กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮوسหรู แต่สิ่งที่อบอวลยิ่งกว่ากลับเป็นความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่กดทับลงบนแผ่นอกของภาคินัยจนแทบหายใจไม่ออก สายตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้มองเอกสารนับร้อยหน้าที่กองอยู่บนโต๊ะ หากแต่จดจ้องอยู่กับซองกระดาษสีน้ำตาลอ่อนใบเล็กที่วางอยู่เบื้องหน้า—ซองเอกสารที่บรรจุความจริงซึ่งอาจพลิกคว่ำโลกทั้งใบของเขา
ปลายนิ้วหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมา หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาตลอดหลายปีกลับบีบตัวรุนแรงราวกับจะกระโดดออกมานอกอก ภาพเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายวันนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สมองของเขากำลังประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง
เด็กชายวัยสองขวบที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน และรอยยิ้มที่ต่อให้ปฏิเสธอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ลงว่ามันถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจก… น้องรัน เด็กน้อยที่รสรินอดีตภรรยาผู้เคยอ่อนแอและถูกเขาเหยียบย่ำจนแหลقสลาย พยายามปกป้องด้วยชีวิต
"ริน... เธอจงใจซ่อนเขาไว้จากฉันสินะ"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำออกมาอย่างเจ็บปวด นัยน์ตาคมเข้มไหวระริกด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความรู้สึกผิดที่ถาโถม ความโหยหาที่กัดกินหัวใจ และความหวาดกลัว... หวาดกลัวเหลือเกินว่าความผิดบาปที่เขาเคยทำไว้ในอดีต จะกลายเป็นกำแพงหนาเตอะที่ไม่มีวันพังทลายลงได้
ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ในงานเลี้ยงการกุศลปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่ ภาคินัยสบโอกาสตอนที่รสรินกำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับแขกวีไอพี และพี่เลี้ยงกำลังเผลออุ้มน้องรันเดินเล่นในสวนหย่อมริมสระน้ำ เขาเข้าไปตีสนิทกับเด็กน้อยด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ เส้นผมสีดำสนิทเส้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บนปกเสื้อไหมพรมของเด็กชายถูกเก็บมาอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับโจรย่องเบา—เส้นผมไม่กี่เส้นที่กุมชะตากรรมของหัวใจสามดวง
ภาคินัยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ นิ้วแกร่งฉีกซองกระดาษสีน้ำตาลออกอย่างระมัดระวัง หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง เอกสารรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแผ่นสีขาวสะอาดถูกดึงออกมาปรากฏแก่สายตา
ตัวอักษรภาษาอังกฤษและตัวเลขทางพันธุศาสตร์เรียงรายอยู่บนกระดาษ แต่มีเพียงประโยคสรุปผลบรรทัดสุดท้ายบรรทัดเดียวเท่านั้นที่ดึงดูดสายตาและหยุดลมหายใจของเขาไว้ทั้งหมด
*“...ผลการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอมีความสอดคล้องตรงกันร้อยละ 99.99…”*
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางห้องทำงานอันเงียบสงบ ร่างสูงโปร่งเซถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างแรง ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมกริบเบิกWIDEกว้างด้วยความตกตะลึงระคนความสะเทือนใจที่ล้นทะลัก พ่อ... เขาเป็นพ่อคนจริงๆ ลูกชายที่เขาเคยปรามาส เคยผลักไส และเกือบจะทำลายชีวิตทั้งชีวิตของพวกเขา... คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
"โธ่เว้ย...!"
ภาคินัยคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด หยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดร่วงเผาะลงบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างไร้การควบคุม ภาพความใจร้าย เย็นชา และคำพูดดูถูกเหียดหยามที่เขาเคยพ่นใส่รสรินในอดีตย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกหยดน้ำตาที่เธอเคยหลั่งริน ทุกร่องรอยความบอบช้ำที่เขาเป็นคนฝังไว้บนร่างอรชร ทุกค่ำคืนที่เธอนอนร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว... เขานี่เองที่เป็นคนทำลายผู้หญิงที่รักและซื่อสัตย์กับเขาที่สุดด้วยมือของตัวเอง
ความรู้สึกเกลียดชังตัวเองพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบอยากจะคว้าปืนมายิงอกข้างซ้ายให้รู้แล้วรู้รอด รสรินในวันนี้นิ่งสนิท เยชา และแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่จะยอมก้มหัวให้เขาอีกต่อไป การมีอยู่ของกันตภัทร ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่คอยเคียงข้างเธอ ยิ่งทำให้ภาคินัยตระหนักได้ว่า... เขากำลังจะสูญเสียครอบครัวนี้ไปตลอดกาลจริงๆ หากไม่ทำอะไรสักอย่าง
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทำให้ภาคินัยสะดุ้งสุดตัว เขารีบซ่อนเอกสารแผ่นนั้นลงในลิ้นชักล็อกกุญแจอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"เข้ามา"
ประตูกลเปิดออกเผยให้เห็นเลขาฯ ส่วนตัวที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน "ท่านประธานครับ ทางคุณกันตภัทรส่งเทียบเชิญเป็นการส่วนตัวถึงคุณครับ... แล้วก็..." เลขาฯ ชะงักไปเล็กน้อยราวกับลังเลที่จะพูด
"มีอะไรอีก ว่ามา!" ภาคินัยตวาดเสียงกร้าว นัยน์ตาดุดันฉายแววคุกรุ่นจนเลขาฯ ต้องรีบก้มหน้า
"คุณรสรินกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศกับคุณกันตภัทรในสัปดาห์หน้าครับ... และมีข่าวลือว่าพวกเขากำลังจะย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันที่ต่างประเทศ พร้อมกับ... น้องรันครับ"
สิ้นคำพูดนั้น โลกทั้งใบของภาคินัยก็พังทลายลงในพริบตา!
ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะและสัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของที่ถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด รสรินกล้าดียังไงจะพาลูกชายสายเลือดแท้ๆ ของเขาหนีไปจากอก!
ภาคินัยแค่นยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต นัยน์ตาดุดันลẫคไปด้วยความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว ร่างสูงผุดลุกขึ้นเต็มความสูงจนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือน ในเมื่อเธอบังอาจท้าทายอำนาจมืดของเขาถึงเพียงนี้ ก็เตรียมตัวรับมือกับความคลั่งไคล้และแผนการทวงคืนเมียกับลูกฉบับซาตานร้ายอย่างเขาได้เลย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวความรักที่เจ็บปวดและเร่าร้อนนี้นะคะ บทต่อไปเตรียมพบกับการปะทะกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันระหว่างอดีตสามีผู้คลั่งรักกับอดีตภรรยาที่หัวใจปิดตายค่ะ!
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 11
ผลตรวจ DNA ที่รอพิสูจน์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!