เสียงโลหะหนักกระแทกวงกบไม้สักทองจนบานประตูกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงปะทะนั้นรุนแรงพอจะทำให้แจกันคริสตัลราคาแพงบนโต๊ะทำงานสั่นสะเทือน ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของ ‘ภาคินัย’ จะก้าวล่วงล้ำเข้ามาภายในพื้นที่ส่วนตัวของ ‘รสริน’ ด้วยลมหายใจหอบกระชั้นและแววตาที่แดงก่ำราวกับซาตานหลุดออกมาจากขุมนรก
รสรินไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่เขาคาดคิด หญิงสาวเพียงแต่วางปากกาในมือลงบนกองเอกสารอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายเงยขึ้นสบตาอดีตสามีด้วยความนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัว หรือแม้แต่เงาความอ่อนแอที่เขาเคยเหยียบย่ำจนแหลقคามือในอดีต
"นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ภาคินัย ถึงกล้าพังประตูห้องทำงานฉันเข้ามาแบบนี้" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่าใบมีด
ภาคินัยก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน เปลวไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและแรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานหลายเดือนแผดเผาจนสันจรามของเขาขบเข้าหากันแน่น ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาหญิงสาวจนระยะห่างแทบไม่เหลือ
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ เธอคงคิดจะหนีหน้าฉันไปตลอดชีวิตสินะ รสริน!" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ "กล้ามากนะ... กล้าเอาลูกไปซ่อนจากฉันผู้เป็นพ่อ กล้าตัดขาดสิทธิ์ทุกอย่างโดยไม่ยอมปรึกษาฉันสักคำ!"
รสรินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความหยันเย้ยและเจ็บปวดระคนกัน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าสบตากับผู้ชายที่เคยมีอำนาจเหนือชีวิตเธอทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าตอนนี้... เขาเป็นได้แค่คนแปลกหน้าผู้โง่เขลาในสายตาเธอเท่านั้น
"สิทธิ์ความเป็นพ่อ? คุณเพิ่งนึกขึ้นได้งั้นเหรอคะว่าตัวเองมีลูก?" รสรินก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "วันที่ฉันอุ้มท้องโตๆ เดินไปหย่ากับคุณ วันที่คุณเซ็นชื่อลงในใบหย่าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ วันนั้น... คุณเคยถามถึงเด็กคนนี้บ้างไหมคะ ภาคินัย!"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดหนักๆ ที่ชกเข้าที่ลิ้นปี่ของภาคินัยจนเขาชะงัก ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึก ภาพอดีตอันโหดร้ายที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้เยื่อใยย้อนกลับมาทุบ
"ตอนนั้นฉัน... ฉันไม่รู้ว่าเธอท้อง..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้ด้วยความจริงที่ว่า เขาคือผู้สร้างรอยแผลนี้ขึ้นมาเอง
"แต่ตอนนี้คุณรู้แล้วไงคะ และฉันก็ขอบอกให้คุณชัดเจนตรงนี้เลยว่า... อย่าหวังจะได้แตะต้องลูกของฉัน!" รสรินประกาศกร้าว น้ำเสียงสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่แววตายังคงแข็งกร้าวเด็ดเดี่ยว "ลูกเกิดมาจากหยาดเหงื่อและน้ำตาของฉัน ในวันที่คุณบอกว่าเขาเป็นแค่ภาระน่ารำคาญ ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหนล่ะคะ!"
ภาคินัยทนมองท่าทีเย็นชาและไร้ความปรานีนั้นไม่ได้อีกต่อไป ความหึงหวง ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ ร่างสูงพุ่งอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กของเธอไว้ทันที แรงบีบที่สื่อถึงความเร่าร้อนและอารมณ์ดิบเถื่อนทำให้รสรินนิหน้าด้วยความเจ็บ
"ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว!"
"ใช่! ฉันมันสารเลว!" ภาคินัยคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาดำมืดเต็มไปด้วยความปรารถนาอันบ้าคลั่งที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน "แต่ฉันก็คือพ่อของลูกเธอ และเป็นผู้ชายคนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวเธอ รสริน... เธอคิดเหรอว่าผู้ชายหน้าไหนมันจะมาแทนที่ฉันได้!"
เขากระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด ไออุ่นจากกายหนาที่คุ้นเคยแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้า ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้หัวใจของรสรินกระตุกวูบอย่างน่ารังเกียจ แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่สรีระและกลิ่นกายอันเย้ายวนของอดีตสามีกลับปลุกเร้าไฟปรารถนาที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ลึกสุดใจให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
รสรินพยายามขัดขืน ทว่าแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบ ภาคินัยกดร่างบางลงกับพนักโซฟาตัวยาวกลางห้องอย่างรวดเร็ว ร่างหนาทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทางหนี ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ ก่อนที่เขาจะก้มลงปิดเรียวปากคู่นั้นด้วยจูบอันดุandร้อนแรงและเรียกร้อง
"อื้อ..." เสียงประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ทั้งลงทัณฑ์และโหยหาในเวลาเดียวกัน
ภาคินัยบดขยี้เรียวปากนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนลุกล้ำเข้าไปเกี่ยวพันดูดดื่มความหวานล้ำที่เขาเคยละเลยไปอย่างไร้ค่า ความคุ้นเคยในรสสัมผัสและสัญชาตญาณความผูกพันดั้งเดิมทำให้ร่างกายของรสรินอ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพช มือเล็กที่เคยทุบตีอกแกร่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความหอมหวานของสัมผัสที่รัญจวนใจบีบคั้นหัวใจจนเธอแทบขาดอากาศหายใจ
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่สอดลานเลื้อยเข้ามาใต้ร่มผ้า ลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มเรียกเสียงครางฮือในลำคอของหญิงสาวด้วยความวาบหวาม ภาคินัยผริมริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้ลมหายใจร้อนผ่าวรดร้าวกระชั้นชิด
"ริน..." เสียงกระซิบพร่าสั่นของเขาเต็มไปด้วยความเวทนาและอ้อนวอน "กลับมาหาฉันเถอะนะ... ให้โอกาสฉันได้ชดใช้ในสิ่งที่ทำพลาดไป"
รสรินลืมตาขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หางตาด้วยความเจ็บปวด เธอยังคงจำรสชาติของความร้าวรานในอดีตได้ดี ต่อให้ร่างกายจะพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาแค่ไหน แต่หัวใจดวงนี้ได้ปิดตายลงไปตั้งแต่วันที่เขาเหยียบยละอองศักดิ์ศรีของเธอแล้ว
"ฝันไปเถอะค่ะ... ภาคินัย" เธอยิ้มเยาะทั้งน้ำตา มือเรียวรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักอกแกร่งให้ออกห่างอย่างไม่ใยดี "ต่อให้คุณจะคุกเข่าอ้อนวอน หรือทำลายข้าวของจนพังพินาศ ผู้หญิงที่คุณเคยทิ้งคนนั้น... ตายไปนานแล้ว!"
ภาคินัยผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แววตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดร้าวรานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอื้อนเอยคำใดออกมาแก้ตัว เสียงฝีเท้าเบาหวิวของเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระจกที่แตกกระจาย
"คุณแม่ขา... เสียงอะไรเหรอฮะ ทำไมประตูถึงพังล่ะฮะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยหยุดชะงักการสนทนาทั้งหมดลงในทัน
ภาคินัยหันขวับไปมองตามเสียงนั้น ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมสีฟ้าของเด็กชายวัยกำลังน่ารักยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงซากประตู ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และรูปปากที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา ทำให้ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่า... เด็กน้อยคนนี้คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขแท้จริงของเขาที่ซ่อนเร้นมาตลอดสองปีเต็ม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความเจ็บปวดและไฟรักในบทนี้นะคะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 13
การเผชิญหน้าที่ไม่ทันตั้งตัว
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!