กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและซุปอุ่นๆ ลอยละล่องเคล้าคลอไปกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยสองขวบ เป็นภาพที่ภาคินัยไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็น—ไม่ใช่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตราวกับปราสาทร้างที่เขาเคยปล่อยให้ภรรยาในนามเคว้งคว้างอยู่เพียงลำพัง แต่มันคือทาวน์โฮมหลังย่อมปลายซอยที่อบอวลไปด้วยความมีชีวิตชีวา
ดวงตาสีเข้มของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทอดมองผ่านกระจกหน้าต่างรถยนต์คันหรูที่จอดหลบมุมอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ หัวใจที่เคยด้านชาและเต้นเป็นจังหวะเรียบเฉยมาตลอดหลายปี กลับไหวระรัวราวกับกลองเพลเมื่อร่างบอบบางของรสรินก้าวออกมาที่ระเบียงชั้นสองเพื่อสะบัดผ้าอ้อมผืนเล็ก
เธองดงามขึ้น... งดงามจนน่าใจหาย รصرินในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงเงียบขรึมคนเดิมที่เอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาและรอคอยเศษAความรักจากเขา รอยยิ้มที่เธอมอบให้ใครบางคนข้างในบ้าน ส่งผลให้หัวใจของภาคินัยกระตุกวูบ ความหึงหวงและสำนึกผิดตีรวนขึ้นมาจุกอกจนหายใจแทบไม่ออก
"คุณแม่ขา... น้องรันหิวพุด้ིงแล้วครับ"
เสียงใสแจ๋วราวกระดิ่งแก้วดังแว่วมาจากด้านใน เรียกให้ภาคินัยต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ประตูบานเลื่อนกระจกเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างป้อมกลมของเด็กชายตัวน้อยวิ่งเตาะแตะเข้าไปซุกซบกับเรียวขาเรียวของรสริน มือเล็กๆ ป้อมๆ กำชายกระโปรงของเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตสุกใสเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด และจมูกรั้นเชิดรั้นนั่น...
*ฉับพลัน... โลกทั้งใบของภาคินัยคล้ายหยุดหมุน*
ภาพใบหน้าของเด็กชายคนนั้นซ้อนทับกับกระจกเงาในห้องทำงานของเขาอย่างไร้ที่ติ ทุกสัดส่วน ทุกรายละเอียด บนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน เลือดในกายของอดีตสามีผู้เย็นชาสูบฉีดพลุ่งพล่านจนหูอื้อตาลาย ขาทั้งสองข้างก้าวลงจากรถโดยอัตโนมัติราวกับถูกสะกดจิต สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากภาพเด็กชายตากลมที่กำลังเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันน้ำนมเรียงสวย
รสรินย่อตัวลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นแนบอก สองแขนโอบกอดร่างเล็กไว้ด้วยความรักความอบอุ่นที่ล้นปรี่ มือเรียวเรียงเส้นผมที่ปรกลานของลูกชายเบาๆ
"คนเก่งของแม่ วันนี้อ้อนเป็นพิเศษเลยนะลูก หืม?" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความเอ็นดู ปลายจมูกโด่งรั้นกดหอมแก้มยุ้ยๆ ของลูกชายฟอดใหญ่จนเด็กน้อยหัวเราะคิกคักซุกหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของมารดา
"ก็คุณแม่น่ารักนี่ครับ... น้องรันรักคุณแม่ที่สุดเลย" เด็กชายพูดเจื้อยแจ้ว พลางใช้สองมือประคองแก้มของรสรินให้หันมามองตนเอง สายตาใสซื่อบริสุทธิ์คู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความรักความผูกพันที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นความรักที่ภาคินัยไม่มีวันได้สัมผัสตลอดเวลาที่เขาใช้ชีวิตร่วมกับเธอ
ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่หลังพุ่มไม้ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร หยาดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้อากาศยามบ่ายจะไม่ได้ร้อนอบอ้าว แต่แผ่นหลังของเขากลับชุ่มโชกไปด้วยความหนاتึบของความตื่นตระหนกและ... ความปิติยินดีที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
ลูก... นี่คือสายเลือดของเขา เด็กชายตากลมคนนี้คือโซ่ทองที่เชื่อมโยงระหว่างเขากับผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไม่ใยดี
"สวัสดีครับ... มาหาใครครับคุณ?"
เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายอีกคนดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับมือหนักที่แตะลงบนบ่าของภาคินัย
ภาคินัยสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต แต่เมื่อนัยน์ตาสองคู่ประสานกัน รังสีความเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เมื่อคนตรงหน้าคือ 'กันตภัทร' ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่กำลังยืนถือถุงใส่ของใช้เด็กอ่อนด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประตูบ้านตรงหน้าก็เปิดผางออก พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจของรสรินที่ประสานสายตากลับมาเข้ากับเขาพอดิบพอดี...
— รสรินกลิ่นกำมะหยี่
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 10
เด็กชายตากลม
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!