“ถ้าคุณยังไม่หยุดส่งของเล่นราคาแพงพวกนี้มาที่ร้านของฉันอีก ฉันจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาคุกคามนะคะ ภาคินัย!”
เสียงหวานที่เจือไปด้วยความกรุ่นโกรธดังลอดผ่านเครื่องมือสื่อสาร ทว่าปลายสายกลับไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือน รสรินยืนกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อพับนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองกล่องของเล่นนำเข้าจากต่างประเทศนับสิบกล่องที่ถูกกองสุมไว้หน้าร้านกาแฟของเธอ จนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ลูกค้าเดิน สัญลักษณ์แบรนด์หรูหราบนกล่องเหล่านั้นประกาศชัดเจนว่ามันถูกส่งมาจากใคร... ผู้ชายใจร้ายคนเดิมที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ตอนนี้กลับใช้วิธีการหน้าด้านที่สุดในการแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเธอและลูก
“ของพวกนั้นผมไม่ได้ซื้อให้คุณเสียหน่อย ริน... ผมซื้อให้ลูกต่างหาก” เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลตอบกลับมาอย่างไม่รีบร้อน เจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำให้นักเขียนสาวอย่างเธออยากจะปาโทรศัพท์ทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด “น้องรันอายุสองขวบแล้ว กำลังอยู่ในวัยเรียนรู้ ของเล่นเสริมพัฒนาการพวกนั้นจำเป็นต่องับสมองของแกนะ หรือคุณอยากให้ลูกชายของเราพลาดโอกาสดีๆ ไปล่ะ”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกเขาว่าลูก! ตอนที่เขาอยู่ในท้อง ตอนที่ฉันเกือบตายอยู่โรงพยาบาล คุณอยู่ที่ไหนล่ะภาคินัย!” รสรินเค้นเสียงลอดไรฟัน หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดที่ต่อให้เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่เคยจางหาย ภาพอดีตอันโหดร้ายย้อนกลับมาทิ่มแทงในอกจนแทบหายใจไม่ออก
“ผมรู้แล้วว่าผมโง่แค่ไหน... และผมกำลังชดใช้มันอยู่ไงครับ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้เธอยิ่งหัวเสีย “เย็นนี้ผมไปรับลูกที่โรงเรียนนะ เตรียมชุดสวยๆ ไว้ล่ะ เราจะไปกินข้าวกันสามคนพ่อแม่ลูก”
*ติ๊ด!* สายถูกตัดไปดื้อๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย
รสรินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความอึดอัดคับข้องใจ เมื่อใช้กำลังหักหาญไม่ได้ ภาคินัยก็เปลี่ยนกลยุทธ์มาใช้ ‘สายเปย์’ และการเข้าทางลูกชายแทน ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด เขารู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของเธอคือ ‘น้องรัน’ แก้วตาดวงใจ และตอนนี้ เจ้าเด็กน้อยตัวกลมก็เริ่มติดคุณลุงใจดีที่ขยันสรรหาของเล่นชิ้นใหญ่และหุ่นยนต์สารพัดมาเอาใจเสียแล้ว
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่หน้าสถานรับเลี้ยงเด็กอนุบาลชื่อดัง บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายเล็กน้อยเมื่อรถยนต์สปอร์ตคันหรูสีดำสนิทจอดเทียบท่าอย่างสง่างาม
ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีที่ถูกถอดสูทออกเหลือเพียงเชิ้ตพับแขนเสื้อเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่ง ภาคินัยก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางที่ดึงดูดสายตาของบรรดาคุณแม่และพี่เลี้ยงเด็กให้หันมามองเป็นตาเดียว ทว่าใบหน้าคมคายกลับไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังเดินจูงมือมากับครูประจำชั้น
“คุณพ่อคิน!”
เสียงใสแจ๋วของน้องรันดังขึ้นทันทีที่ดวงตากลมโตคู่นั้นมองเห็นร่างสูง ดวงหน้าจิ้มลิ้มถอดแบบมาจากภาคินัยราวกับพิมพ์เดียวกันเป๊ะ ทั้งจมูกโด่งรั้นและนัยน์ตาคมกริบ เด็กน้อยสะบัดมือจากคุณครูแล้ววิ่งเตาะแตะเข้าไปหาชายหนุ่มทันทีโดยลืมความกลัวในตอนแรกไปเสียสนิท
ภาคินัยย่อตัวลงอ้าแขนรับร่างนุ่มนิ่มที่พุ่งเข้าชนอ้อมอกอย่างเต็มแรง ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจด้านชาที่ด้านชามานานนับปี ร่างสูงช้อนตัวอุ้มเด็กชายขึ้นแนบอก สัมผัสถึงกลิ่นหอมแป้งเด็กอ่อนๆ ที่ชวนให้ใจยวบยาบ เขาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างมีความสุขเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
“คิดถึงคุณพ่อไหมครับตัวแสบ” ภาคินัยกดจมูกโด่งลงบนแก้มป่องนิ่มฟูนั้นฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว
“คิดถุง! วันนี้คุณพ่อคินซื้อหุ่นยนต์ยักษ์ให้อีกหมะฮะ?” น้องรันเอียงคอถามตาแป๋ว มือเล็กๆ ยกขึ้นลูบไล้กรอบหน้าคมคายของชายหนุ่มอย่างคุ้นเคย ราวกับสัญชาตญาณทางสายเลือดเรียกร้องให้เขารู้สึกปลอดภัยในอ้อมแขนนี้
“ซื้อให้สครับ... แถมเดี๋ยวเราจะไปกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตภูเขาไฟกันด้วย สนใจไหมครับ”
“เย้! ไปกินไอติมมม!” เด็กชายส่งเสียงร้องดีใจจนตัวโยโย่ ปรบมือแปะๆ อย่างตื่นเต้น
ทว่าความสุขในอ้อมแขนนั้นต้องสะดุดลง เมื่อหางตาของภาคินัยเหลือบไปเห็นร่างเพรียวระหงของใครบางคนยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกล รสรินยืนมองภาพความสนิทสนมระหว่างพ่อลูกด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด หวาดระแวง และไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า... ภาพนั้นมันช่างอบอุ่นจนน่ากลัว
หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าเรียบตึง ดวงตาคู่คมจ้องมองอดีตสามีด้วยความไม่พอใจ “คุณทำแบบนี้อีกแล้วนะภาคินัย บอกแล้วไงว่าอย่ามาทำอะไรลับหลังฉัน”
ภาคินัยค่อยๆ วางน้องรันลงกับพื้น แต่ยังคงจับมือเล็กๆ นั้นไว้แน่น เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหารสรินทีละน้อยจนหญิงสาวต้องถอยหลังกาลโดยอัตโนมัติ รัศมีกดดันอันเย้ายวนและทรงอำนาจแผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ
“ผมไม่ได้ทำลับหลังสักหน่อย ริน... ผมกำลังทำต่อหน้าคุณต่างหาก” ภาคินัยโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำเธอมือไม้อ่อนแรงลงไปวูบหนึ่ง “แล้วคุณก็เห็นนี่ครับว่า... ลูกชายของเราชอบผมแค่ไหน”
“เขาแค่เด็กสองขวบ ใครให้ของเล่นเขาก็รักคนนั้นทั้งนั้นแหละค่ะ!” รสรินเชิดหน้าขึ้นเถียง พยายามกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง “ปล่อยมือน้องรันเดี๋ยวนี้ เราจะกลับบ้านกันแล้ว”
“ไม่กลับบ้านเรา... ไปกินไอติมกับคุณพ่อคินนะฮะมัมมี่!” น้องรันทำแก่งอนแก้มป่อง ดึงชายเสื้อของรสรินเบาๆ พร้อมส่งสายตาอ้อนวอนที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อไม่มีผิดเพี้ยน “นะฮะมัมมี่ นะๆๆ”
รสรินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ มองหน้าลูกชายสลับกับใบหน้าเจ้าเล่ห์ของอดีตสามีที่กำลังส่งยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ความพ่ายแพ้ค่อยๆ กัดกินหัวใจเธอทีละน้อยเมื่อพบว่า... ตอนนี้เธอไม่ได้สู้แค่กับภาคินัยผู้เย็นชาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับสายใยสายเลือดที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งสามคนไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันตัดขาด
“ก็ได้... แต่แค่กินไอศกรีมเท่านั้นนะคะ แล้วห้ามมีข้อแม้เด็ดขาด!” รสรินเอ่ยเสียงแข็ง ยอมจำนนต่อสายตาเวทนาแกมเว้าวอนของลูกชาย
ภาคินัยแย้มยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจจนรสรินต้องเบือนหน้าหนี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะภายใต้แผ่นอก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่พวกเขาจะก้าวขึ้นรถ เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของภาคินัยก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงถนัดตา ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก พร้อมกับหน้าจอโทรศัพท์ที่แสดงภาพถ่ายเอกสารแผ่นหนึ่ง... ภาพผลตรวจ DNA ลับระหว่างเขากับเด็กชายรวิน ที่ระบุความสัมพันธ์ทางสายเลือดไว้อย่างชัดเจน 100% ซึ่งถูกส่งมาจากแหล่งข่าวที่ไม่คาดคิด และตอนนี้มันกำลังนอนแน่นิ่งอยู่ในมือของ... กันตภัทร คู่แข่งทางธุรกิจและผู้ชายที่กำลังพยายามเข้ามาแทนที่เขา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ - รสรินกลิ่นกำมะหยี่
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 24
แผนการเข้าหาลูกชาย
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!