หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 12

ระเบิดเวลาลูกชาย

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ปรากฏผลลัพธ์ตัวอักษรสีดำสนิทบนFปกระดาษ A4 กำลังสั่นระริกตามแรงปลายนิ้วที่กำมันไว้แน่น เก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของภาคินัยแทบจะรับน้ำหนักความเคียดขม็งของร่างสูงใหญ่ไม่ได้ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชามาตลอดชีวิต บัดนี้แดงก่ำ เส้นเลือดขมปูดโปนจนน่ากลัว ตัวเลขและเปอร์เซ็นต์ที่ปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้าบรรทัดสุดท้ายตราตรึงอยู่ในสมองราวกับถูกประทับด้วยเหล็กแดง... *99.99%* ไม่มีข้อกังขา ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ และไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ ทั้งสิ้น "เด็กคนนั้น... คือลูกของฉัน" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาแหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสองขวบที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นราวกับถอดแบบมาจากกระจกเงา วนกลับเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า รสริน... ผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสให้ไปพ้นทางอย่างไร้หัวใจ บัดนี้เธอกลับซ่อนสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไว้จากสายตาของเขาอย่างมิดชิด นานถึงสองปีเต็ม! ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยระเบิดเวลาแห่งความคลุ้มคลั่ง ภาคินัยผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงกระแทกทำให้เก้าอี้กระเด็นไปกระแทกผนังห้องเสียงดังสนั่น เขาสะบัดเอกสารในมือทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี คว้าเสื้อสูทเนื้อดีพาดบ่าด้วยมือข้างเดียว ก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องทำงานราวกับพายุทอร์นาโดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ในเมื่อเธอกล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องลูก! กล้าดียังไงถึงพรากช่วงเวลาที่เขาควรจะได้ทำหน้าที่พ่อไปจากอก! ในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นภายในห้องพักผ่อนส่วนตัวของบริษัทออกแบบชื่อดัง รสรินกำลังก้มตัวลงโอบกอดร่างเล็กจ้อยของเด็กชายวัยสองขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ "แม่จ๋า... น้องรันคิดถึงจังเลยครับ" เสียงแจ๋วๆ ของเด็กชายวัยเตาะแตะที่กำลังออดอ้อมอิงแอบซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของมารดา ทำให้หัวใจที่ด้านชาของรสรินหลอมละลายในพริบตา มือเรียวบางลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของลูกชายด้วยความทะนุถนอม หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมา มีเพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องรันเท่านั้นที่เป็นเกราะคุ้มกันหัวใจอันบอบช้ำของเธอ รสรินผ่านพ้นค่ำคืนอันหนาเหน็บมาได้ก็ด้วยลมหายใจของเด็กชายคนนี้ เธอสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะปกป้องลูกชายสุดที่รักด้วยชีวิต จะไม่มีวันยอมให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นก้าวเข้ามาทำลายความสุขสงบที่เธอกว่าจะสร้างขึ้นมาได้เด็ดขาด "แม่ก็รักน้องรันที่สุดในโลกเลยค่ะคนดีของแม่" รสรินกดจมูกโด่งลงบนแก้มยุ้ยนิ่มของลูกชายฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายดังประสานกับรอยยิ้มโล่งใจของมารดา แต่ความสงบสุขนั้นช่างแสนสั้น... ปัง! เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างบางของรสรินสะดุ้งสุดตัว เธอรีบดึงร่างเล็กของน้องรันเข้ามากอดแนบอก ป้องกันเด็กน้อยให้อยู่ด้านหลังทันทีด้วยสัญชาตญาณของความเป็นแม่ นัยน์ตากลมโตตวัดมองไปยังผู้บุกรุกด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยว ทว่า เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายตามไรผม ลมหายใจของรสรินก็พลันสะดุดกึก "ภาคินัย..." เสียงหวานอุทานชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อเห็นประกายตาในนัยน์ตาคมกริบของอดีตสามี มันไม่ใช่สายตาดูถูกเหยียดหยามเช่นในอดีต แต่มันคือสายตาของซาตานร้ายที่กำลังกระหายเลือด และจ้องมองมาที่เธอราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว ภาคินัยก้าวช้าๆ เข้ามาในห้อง ทีละก้าว ทีละก้าว... เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องทำงานดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน รัศมีกดดันอันน่ากลัวแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณจนแทบจะหายใจไม่ออก สายตาดุดันกวาดมองไปที่หญิงสาวก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างเล็กป้อมของเด็กชายที่ซ่อนอยู่หลังชายกระโปรงของมารดา ดวงตากลมโตสีดำสนิท แพขนตางอนหนา และรูปหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา... ยิ่งตอกย้ำความจริงที่เด่นชัดอยู่ในอก ภาคินัยแค่นยิ้มออกมา รอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของรสริน "เก่งมากนะรสริน..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างเนิบนาบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์ที่อัดแน่นจนระเบิด "เธอเก่งมากที่กล้าซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไว้ตั้งสองปีเต็ม... คิดจริงๆ หรือว่าหนีฉันพ้น?" รสรินหน้าซีดเผือด ก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่อร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัว มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงบีบที่เกือบจะแหลกสลาย แต่นัยน์ตากลับทอดมองข้ามไหล่เธอไปที่ร่างเล็กของลูกชายที่กำลังทำตาแป๋วด้วยความหวาดกลัว "คุณ... คุณจะทำอะไรลูก!" รสรินกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ยื้อข้อมือกลับสุดแรงเกิดเมื่อเห็นภาคินัยคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าของเด็กชาย ภาคินัยไม่ได้สนใจเสียงทัดทานของอดีตภรรยา ดวงตาคมกริบจ้องมองเด็กน้อยที่ถอยกรูดไปข้างหลังด้วยความตื่นกลัว มือหนาสั่นเทาเอื้อมออกไปหมายจะแตะแก้มยุ้ยของเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเอง ทว่า รสรินกลับพุ่งเข้ามาปัดมือเขาทิ้งอย่างไม่คิดชีวิต พร้อมกับเอาร่างของตัวเองบังลูกชายไว้มิดชิด นัยน์ตากลมโตฉายแววเกลียดชังและเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน! ออกไปจากที่นี่นะภาคินัย!" ภาคินัยเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวที่เขารักและทำลายด้วยมือของตัวเอง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก นัยน์ตาดุดันลุกโชนด้วยไฟแห่งความคลั่งไคล้และการทวงคืนที่ไม่มีวันยอมปล่อยมือ "ออกไปเหรอ?" ภาคินัยผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ใช้ปลายนิ้วเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอสบตาเขาตรงๆ น้ำเสียงกระซิบพร่าข้างริมฝีปากเธอนั้นเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและประกาศิตที่ไม่มีใครขัดขวางได้ **"ในเมื่อเธอทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่มาสองปีเต็ม... นับจากวินาทีนี้ไป เตรียมตัวรับโทษทัณฑ์จากการขโมยลูกฉันไปได้เลย รสริน... เพราะฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอหนีไปจากฉันได้อีกตลอดกาล!"** --- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — **รสรินกลิ่นกำมะหยี่**
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%