เสียงกริ่งหน้าห้องพักหรูใจกลางเมืองดังขึ้นระรัว ราวกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังบานประตูกำลังขาดใจตายด้วยเพลิงอารมณ์ที่แผดเผา รสรินยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ลมหายใจเข้าออกของเธอยังคงติดขัดจากคำพูดของเลขาฯ คนสนิทในสายโทรศัพท์เมื่อครู่ *“คุณ... คุณรสรินค่ะ! และเด็กชายคนนั้น... มีอายุสองขวบ ซึ่งตรงกับวันที่คุณกับเธอแยกทางกันพอดีค่ะ!”*
ความลับที่เธอพยายามปกปิดสุดชีวิตตลอดสองปี ถูกฉีกกระชากออกอย่างไม่เหลือชิ้นดีด้วยเงื้อมมือของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง
แกร็ก!
บานประตูนิรภัยถูกปลดล็อกด้วยคีย์การ์ดสำรอง—อำนาจเงินที่ภาคินัยสามารถบันดาลได้ทุกสิ่ง แม้แต่การกดดันนิติบุคคลให้ยอมมอบสิทธิ์การเข้าออก รสรินยังไม่ทันได้หันกลับไปต่อว่า ร่างสูงใหญ่ของอดีตสามีก็พุ่งเข้ามาในห้องราวกับพายุคลั่ง แววตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความระทึกและคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนจนแทบเสียสติ
"ริน..." เสียงเรียกนั้นแหบพร่าสั่นเทา มันไม่ใช่เสียงของประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจผู้เย็นชาและไร้หัวใจคนเดิมอีกต่อไป แต่เป็นเสียงของมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะแตกสลายเมื่อตระหนักว่าตนเองได้ทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเอง
"คุณเข้ามาได้อย่างไร! ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ ภาคินัย!" รสรินแผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เธอพยายามตั้งกำแพงความเข้มแข็งขึ้นมาปกป้องหัวใจที่สั่นไหว สองมือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"ถ้าผมไม่เข้ามา... ผมคงไม่มีวันรู้เลยสินะริน" ภาคินัยสาวเท้าย่างสามขุมเข้าหาเธออย่างไร้การควบคุม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะไปหยุดนิ่งที่กรอบรูปบนโต๊ะทำงาน—ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบที่กำลังแย้มยิ้มร่าเริง ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้นโค้งรับกับริมฝีปากหยักนั้น... มันคือพิมพ์เดียวกันกับเขาราวกับส่องกระจกเงา "เด็กคนนั้น... ลูกของเราใช่ไหมริน! ทำไมคุณถึงใจร้ายขนาดนี้! ทำไมถึงกล้าปิดบังเรื่องสายเลือดของเราจากผม!"
"ลูกของเรางั้นเหรอ?" รสรินแค่นหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจเธอจนเลือดซอย เธอก้าวถอยหลังหนีการคุกคาม ขณะที่ภาคินัยยังคงรุกไล่เข้ามาใกล้ "วันที่ฉันท้อง วันที่ฉันอ้อนวอนขอความเห็นใจจากคุณ ขอให้คุณหันมามองหัวใจของภรรยาคนนี้บ้าง... คุณทำยังไงกับฉันคะ คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงน่ารังเกียจที่ใช้วิธีสกปรกจับคุณไม่ใช่เหรอ!"
"ริน... ผมขอโทษ ผมสำนึกผิดแล้ว ได้โปรด..." ภาคินัยพยายามเอื้อมมือมาคว้าไหล่บาง แต่รสรินกลับปัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี ความเดือดดาลในอกทำให้เธอระเบิดความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานแรมปีออกมาเป็นหยาดน้ำตาที่รินรดอาบสองแก้ม
"คำขอโทษของคุณมันไร้ค่า! มันซื้อเวลาสองปีที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้คนเดียวไม่ได้! มันซื้อความหวาดกลัวในวันที่ฉันต้องคลอดลูกโดยไม่มีพ่อไม่ได้! คุณกลับไปซะ! กลับไปหาความสุขบนกองเงินกองทองของคุณ แล้วปล่อยให้ฉันกับลูกได้อยู่อย่างสงบเสียที!"
คำพูดตัดเยื่อใยและแววตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังไร้ซึ่งความปรานีนั้น ทำให้สติที่ขาดผึ่งของภาคินัยพังทลายลง ชายหนุ่มพุ่งเข้าประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที รวบเอวคอดกิ่วเข้าหาแนบชิดลำตัวด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี จนรสรินแทบจมหายไปกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง
"ปล่อยนะ! คนสารเลว ปล่อยฉัน!" เธอดิ้นรนสุดกำลัง ทุบตีลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แต่แรงแค้นและแรงโหยหาที่อัดแน่นมานานนับปีของภาคินัยกลับรุนแรงเกินกว่าที่เธอจะทานทน
"ไม่ปล่อย! ผมไม่ยอมปล่อยคุณไปอีกแล้ว รสริน!"
ภาคินัยก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาด้วยจູບที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายหิว ราวกับคนกระหายน้ำกลางทะเลทราย รสรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามเม้มปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่เรียวแขนแกร่งที่โอบรัดราวกับคีมเหล็กก็ตรึงศีรษะเธอไว้มั่น ปลายลิ้นร้อนล้ำที่รุกล้ำเข้ามาในโพรงปากหวานไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงรสชาติของความเจ็บปวด ความสำนึกผิด และแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถาโถมเข้ามาจนสติสัมปชัญญะของเธอพร่าเลือน
สัมผัสอันคุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนป่าเถื่อนนี้ ปลุกเร้าไฟพิศวาสที่เธอพยายามกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ร่างกายที่เคยปฏิเสธกลับเริ่มอ่อนปวกเปียก ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นโครมคราม
เมื่อรสรินเผลอเผยริมฝีปากออกด้วยความเคลิบเคลิ้มชั่วขณะ ภาคินัยก็ฉวยโอกาสนั้นตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกราม ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงน้ำเนตรจากความเต็มใจและจำนน รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความโหยหาลึกซึ้ง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบอบบาง สอดแทรกปลายนิ้วเข้าใต้ร่มผ้าซาตินสัมผัสผิวเนียนนุ่มที่ร้อนผ่าวราวกับมีไฟสุม
รสรินส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อมือใหญ่เริ่มกอบกุมความอวบอิ่มผ่านเนื้อผ้า หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีอันร้อนแรงระหว่างทั้งคู่ยังคงทำลายล้างทุกเหตุผลและความตั้งใจที่จะหยิ่งผยอง เธอเกลียดเขา... เกลียดที่เขาร้ายกาจกับเธอในอดีต แต่ร่างกายของเธอกลับทรยศด้วยการตอบสนองทุกสัมผัสวาบหวามที่เขามอบให้อย่างโหยหา
ภาคินัยอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกจนเรียวขาเนียนต้องเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ รสรินผวาใช้สองมือโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น ริมฝีปากของทั้งคู่ยังคงบดเบียดแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างไม่รู้จักพอ แรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำพาพวกเขาก้าวถอยหลังไปจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับบานประตูกระจกห้องนอนใหญ่
ความเย็นเยียบของกระจกตัดกับความร้อนระอุของผิวกายที่แนบชิด ภาคินัยกดสะโพสอบเข้าหาความนุ่มหยุ่นของเธออย่างแนบแน่น ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้ชายที่พร้อมจะกลืนกินอดีตภรรยาให้แหลกคราบมือ ความเร่าร้อนที่ยาวนานนับปีถูกปลดปล่อยออกมาผ่านการสัมผัส การขบเม้มที่ซอกคอขาว และเสียงครางกระseอที่ดังระคนไปกับเสียงหอบหายใจในความมืดสลัว
ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความเร่าร้อนกำลังแผดเผาทั้งคู่ให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าเล็กๆ พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ ที่หน้าประตูห้องนอนก็ดังแทรกขึ้นมา
*“คุณแม่ขา... คุณแม่ตื่นหรือยังฮะ น้องรันหิวนมแล้ว...”*
ร่างของทั้งคู่แข็งค้างสนิทในอ้อมกอด ภาคินัยเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนยินดี ขณะที่รสรินหน้าถอดสี ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักว่าลูกชายตัวน้อยกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยหัวใจเสมอนะคะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 18
ค่ำคืนแห่งการปะทะอารมณ์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!