หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 19

เผลอใจให้ซาตาน

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
"คุณแม่คะ..." เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วที่ดังขึ้นจากเบื้องล่าง เปรียบเสมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของรสริน ร่างบางสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนแทบหยุดหายใจ ความอุ่นวาบจากสัมผัสของภาคินัยเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหน็บหนาวที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง รสรินรีบผลักอกแกร่งของอดีตสามีออกอย่างแรง แรงผลักนั้นทำให้ภาคินัยที่กำลังเคลิบเคลิ้มถึงกับเซถอยหลังไปสองก้าว ชายหนุ่มยังคงมีแววต้างุนงงและมึนงงระคนเสียดายฉายชัดอยู่ในหน่วยตาคมกริบ แต่เมื่อเขากวาดสายตามองตามร่างบางที่พุ่งพรวดเข้าไปหาเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าประตู ลมหายใจของประธานหนุ่มก็พลันสะดุดกึก หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นรัวกระหน่ำราวกับกลองศึก เมื่อภาพตรงหน้าสะท้อนเงาของเด็กชายวัยสองขวบที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักลึกราวกับถอดแบบมาจากตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน "น้องรัน... ลูกเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่คะคนเก่ง" รสรินย่อตัวลงสวมกอดร่างเล็กของลูกชายแน่นจนตัวสั่นเทา สองแขนโอบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างปกป้อง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวว่าความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตกำลังจะถูกกระชากออกมารabเจล่งแจ้ง "คุณแม่ร้องไห้ทำไมฮะ?" นิ้วป้อมๆ ของน้องรันยื่นมาเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนของมารดาอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมใสแจ๋วหันไปมองชายแปลกหน้าที่ยืนตัวแข็งค้างอยู่กลางห้อง ก่อนจะเอียงคอมองด้วยความสงสัย "แล้ว... คุณอาคนนั้นเป็นใครหรือฮะ ทำไมหน้าตาเหมือนคุณรันจังเลยล่ะฮะคุณแม่?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อกคนฟังจนแทบสิ้นสติ ภาคินัยก้าวเท้าไม่ออก ราวกับมีโซ่ตรวนเหล็กกล้ามาพันธนาการเรียวขาเอาไว้ ร่างสูงโปร่งยืนตะลึงงัน มองเด็กชายในอ้อมกอดของอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นจนจุกอก ทั้งความตกใจ ความปีติยินดี และความเจ็บปวดที่ตีรวนขึ้นมาพร้อมๆ กัน น้ำตาของลูกผู้ชายรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อตระหนักว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาโง่เขลาเบาปัญญาแค่ไหนที่ปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไป แถมยังเกือบทำลายสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วยความเย็นชา "ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ ภาคินัย!" รสรินหันมาตวาดใส่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความเคียดแค้น "คุณเห็นแล้วใช่ไหมคะว่าลูกฉันเป็นใคร สมใจคุณหรือยัง! ทีนี้ก็เชิญไสหัวออกไปจากชีวิตของเราสองแม่ลูกได้แล้ว อย่ามาทำลายความสงบสุขของเราอีกเลย!" ภาคินัยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ เขาไม่สนคำขับไล่ไสส่งนั้น ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อยอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาเคลื่อนไหวเร็วเกินไป สายตาคมกริบทอดมองเด็กชายในอ้อมแขนเธอนิ่งนาน ราวกับอยากจะจดจำทุกรายละเอียดที่เขาเคยพลาดพลั้งไป "ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแหบพร่า มือหนาสั่นเทาระงับไม่อยู่ยามเมื่อยื่นออกไปหวังจะสัมผัสแก้มนุ่มของเด็กน้อย "ลูก... ลูกของเราใช่ไหมริน? เธอท้อง... ตอนที่เธอหนีฉันไป... เธอท้องลูกของเราใช่ไหม?" "ถอยไป!" รสรินเบี่ยงกายหลบสัมผัสนั้นราวกับหลบหลีกอสรพิษร้าย ดวงตาของเธอแข็งกร้าวขึ้น "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน! คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกเขาว่าลูก เด็กคนนี้เป็นลูกของฉันคนเดียว เป็นลูกของกันต์... ไม่ใช่ของคุณ!" "โกหก!" ภาคินัยสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดเจือความเจ็บปวดร้าวลึก ดวงตาคมวับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "เธอจะโกหกหน้าด้านๆ ได้ยังไงในเมื่อหน้าตาของเขาฟ้องอยู่ทนโท่ขนาดนี้! เด็กคนนี้คือฉัน! คือเลือดเนื้อเชื้อไขของภาคินัยคนนี้!" บรรยากาศภายในห้องกลับมาตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รสรินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความโกรธแค้นที่สุมอกระตุ้นให้เธออยากจะกรีดร้องใส่หน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้ให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เขาเคยฝากไว้ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ ออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รสรินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ ปรากฏชื่อของ "กันตภัทร" โทรเข้ามาพอดี! ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง นางมารร้ายในตัวเธอตื่นขึ้นพร้อมที่จะใช้ผู้ชายอีกคนมาเป็นเกราะกำบังและอาวุธฟาดฟันอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง หญิงสาวกดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล เปิดลำโพงให้เสียงทุ้มอบอุ่นของกันตภัทรดังชัดเจนไปทั่วทั้งห้อง "รินครับ... ผมมาถึงหน้าคอนโดแล้วนะ พอดีผมซื้อขนมที่น้องรันชอบมาฝากด้วย ขึ้นไปหาเลยดีไหมครับ?" น้ำเสียงห่วงใยและสนิทสนมนั้นกระแทกเข้าโสตประสาทของภาคินัยอย่างจัง เส้นเลือดที่ขมับของประธานหนุ่มปูดโปน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงก้าวพรวดเข้าไปประชิดตัวรสรินในพริบตาเดียว ก่อนที่หญิงสาวจะทันตั้งตัว มือหนาอันทรงพลังก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซปะทะแผงอกแกร่ง แผงอกที่คุ้นเคย กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวของภาคินัย ทำให้ลมหายใจของรสรินสะดุดกึก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก "คุณจะทำอะไร! ปล่อยฉันนะ!" รสรินพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด แต่วงแขนแกร่งกลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก ภาคินัยโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาแนบชิดใบหูสาง สัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอระหง น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซอieรอดไรฟันด้วยความหึงหวงและเยPยหยัน "อยากให้มันขึ้นมางั้นเหรอ?" ภาคินัยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาดุดันจ้องมองเธออย่างเอาเรื่อง "ลองดูสิ... ถ้ารักแรกพบของเธอกล้าก้าวเข้ามาในห้องนี้ ฉันจะประกาศให้มันรู้ตรงนี้เลยว่า... เมียและลูกของฉัน อยู่ในอ้อมกอดของใครกันแน่!" รสรินหน้าถอดสี หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินน้ำเสียงประกาศิตที่จริงจังจนน่ากลัวของอดีตสามี ...และก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากห้าม ภาคินัยก็ก้มลงประกบเรียวปากหนาเข้ากับกลีบปากอิ่มของเธอทันทีอย่างดุดัน เร่าร้อน และไร้ซึ่งความปรานี! --- *รสรินกลิ่นกำมะหยี่ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะคะ*
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%