรธเกรี้ยวและศักดิ์ศรีที่เคยมีค่อย ๆ หลอมละลายหายไป เปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่ตีตื้นขึ้นมาจนหน้ามืดตามัว
ลิ้นร้อนเกี่ยวพันกระหวัดไล่ต้อนอย่างไร้ความปรานี มือหนาเลื่อนจากเอวบางสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตทำงานของเธอสัมผัสผิวเนียนนุ่มร้อนผ่าว สัมผัสนั้นสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ มินตราครางแผ่วในลำคออย่างลืมตัว มือที่เคยทุบตีเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ล้มพับลงไป
ในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้ ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีกฎหมาย และไม่มีทางหนี มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ที่ประสานกันเป็นจังหวะเพลงรักอันเร่าร้อน คณินผริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ขณะที่สายตาคมกลาบยังคงจดจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อและแดงก่ำของเธอด้วยความพึงพอใจ
“ปากเก่งนัก... แต่สุดท้ายก็สั่นอยู่ใต้ร่างของผมทุกทีสินะครับ มินตรา” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน
มินตราหอบหายใจจนตัวโยน ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาท เธอกัดริมฝีปากล่างที่บวมช้ำ พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความแข็งกร้าวที่เหลืออยู่มาตอบโต้ “คุณมัน... คนสารเลว...”
“หึ...” คณินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขาวางเธอลงยืนบนพื้นช้า ๆ แต่ทว่าวงแขนแกร่งยังคงกักขังเธอไว้ระหว่างตัวเขากับประตู “จะด่าผมยังไงก็ได้ทั้งนั้น... แต่จำไว้ว่าเกมนี้ คุณเป็นคนเริ่มมันเอง”
นิ้วเรียวของชายหนุ่มเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจาก Mกแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนขึ้นกะทันหันนี้ยิ่งทำให้หัวใจของทนายสาวปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่ได้ แต่ก่อนที่มินตราจะได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอกก็ผ่าบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที
*ก๊อก ๆ ๆ!*
“ท่านคณินครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางสำนักงานอัยการส่งคนมาตรวจสอบเอกสารคดีลับกลางดึก และตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องทำงานนี้ครับ!”
เสียงลูกน้องคนสนิทตะโกนผ่านบานประตูเข้ามาด้วยความร้อนรน ทำให้คณินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสีเข้มคมกริบหันกลับมามองมินตราที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างมีความหมาย
เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่ากระซิบที่ทำให้ร่างทั้งร่างชาดิกไปหมด
“ดูเหมือนว่าเกมของเรา... จะต้องมีผู้ชมที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมแจมเสียแล้วล่ะครับคนสวย... แต่จำคำพูดของผมไว้ให้ดี ว่าเมื่อไหร่ที่ประตูห้องนี้ปิดลงอีกครั้ง คุณจะไม่ทางรอดเงื้อมมือผมไปได้แน่นอน”
—
ขอบคุณรี้ดที่รักสำหรับการติดตามค่ำคืนอันเร่าร้อนนี้นะคะ
จูบแรกยามสายัณห์ค่ะ
ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ•ตอนที่ 15
กรงขังเสน่หา
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้พิพากษาสายดาร์กกับทนายสาวจอมพยศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!