เสียงเนื้อผ้ากระทบกันและแรงกระชากที่ข้อมืออย่างถือวิสาสะ ทำให้รสรินต้องสะบัดหน้าขวับกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
"ปล่อยฉันนะคะคุณคิน! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามาทำกิริยาต่ำทรามแบบนี้ใส่ฉันอีก!"
รสรินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนแอและยอมจำนนในอดีต บัดนี้ลุกโชนด้วยไฟพยาบาทและความรังเกียจเดียดฉันท์ เธอยืนหยัดอยู่กลางล็อบบี้โรงแรมหรูใจกลางเมือง ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับสิบที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ แต่สำหรับภาคินัยในเวลานี้... เขาไม่สนสายตาใครหน้าไหนทั้งสิ้น สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวคู่นั้น คือความหึงหวงบ้าคลั่งและความเจ็บปวดเจียนตายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย่อหยิ่ง
"ทำไมล่ะริน? กับมัน... คุณยอมให้มันแตะเนื้อต้องตัว ยอมแม้กระทั่งส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ แต่กับสามี... อดีตสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างผม คุณกลับทำเหมือนผมเป็นตัวน่ารังเกียจ!"
ภาคินัยคำรามเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็ง บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาที่บีบรัดข้อมือบางไว้แน่นสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ เขากวาดสายตามองไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอด้วยแววตาคมปลาบ
กันตภัทร ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนทันที ร่างสูงโปร่งในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบขยับตัวด้วยท่าทีสุภาพแต่ทว่ามั่นคง เขายกมือขึ้นปัดข้อมือของภาคินัยให้ออกจากแขนของรสรินอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่
"มือไม้ไม่สะอาดเลยนะครับคุณภาคินัย ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่ชอบ ก็ยังจะฝืนทำตัวไร้สติปัญญาอีกหรือครับ?" กันตภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงในอกของภาคินัย
"เสือกอะไรด้วยวะกันตภัทร! นี่มันเรื่องของฉันกับภรรยาเก่าของฉัน!"
ภาคินัยคำรามลั่น ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร เขาไม่ชอบหน้าไอ้ผู้ชายคนนี้มานานแล้ว และยิ่งเห็นมันทำตัวสนิทสนม คอยตามปกป้องรสรินราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ หัวใจที่ด้านชาของเขาก็รู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาจนแทบคลั่ง
"อดีต... คุณใช้คำว่า 'อดีต' ได้ถูกต้องที่สุดแล้วค่ะคุณคิน"
รสรินสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยมีกันตภัทรยืนบังให้อย่างปกป้อง ดวงตาคู่สวยจ้องมองอดีตสามีด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย คำพูดแต่ละคำของเธอบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม
"เพราะฉะนั้น กรุณาจำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า ระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่เซ็นใบหย่าแล้วค่ะ! อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ อย่ามาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยในวันที่มันสายไปแล้ว เพราะต่อให้คุณคุกเข่าร้องขอความเห็นใจ รสรินคนนี้ก็ไม่มีวันชายตามองผู้ชายใจร้ายอย่างคุณอีกเด็ดขาด!"
เพี้ยะ!
เสียงตบหน้าระหว่างความเงียบของบรรยากาศรอบข้างไม่มี เพราะเสียงประกาศกร้าวของรสรินดังกลบทุกสรรพเสียง แต่ความเจ็บปวดที่ฟาดย้อนกลับเข้าสู่หัวใจของภาคินัยนั้นรุนแรงยิ่งกว่าถูกตบด้วยซ้ำ ร่างสูงเซถอยหลังไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความสะท้านสะเทือน เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยยอมจำนน แทบจะกราบกรานขอความรักจากเขาในอดีต จะกล้าประกาศตัดเยื่อใยต่อหน้าธารกำนัลด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีได้ถึงเพียงนี้
"ริน..." ภาคินัยครางชื่อเธอออกมาเบาหวิว ราวกับคนใกล้ตายที่กำลังสูญเสียลมหายใจเฮือกสุดท้าย ความเย่อหยิ่งทระงายตนพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความสำนึกผิดที่สายเกินแก้กัดกินหัวใจ
"อย่ามาเรียกชื่อฉัน!" รสรินตวาดกลับเสียงกร้าว หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธ "และถ้าคุณยังไม่เลิกราวี เลิกตามรังควานชีวิตฉันกับลูก... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนลากคุณไปโรงพักข้อหาคุกคามทางเพศและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล จำเอาไว้!"
สิ้นคำประกาศิตอันเฉียบขาด รสรินก็หันไปส่งสัญญาณให้กันตภัทร "กันต์คะ เราไปกันเถอะค่ะ รินไม่อยากเสียเวลากับคนไร้หัวใจแถวนี้อีกแล้ว"
"ครับคนสวย" กันตภัทรยิ้มรับด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะปรายตามองภาคินัยด้วยสายตาเย้ยหยันเล็กน้อย แล้วโอบไหล่บางของรสรินเพื่อพาเดินเลี่ยงออกจากจุดนั้นทันที
"หยุดนะ! ริน! กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน!"
ภาคินัยพุ่งตัวตามด้วยความลืมตัว สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขาต้องคว้าตัวอيดตภรรยากลับมาสู่อ้อมอกให้ได้ แต่กันตภัทรไวกว่า เขาหันกลับมาใช้มือคว้าหมัดที่พุ่งเข้ามาเสยปลายคางของตนเองได้อย่างทันท่วงที
"ถ้าไม่อยากอับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้ ก็อยู่ส่วนของคุณซะเถอะครับคุณภาคินัย" กันตภัทรเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความกร้าวร้าว
"มึงอยากลองดีใช่ไหมไอ้กันต์!"
ความอดทนเส้นสุดท้ายของประธานหนุ่มขาดผึ่ง ภาคินัยง้างหมัดขวาซัดเข้าที่ใบหน้าคมคายของกันตภัทรเต็มแรง จนร่างของนักธุรกิจหนุ่มเซถลาไปตามแรงปะทะ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจของผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ชุลมุน
"ว้าย! อย่าตีกันนะคะ!" เสียงพนักงานโรงแรมร้องลั่น
กันตภัทรเซถอยหลังไปสองก้าวแต่มือยังทรงตัวไว้ได้ดี เขายกหลังมือขึ้นปาดเช็ดคราบเลือดซิบที่มุมปาก ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมแพ้เช่นกัน
"หึงจนหน้ามืดตามัวจนขาดสติเลยสินะครับ... สมน้ำหน้าแล้วล่ะ ที่คุณไม่มีวันได้เธอกลับคืนมา!"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ภาคินัยคำรามในลำคอด้วยความโกรธเกรี้ยวจนสติหลุดลอย เขากำหมัดแน่นเตรียมจะพุ่งเข้าไปซัดคู่ปรับอีกรอบ ทว่าภาพของรสรินที่หันกลับมามองด้วยแววตาสสมเพชและรังเกียจขีดสุด กลับทำให้ฝ่าเท้าของเขาราวกับถูกตรึงติดไว้กับพื้น
"หยุดทำตัวเป็นอันธพาลไร้สมองสักทีค่ะคุณคิน!" รสรินตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความโกรธ "ฉันเกลียดคุณ! เกลียดที่สุด! จำใส่สมองไว้ด้วย!"
สิ้นเสียงนั้น รสรินก็ดึงแขนกันตภัทรให้เดินหนีออกไปทางประตูหน้าโรงแรมทันที โดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอดีตสามีที่ยืนทรุดร่างลงเล็กน้อย ราวกับวิญญาณถูกพรากออกจากร่าง
ภาคินัยยืนหายใจหอบกระชั้นท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่สิ่งที่ทรมานยิ่งกว่าความเจ็บทางกาย คือคำว่า "เกลียด" ที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาล้มเหลว... เขากำลังจะสูญเสียเธอไปตลอดกาลจริงๆ หรือ?
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินหัวใจจนมืดบอด สายตาคมกริบของภาคินัยก็บังเอิญเหลือบไปเห็นกระเป๋าเอกสารหนังสีดำใบเล็กที่หล่นอยู่บนพื้นพรม ตรงจุดที่รสรินเพิ่งก้าวผ่านไปเมื่อครู่
ด้วยสัญชาตญาณ เขาเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะวิ่งตามไปคืนให้ แต่จังหวะนั้นเอง... ลมกระโชกแรงจากประตูอัตโนมัติที่เปิดออก ก็พัดเอาแฟ้มเอกสารด้านในที่อัดแน่นจนล้นทะลัก ร่วงหล่นกระจายเกลื่อนกลาดลงแทบเท้า
กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวคว่ำหน้าลง แต่มีเอกสารอีกแผ่นหนึ่งที่หงายขึ้นพร้อมกับรูปถ่ายขนาดจัมโบ้ที่หลุดร่วงออกมาจากซองสีน้ำตาล
ดวงตาดำขลับของภาคินัยก้มลงมองภาพนั้นอย่างเหม่อลอย ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะสะดุดกceun ร่างสูงแข็งทื่อราวนับเป็นหินปูนเมื่อภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า... คือรูปถ่ายของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสองขวบ ผิวขาวเนียน ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา!
และที่มุมกระดาษแผ่นเดียวกันนั้น มีชื่อระบุไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง—
*ผลการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด: ด.ช.รวิน และ ภาคินัย (ความน่าจะเป็น 99.99%)*
หัวใจของภาคินัยหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว่ำคะมำหงายในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
--------------------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ - รสรินกลิ่นกำมะหยี่
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 23
ปะทะเดือดกับศัตรูหัวใจ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!