หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 16

แผนรุกฆาตของท่านประธาน

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
"ถอนฟ้องซะ แล้วทุกอย่างในบริษัทของคุณจะกลับมาเป็นปกติ... รสริน" น้ำเสียงของภาคินัยทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานที่หรูหราจนน่าอึดอัด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะทำงานกระจกเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับกำลังนับถอยหลังลมหายใจของคนที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า รสรินเหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงลงเพราะความรักในอดีต บัดนี้กลับฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เธอประสานมือไว้ที่หน้าท้องท่าทางสงบนิ่ง ผิดกับสถานการณ์ที่กำลังบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ รอบตัวเธอมันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการกดดันเพื่อพรากสิ่งที่มีค่าที่สุดไปจากอ้อมอกเธอ "คุณประเมินค่าความโง่เขลาของฉันต่ำไปนะคะ คุณภาคินัย" รสรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "การที่ธนาคารระงับวงเงินกะทันหัน หรือคู่ค้าเจ้าใหญ่ยกเลิกสัญญาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย... คุณคิดว่าฉันจะดูไม่ออกหรือคะว่าฝีมือใคร" "ถ้ารู้แล้ว ก็ควรจะฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรทำอย่างไร" ภาคินัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดสีเข้มเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเธอ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นยาสูบจางๆ ที่เธอยังคงจำได้ติดจมูกโชยมากระทบประสาทสัมผัส เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ฉันไม่ได้ทำเพื่อทำลายคุณ ริน แต่ฉันทำเพื่อให้คุณเห็นว่า... ในโลกใบนี้ ไม่มีที่ไหนที่คุณจะรอดพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้ แม้แต่ที่ซุกหัวนอนของลูกก็เถอะ" "อย่าเอ่ยถึงลูก!" รสรินตวาดเสียงสั่นพร่า ความอดทนที่เธอเพียรสร้างมาพังทลายลงในชั่วพริบตาเมื่อเขาเอา 'น้องรัน' มาเป็นตัวประกัน ภาคินัยไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่เธอกำลังโกรธจัดก้าวเข้าประชิดตัว มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวจนร่างของเธอกระแทกเข้ากับแผงอกกว้าง รสรินพยายามดิ้นรนแต่เขากลับรวบข้อมือเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากับดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาและโทสะ "คุณเคยเป็นของฉัน ทุกตารางนิ้วของร่างกายนี้เป็นของฉัน" เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนเธอลุกซู "ยอมจำนนเถอะริน แล้วลูกของเราจะมีชีวิตที่สุขสบายที่สุด... แต่ถ้าคุณยังดื้อรั้น ฉันจะทำให้คุณรู้ว่านรกบนดินที่ไร้ซึ่งเงินตราและที่พักพิงมันเป็นยังไง" สัมผัสจากริมฝีปากหนาที่บดขยี้ลงมานั้นไม่ได้อ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศยึดครอง รสรินเม้มปากแน่น แต่ภาคินัยกลับใช้ความช่ำชองบีบเค้นจนเธอกลั้นไม่อยู่ เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาอย่างขัดใจตัวเอง ความโหยหาที่เธอพยายามกดทับไว้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยสัมผัสอันร้อนแรง มือของเขาลูบไล้ผ่านแผ่นหลัง เคลื่อนลงมายังส่วนเว้าส่วนโค้งที่เขารู้ดีว่าจุดไหนจะทำให้เธอยอมสยบ "คุณมันปีศาจ..." รสรินหอบหายใจรวยรินเมื่อริมฝีปากเขาเปลี่ยนมาขบเม้มซอกคอขาวระหง "ใช่... ปีศาจที่รักคุณจนยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งเป็นคนเลวในสายตาคุณ" ภาคินัยกระตุกยิ้ม ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นวางบนโต๊ะทำงาน กองเอกสารปลิวว่อนลงสู่พื้น แต่เขากลับไม่สนใจสิ่งใดนอกจากความปรารถนาที่พุ่งพล่าน เขาสอดแทรกเรียวนิ้วเข้าไปใต้ชุดเดรสทำงานของเธอ สัมผัสถึงความร้อนผ่าวและร่องรอยของอารมณ์ที่เธอยังคงซื่อสัตย์ต่อร่างกายตัวเอง รสรินแอ่นกายรับสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ความขัดแย้งในใจทำให้เธออยากจะตบหน้าเขา แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการคล้องแขนรอบคอชายผู้ที่เป็นทั้งอดีตและปัจจุบันของเธอ ทว่าในจังหวะที่ไฟพิศวาสกำลังแผดเผาจนแทบจะกลืนกินกันและกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* "ท่านประธานครับ... มีเอกสารด่วนจากศาลที่ต้องให้คุณเซ็นรับทราบเดี๋ยวนี้ครับ" เสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้นทำลายห้วงอารมณ์ ภาคินัยหยุดชะงัก สายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงราคะค่อยๆ สงบลง เขามองใบหน้าแดงระเรื่อของหญิงสาวในอ้อมกอดด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา รสรินรีบผลักเขาออก จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยมือที่สั่นเทา เธอรู้ดีว่านี่คือเกมที่เขาตั้งใจจะบีบให้เธอจนมุม และการที่เธอยอมโอนอ่อนเมื่อครู่คือความพ่ายแพ้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต ภาคินัยเดินไปเปิดประตูรับซองเอกสารสีน้ำตาลมาไว้ในมือ ก่อนจะส่งยิ้มที่ทำให้รสรินเย็นวาบไปถึงสันหลัง "ริน... รู้ไหมว่าทำไมศาลถึงส่งเอกสารด่วนมาให้ฉันในเวลานี้?" เขาส่งซองเอกสารนั้นให้เธอ รสรินรับมาด้วยความสงสัย เมื่อเปิดออกอ่าน ดวงตาของเธอเบิกกว้าง มือไม้ร่วงหล่นลงข้างลำตัว เอกสารในมือคือหมายเรียกตัวด่วนเรื่องการตรวจ DNA ระบุชื่อ 'รวิน' อย่างชัดเจน และเหนือสิ่งอื่นใด... มีภาพถ่ายที่ระบุวันเวลาเมื่อเช้านี้ เป็นภาพของกันตภัทรที่กำลังอุ้มน้องรันเดินเข้าไปในคลินิกแห่งหนึ่ง โดยมีคนของเขาล้อมหน้าล้อมหลัง "คุณวางแผนไว้หมดแล้ว..." เธอพึมพำ เสียงแห้งผาก "ผมไม่ได้วางแผนแค่เรื่องเงิน ริน... แต่ผมวางแผนจะเอา 'ของรัก' ของผมคืนทุกอย่าง" ภาคินัยเดินเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหน้าจอให้เธอดู เป็นภาพวิดีโอสดจากห้องพักของลูกชาย ที่ตอนนี้มีชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่หน้าห้อง "ตอนนี้คุณมีเวลาคิดแค่สิบนาที... จะเซ็นสัญญาถอนฟ้องและกลับไปอยู่กับผมในฐานะภรรยา... หรือจะให้ผมเปิดหลักฐานเรื่องความเป็นพ่อลูกต่อหน้าสาธารณชนให้คุณต้องอับอายจนไม่มีที่ยืนในสังคม?" รสรินมองหน้าจอด้วยหัวใจที่บีบรัดแน่น เธอรู้ว่านี่คือทางตัน แต่เธอก็รู้เช่นกันว่าภาคินัยไม่ได้แค่ขู่... เขาพร้อมจะทำทุกอย่างให้เธอเป็นของเขาอีกครั้ง แม้จะต้องทำลายชีวิตเธอให้แหลกคากำมือก็ตาม รินจะตัดสินใจอย่างไรเมื่อปลายทางคือการแลกอิสรภาพกับลูกน้อย และในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานนั้น เสียงโทรศัพท์ของภาคินัยก็ดังขึ้น ข้อมูลในหน้าจอแจ้งเตือนว่า 'ผลการตรวจเนื้อเยื่อเสร็จสิ้น' พร้อมข้อความจากหมอว่า... *'ผล DNA ตรงกัน 99.99% ครับคุณคิน'* รสรินกลั้นหายใจรอ... นี่คือเกมรุกฆาตที่ไม่มีทางรอดใช่ไหม? ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามบทชีวิตอันเข้มข้นของรินและคินมาจนถึงตอนนี้นะคะ รสจะตั้งใจถ่ายทอดความรักความแค้นนี้ให้ออกมาดีที่สุดค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%