หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 20

ตื่นมาพร้อมกับความจริงอันโหดร้าย

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นกายกำยำของบุรุษเพศที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนลอยอบอวลอยู่รอบกาย รสรินลืมตาขึ้นท่ามกลางความสลัวรางของห้องพักโรงแรมหรู ความหนักอึ้งที่พาดผ่านช่วงเอวทำให้เธอต้องชะงักลมหายใจ ความรู้สึกเหมือนถูกงูเหลือมตัวใหญ่พันธนาการไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ รอยสัมผัสจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงทิ้งร่องรอยความวาบหวามปนขมปร่าเอาไว้ในความทรงจำที่เลือนลาง เธอขยับตัวเพียงเล็กน้อย แรงโอบกอดจากด้านหลังก็รัดแน่นขึ้น ราวกับเขากลัวว่าหากเธอกระดิกแม้เพียงนิ้วเดียว เธอจะระเหยกลายเป็นควันหายไปอีกครั้ง “ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นของภาคินัยดังชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดซอกคอขาวระหงที่เต็มไปด้วยรอยจูบสีกุหลาบช้ำๆ ที่เขาสร้างเอาไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน รสรินไม่ได้ตอบ แต่ความทรงจำที่ค่อยๆ ไหลย้อนกลับมาทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความเดือดดาล เธอจำได้ว่าเมื่อคืนเขาฉวยโอกาสในจังหวะที่เธอเมามายไม่ได้สติ แย่งชิงความเป็นเจ้าของไปอย่างหิวกระหายและไร้ความปรานี ราวกับจะกักขังวิญญาณของเธอไว้ในกรงขังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นอีกครั้ง “ออกไป” รสรินเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบจนน่าขนลุก ภาคินัยพลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า มือหนาเชยคางเธอขึ้นบังคับให้สบตา ดวงตาคมกริบของเขาในยามนี้ไม่ได้มีความเย็นชาดั่งน้ำแข็งเหมือนวันวาน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหาและปรารถนาจนน่ารังเกียจ “ริน... เราเพิ่งผ่านค่ำคืนที่ยอดเยี่ยมด้วยกันมานะ” เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าคมสันดังลั่นห้องจนสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ รสรินสลัดตัวออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ใยดี ความเกลียดชังที่สั่งสมมาตลอดหลายปีพรั่งพรูออกมาผ่านแววตาที่จ้องมองอดีตสามีอย่างไม่ลดละ เธอคว้าผ้าห่มมาพันกายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกระโจนลงจากเตียงด้วยความรู้สึกขยะแขยงจนแทบอยากจะกรีดผิวหนังตัวเองทิ้ง “อย่าเรียกชื่อฉันด้วยปากที่พ่นแต่คำลวงโลกแบบนั้นอีก ภาคินัย!” รสรินแผดเสียง น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลพรากออกมา “เมื่อคืนมันไม่ได้เรียกว่าความยอดเยี่ยม แต่มันคือการข่มขืน! นายมันก็แค่ปีศาจที่ไร้เกียรติ สันดานดิบของนายมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด!” ภาคินัยยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง รอยฝ่ามือสีแดงปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าหล่อเหลา เขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง กลับกัน... เขากลับหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง แววตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่เขากำลังชดใช้ “ผมรู้ว่าผมเลว... ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำไปมันไม่มีคำขอโทษไหนที่พอจะชดเชยได้ แต่ริน... ได้โปรด อย่ามองผมเหมือนคนแปลกหน้าแบบนี้เลย” “นายไม่ใช่คนแปลกหน้า... นายคือคนที่ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะลืมให้ได้สนิทใจ!” รสรินชี้หน้าเขา มือที่สั่นสะท้านนั้นบ่งบอกถึงความเจ็บปวดที่หยั่งลึก “ออกไปจากห้องนี้ เดี๋ยวนี้! อย่าให้ฉันต้องเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาลากคอคุณออกไปให้เสียเกียรติประธานบริษัทผู้ยิ่งใหญ่เลย” บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะหยุดหายใจ ภาคินัยยอมลุกขึ้นอย่างช้าๆ ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอับอายแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาหาเธอหนึ่งก้าว รสรินถอยหลังชนผนังห้องอย่างจนตรอก “ผมจะไป...” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาดบางอย่าง “แต่จำไว้เถอะริน ไม่ว่าคุณจะหนีไปไกลแค่ไหน หรือจะสร้างกำแพงกั้นผมไว้สูงเพียงใด หัวใจของคุณก็ยังเป็นของผม... และผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปอีกเป็นครั้งที่สอง” เขาหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาสวมใส่ด้วยท่าทางสง่างาม ก่อนจะเดินผ่านหน้าเธอไป รสรินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ติดตัวเขา กลิ่นที่ครั้งหนึ่งเธอเคยหลงใหล แต่ในตอนนี้มันกลับทำให้เธอคลื่นไส้จนต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอาเจียน เสียงปิดประตูดังสนั่น รสรินทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเฉียบ ความเงียบงันเข้ามาโอบล้อม แต่ทว่าความสงบนั้นกลับแฝงไปด้วยลางร้ายที่คาดไม่ถึง บนพื้นห้องข้างเตียง... มีเอกสารแผ่นหนึ่งที่ภาคินัยทำร่วงไว้โดยไม่ตั้งใจขณะที่เขารีบคว้าเสื้อผ้า รสรินมองเห็นมันวางเด่นเป็นสง่า เธอเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย เอกสารแผ่นนั้นคือ ‘ผลตรวจสุขภาพและประวัติการรักษา’ ของเด็กชายคนหนึ่ง... ที่มีชื่อว่า ‘รวิน’ หัวใจของเธอหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อเห็นชื่อโรงพยาบาลและวันที่ระบุไว้อย่างชัดเจน ภาคินัยสืบจนรู้แล้ว... เขารู้ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิตมาตลอดสองปี! ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะที่หนักแน่น รสรินหัวใจหล่นวูบ ไม่ใช่ภาคินัยที่กลับมา แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำของกันตภัทรที่ดังลอดเข้ามา “ริน... ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น เปิดประตูให้ผมหน่อย ผมมีเรื่องสำคัญต้องบอกคุณเกี่ยวกับภาคินัย... มันกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่รุนแรงกว่าที่คุณคิด!” รสรินกำเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความจริงอันโหดร้ายกำลังบีบคั้นเธอจากทุกทิศทาง... เธอควรจะบอกกันต์เกี่ยวกับลูกชายของเธอตอนนี้เลยหรือไม่ หรือนี่คือจุดจบที่ภาคินัยได้วางหมากไว้เพื่อบังคับให้เธอต้องสยบยอมต่อเขาเพียงคนเดียว? ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและรักที่พังทลายไปพร้อมกับรินนะคะ... รสรินกลิ่นกำมะหยี่ค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%