หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 15

เกมเริ่มขึ้นแล้ว

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักบนโต๊ะกระจกใสราคาแพงระยับ ไม่ได้ทำให้รสรินสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงจิบชาอุ่นในมือด้วยท่าทีเยือกเย็น ราวกับเสียงนั้นเป็นเพียงเสียงใบไม้ร่วงหล่นในฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่ประกาศิตจากอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่เคยขยี้หัวใจเธอให้แหลกคือน้ำมือ ภาคินัยยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอในสำนักงานใหญ่ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววคุกกรุ่นและเต็มไปด้วยความกระวนกระวายที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง ทว่ามีหรือที่ผู้หญิงซึ่งเคยถูกเขาเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีอย่างเธอ จะอ่านสายตาคู่นั้นไม่ออก "คุณไม่มีสิทธิ์พารันออกนอกประเทศ" เสียงทุ้มต่ำตึงเครียดลอดไรฟัน "และที่สำคัญ... คุณไม่มีสิทธิ์กีดกันไม่ให้ผมพบลูก!" รสรินวางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบกันเบาหวิว แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่ความหวาดกลัวและน้ำตา ในยามนี้กลับใสกระจ่างราวกับผืนน้ำนิ่งสงบที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกรากเอาไว้ภายใน "สิทธิ์เหรอคะ?" รสรินทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่บาดลึกเสียจนคนฟังรู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "คำนี้มันช่างตลกสิ้นดีสำหรับผู้ชายที่เคยเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไร้เยื่อใยตอนที่ฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเราอยู่ ภาคินัย... ตอนที่คุณไล่เราออกจากบ้านอย่างไร้ศักดิ์ศรี คุณเคยจำคำว่า 'สิทธิ์ความเป็นพ่อ' ของตัวเองได้บ้างไหมคะ" ใบหน้าคมคายของประธานหนุ่มเผือดสีลงเล็กน้อย ความทรงจำในวันที่ฝนตกหนักและสายตาที่ว่างเปล่าของเธอในวันเซ็นใบหย่าย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเขาอย่างรุนแรง เขารู้ดี... เขารู้แก่ใจว่าตนเองได้ทำลายความไว้วางใจและหยาดน้ำตาของเธอไปมากแค่ไหน แต่ทว่าในเวลานี้ เมื่อเขาได้เห็นเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบที่มีรอยยิ้มและดวงตาถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว หัวใจที่เคยด้านชากลับถูกกระชากจนเจ็บปวดระบม เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาดที่จะต้องสูญเสียสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปให้ผู้ชายคนอื่น อย่างเช่นกันตภัทรที่คอยวนเวียนอยู่ใกล้ชิดเธอในเวลานี้ "ผมยอมรับว่าผมเคยโง่เง่า..." ภาคินัยกัดกรามแน่น เสียงของเขาเริ่มสั่นพร่าด้วยความอัดอั้น "แต่อดีตก็คืออดีต ริน... ผมสำสำนึกผิดแล้ว และผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อไถ่บาป ขอแค่คุณให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ..." "หน้าที่พ่อ?" รสรินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนาจนภาคินัยรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ "สายเกินไปแล้วค่ะคุณคิน ความรักและความศรัทธาที่คุณเคยเหยียบย่ำ มันตายไปพร้อมกับวันที่ฉันอุ้มท้องเดินออกจากคฤหาสน์ของคุณแล้วค่ะ ตอนนี้รันเป็นลูกของฉัน... เป็นเด็กชายรวินผู้มีความสุขโดยไม่ต้องมีพ่อใจร้ายแบบคุณ" "ริน!" ภาคินัยคำรามต่ำด้วยความเหลืออด เขาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนถ้วยชาสั่นสะเทือน "อย่าท้าทายความอดทนของผมนะ! ถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะปิดกั้นผม อย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน ผมจะใช้ทุกวิถีทาง ทุกอำนาจที่มี... แย่งลูกคืนมา!" บรรยากาศภายในห้องพลุกพล่านไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ภาคินัยประกาศกร้าวด้วยดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยความดุดัน ความเป็นนักธุรกิจผู้ไม่เคยยอมพ่ายแพ้ต่อใครทำให้เขาพร้อมจะงัดทุกกลยุทธ์สกปรกและสะอาดออกมาใช้ เพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตตอนนี้กลับคืนมา ทว่า รสรินกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทเข้ารูปสีงาช้างขับเน้นทรวดทรงองเอวให้อรชรและสง่างาม เธอก้าวเข้าไปประชิดอดีตสามีที่เคยสูงส่งจนเธต้องแหงนมอง ทว่าในนาทีนี้ เธอกลับยืนหยัดอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด รสรินโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนปกเสื้อสูทของเขา ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เธอยิ้มเยาะท้าทายด้วยรอยยิ้มที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นจากอดีตภรรยาผู้แสนเรียบร้อย "เชิญตามสบายค่ะ... ถ้าคิดว่าคุณมีปัญญาพอ" คำพูดท้าทายนั้นยังไม่ทันจางหายไปในอากาศ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อดีจะเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง "คุณรสรินคะ... ท่านประธานกลุ่มทุนเอเชียแปซิฟิกมาถึงแล้วค่ะ และ... มีแขกอีกท่านมาขอพบเป็นการส่วนตัวด้วยค่ะ" รสรินผละตัวออกจากภาคินัยอย่างช้าๆ เธอมองหน้าอดีตสามีที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเฉียบคม "เชิญแขกคนสำคัญเข้ามาได้เลยค่ะ ส่วนคุณคิน... เชิญกลับออกไปทางเดิมได้แล้วนะคะ ประตูต้อนรับแขกวีไอพีของฉัน ไม่ต้อนรับคนแพ้ค่ะ" ภาคินัยกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อเอาชนะ แต่เมื่อสายตาคมกริบของเขาเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มอีกคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มอันเป็นมิตรที่ส่งให้รสรินอย่างสนิทสนม เลือดในกายของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที กันตภัทรเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งในมือ และรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความหมายลึกซึ้ง "ผมไม่ได้มารบกวนคุณรินใช่ไหมครับ?" กันตภัทรเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะหันมามองภาคินัยด้วยแววตาเย้ยหยันที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "อ้าว... คุณภาคินัยก็อยู่ด้วยเหรอครับ ดีเลย... พอดีผมมีสำเนาเอกสารสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่ศาลเยาวชนเพิ่งจะรับคำร้องไปเมื่อเช้านี้ อยากให้คุณช่วยตรวจทานดูสักหน่อย ว่าในฐานะ 'คนนอก' คุณคิดว่ามีโอกาสชนะสักกี่เปอร์เซ็นต์กันเชียว?" รสรินรับซองเอกสารสีน้ำตาลมาจากมือกันตภัทร เธอยิ้มรับไมตรีนั้นอย่างอบอุ่น ผิดกับภาคินัยที่จ้องมองเอกสารในมือเธอด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างรุนแรง และเมื่อรสรินหยิบกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมาอ่าน ดวงตาคู่สวยก็ทอประกายระยิบระยับด้วยความสะใจ ก่อนจะส่งยิ้มหวานหยดที่ทำให้ภาคินัยรู้สึกหนสันหลังวาบให้กับอดีตสามี "ยินดีต้อนรับสู่เกมทวงลูกคืนนะคะคุณคิน... เพราะตอนนี้ ศาลท่านรับฟ้องคดี 'ฟ้องหย่าและเรียกร้องสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว' ย้อนหลัง พร้อมหลักฐานใหม่ที่พิสูจน์ได้ว่า คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวลูกชายของฉัน... ตั้งแต่ก่อนวินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในห้องนี้เสียอีกค่ะ" ขอให้ทุกท่านเตรียมใจรับมือกับความระอุในตอนต่อไปนะคะ รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอส่งกำลังใจให้รี้ดเดอร์ที่รักทุกท่านค่ะ!
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%