“คุณคิดว่าการถอนหุ้นล็อตนี้ของบริษัทเอส-กรุ๊ป จะทำให้ฉันจนตรอกได้จริงๆ งั้นเหรอคะ คุณภาคินัย”
เสียงหวานทุศกที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด รสรินในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นทรวดทรงองอาจและเย้ายวน เธอนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม ปลายเรียวขาภายใต้ถุงน่องสีดำเนื้อเนียนสะท้อนกับแสงไฟจากเพดาน นิ้วเรียวเรียงรายไปด้วยแหวนเพชรเม็ดโตหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือเล่นอย่างใจเย็น ตรงข้ามกับเธอคือร่างสูงใหญ่ของภาคินัย อดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและมองเธอเป็นเพียงสิ่งประดับไร้ค่า บัดนี้ใบหน้าคมคายนั้นกลับตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววระอุด้วยเพลิงโทสะและ... ความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
ภาคินัยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขามองหญิงสาวตรงหน้า—ภรรยาเก่าที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอจนต้องคอยหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรัก แต่วันนี้... เธอกลับกลายร่างเป็นแม่เสือสาวผู้สง่างามและอันตรายยิ่งกว่าพิษงู
“คุณไปเอาเงินทุนก้อนมหึมาจากไหนมาซื้อหุ้นคืนในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง...” ภาคินัยเค้นเสียงถามลอดไรฟัน ร่างหนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงค้ำโต๊ะกระจกใสเพื่อกดดัน ทว่ารสรินกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มมุมปากของเธอบาดลึกจนหัวใจของอดีตสามีถึงกับกระตุกวูบ
“เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะต้องบอกคุณด้วยล่ะคะ ในเมื่อ ‘เกม’ ที่คุณเป็นคนเริ่ม มันกำลังเล่นงานบริษัทของคุณจนหุ้นร่วงติดฟลอร์อยู่ตอนนี้ต่างหาก” รสรินลุกขึ้นยืนบ้าง ร่างอรชรในชุดสูทส่งกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมอำพันจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกของภาคินัย กลิ่นกายเย้ายวนที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว บัดนี้กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง “จำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะคุณภาคินัย... รสรินคนเดิมที่ยอมให้คุณเหยียบย่ำได้ตายไปตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยแล้วค่ะ”
คำพูดเชือดเฉือนนั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ทว่าสิ่งที่ทำให้ภาคินัยแทบคลุ้มคลั่งไม่ใช่แค่ตัวเลขในตลาดหุ้นที่กำลังดิ่งเหว แต่มันคือสายตาที่ว่างเปล่าและไร้ซึ่งเยื่อใยจากผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจในยามนี้
“ริน... คุณทำแบบนี้เพราะต้องการแก้แค้นผมใช่ไหม อยากให้ผมพินيจเหมือนที่คุณเคยแหลقสลายงั้นเหรอ” น้ำเสียงของประธานหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่สั่นพร่าลงอย่างน่าเวทนา เขาอ้อมโต๊ะประชุมเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมหมายจะคว้าต้นแขนเรียวไว้เพื่อเหนี่ยวรั้ง แต่รสรินเร็วกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบอย่างไม่แยแส ปลายเล็บคมกริบที่เคลือบสีเจลแดงเพลิงเฉียดผ่านปกเสื้อเชิ้ตของเขาไปอย่างจงใจ
“แก้แค้นเหรอคะ? อย่าหลงตัวเองนักเลยค่ะคุณคิน ฉันแค่กำลังทำธุรกิจ... และบังเอิญว่าคู่ค้าคนใหม่ของฉัน เขา ‘มือเติบ’ และ ‘ตามใจ’ ฉันมากกว่าสามีเก่าอย่างคุณหลายร้อยเท่า” รสรินจงใจเน้นคำว่าสามีเก่าด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย ภาพของกันตภัทร นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งคนสำคัญที่ยอมเทเม็ดเงินทั้งหมดหนุนหลังเธอโดยไม่ถามสักคำ ลอยเข้ามาในหัวของภาคินัย ยิ่งคิดว่าภรรยาเก่าของตนกำลังตกเป็น ‘ของมีค่า’ ในสายตาของผู้ชายคนอื่น ไฟหึงหวงก็แผดเผาจนวิญญาณแทบไหม้เกรียม
“กันตภัทรมันให้คุณเท่าไหร่ ผมให้มากกว่าคุณสิบเท่าร้อยเท่าก็ได้! แลกกับการที่คุณหยุดสงครามประสาทนี่แล้วกลับมา... กลับมาหาผม ริน!” ภาคินัยหมดสิ้นความอดทน เขาพุ่งเข้าไปรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า ร่างอรชรปะทะเข้ากับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวด้วยแรงหอบหายใจ
กลิ่นอายความเป็นชายที่คุ้นเคย แผ่ซ่านความร้อนรุ่มเข้ามาจนผิวเนื้อของรสรินร้าวราน แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่ลึกๆ ในซอกหลืบของหัวใจที่พยายามปิดตาย กลับมีกระแสความวาบหวามแล่นพล่านขึ้นมาอย่างน่ารังเกียจ รสรินแหงนเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่กอดเธอไว้แน่น ดวงตาคมดุของภาคินัยฉายแววเว้าวอนและร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล
“ปล่อยค่ะ!” เธอกลั้วหัวอกพยายามดิ้นรน แต่ภาคินัยกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่เหนือซอกคอขาวผ่อง สัญชาตญาณความเป็นนักล่าในตัวชายหนุ่มตื่นเต็มพิกัด ในเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล เขาก็พร้อมจะใช้ความเร่าร้อนและเรือนร่างนี้ทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของคืนมา
“ไม่ปล่อย... จนกว่าคุณจะจูบผมเหมือนเก่า ริน” เสียงกระซิบพร่าทุ้มชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดี ภาคินัยไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน รสรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเล็กที่เคยทุบอกกว้างเพื่อขัดขืน ค่อยๆ อ่อนแรงลงเมื่อสัมผัสคุ้นเคยและความวาบหวามที่เขาจงใจปลุกปั่นเริ่มแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือด ความโกรธแค้นในอดีตหลอมละลายกลายเป็นความรุ่มร้อนที่เรียกร้องหาการเติมเต็ม
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างช่ำชอง มือหนาเลื่อนลงมาบีบเค้นสะโพกอิงแอบแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน เสียงหอบหายใจดังประสานกันในห้องกว้าง ความเย้ายวนของบทเพลงรักที่ไร้เสียงบรรเลงเริ่มโหมกระหน่ำขึ้นท่ามกลางสงครามธุรกิจที่ยังไม่จบสิ้น
ทว่า... ในวินาทีที่รสรินกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับรสสัมผัสอันเร่าร้อนและลึกซึ้งนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ผลัคประตูพรวดเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
“คุณภาคินัยคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... มีเอกสารด่วนจากสำนักงานทนายความส่งตรงถึงคุณ... มันคือ ‘คำร้องขอสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร’ แต่ชื่อของมารดาเด็กในเอกสารระบุไว้ว่าเป็น...”
เลขานุการสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่ภาคินัยผละริมฝีปากออกจากรสรินด้วยความหงุดหงิด ดวงตาดุดันตวัดมองลูกน้องด้วยความกรุ่นโกรธ
“ใครเป็นแม่ของเด็ก! พูดมาสิ!” ภาคินัยคำรามลั่น
“คุณ... คุณรสรินค่ะ! และเด็กชายคนนั้น... มีอายุสองขวบ ซึ่งตรงกับวันที่คุณกับเธอแยกทางกันพอดีค่ะ!”
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 17
เกมแก้เกมของแม่เสือสาว
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!