“แม่จ๋า... รันอยากกินสตรอว์เบอร์รีเคลือบช็อกโกแลตอันนั้นค่ะ”
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบดังขึ้น พร้อมกับนิ้วป้อมๆ ที่ชี้ไปยังตู้กระจกใสของร้านเบเกอรีชื่อดังในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง รสรินละสายตาจากแท็บเล็ตในมือ รอยยิ้มอ่อนโยนระบายขึ้นบนใบหน้าเรียวสวยทันที ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเอ็นดูระคนรักใคร่จนแทบจะหลอมละลาย
เธอย่อกายลงนั่งยองๆ กับพื้นขัดมันวาว จัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาให้ลูกชายด้วยความทะนุถนอม ปลายนิ้วเรียวสัมผัสแก้มเนียนนุ่มที่มีเลือดฝาดสุขภาพดีอย่างเบามือ
“ไหนคะคนเก่ง ไหนบอกแม่สิว่าวันนี้หนูเป็นเด็กดีหรือเปล่า ถึงอยากกินของหวานก่อนมื้อเย็นแบบนี้” รสรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความหยอกเย้า
“รันเป็นเด็กดีที่สุดในโลกเลยครับ! คุณอา... คุณอากันต์ยังชมรันเลยนะคะ”
เด็กชายตอบเสียงดังฟังชัด ดวงตากลมโตเป็นประกายสุกใสระยิบระยับ แพขนตายาวงอนเป็นแพร และที่สำคัญ... โครงหน้าผ่าว โด่งรั้นของจมูก รวมถึงริมฝีปากหยักได้รูปนั้น ถอดแบบมาจากใครบางคนราวกับเอาพิมพ์เดียวกันมาประทับไว้
รสรินใจกระตุกวูบทุกครั้งที่ได้มองหน้าลูกชายชัดๆ ภาพเงาสะท้อนของอดีตสามีผู้เย็นชาอย่างภาคินัยมักจะซ้อนทับขึ้นมาในห้วงคำนึงเสมอ แม้กาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด และเธอกลายเป็น "รสริน" คนใหม่ผู้สง่างาม เป็นซีอีโอหญิงแกร่งแห่งแบรนด์แฟชั่น "Velvet & Co." ที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงด้วยลำแข้งของตนเอง ทว่ารอยแผลเป็นในอดีตก็ยังคงหลงเหลือให้เจ็บแปลบในยามที่นึกถึง
“ครับ เป็นเด็กดีที่สุดเลย ลูกชายแม่เก่งที่สุดอยู่แล้วค่ะ” รสรินซ่อนความไหววูบในแววตาไว้ภายใต้รอยยิ้มพิมพ์ใจ เธอดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดไว้แน่น สูดดมความหอมจากซอกคอเด็กน้อยอย่างให้กำลังใจตัวเอง
สามปีที่ผ่านมา... ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้หญิงตัวคนเดียวที่แบกท้องหนีตายไปต่างประเทศด้วยความสิ้นหวังต้องผ่านอะไรมาบ้าง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่รินรดลงบนหมอนในคืนที่เหน็บหนาว ความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจ และความหวาดกลัวว่าผู้ชายใจร้ายคนนั้นจะตามพรากลูกไป
แต่ในวันนี้ รสรินไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำหัวใจอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่ง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่แข็งแกร่งที่สุดให้แก่ดวงใจดวงน้อยดวงนี้
“อ่ะ ได้แล้วครับคนเก่ง สตรอว์เบอร์รีเคลือบช็อกโกแลตของคุณชายรัน”
เสียงทุ้มนุ่มนวลของกันตภัทรดังขึ้นพร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์ดังในมือ ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองดูอบอุ่นและภูมิฐานก้าวเข้ามาใกล้ เขาส่งยิ้มละมุนให้ทั้งแม่และลูก ความใส่ใจและความเสมอต้นเสมอปลายตลอดสองปีที่ผ่านมา ทำให้กันตภัทรกลายเป็นผู้ชายคนสำคัญในชีวิตของสองแม่ลูกอย่างปฏิเสธไม่ได้
“ขอบคุณครับคุณอากันต์!” น้องรันร้องอย่างดีใจ พร้อมกับยื่นมือป้อมๆ ไปรับถุงขนม
“ขอบคุณพี่กันต์นะคะสำหรับขนม... รบกวนพี่กันต์ตลอดเลย” รสรินเงยหน้าขึ้นกล่าวกับชายหนุ่มด้วยความเกรงใจ พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสผ้าลินินสีเบจเข้ารูปขับเน้นทรวดทรงอ้อนแอ้นแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจให้ดูโดดเด่นสะดุดตา จนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องเหลียวมอง
“เพื่อรันกับริน พี่เต็มใจเสมอครับ... ว่าแต่เย็นนี้ ไปทานมื้อค่ำด้วยกันไหมครับ พี่จองร้านอาหารริมแม่น้ำไว้ บรรยากาศกำลังดีเลย” กันตภัทรเอ่ยชวนด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง มือหนายื่นไปหมายจะลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างคุ้นเคย
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มสั่งตัดพิเศษ รัศมีเยือกเย็นและทรงอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขากลับทำให้บรรยากาศรอบกายพลันหนาวเยือกขึ้นมาเฉียบพลัน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่พญาจับจ้องภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย—ความโกรธเกรี้ยว ความหึงหวง และความเจ็บปวดร้าวลึกที่อัดแน่นจนอกแทบระเบิด
ภาคินัยยืนนิ่งอยู่เบื้องเสาหินอ่อนห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับกระชากวูบราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น
ภาพอดีตภรรยาที่เขาสมควรจะทอดทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้เธอกลับงดงามเปล่งประกาย เจิดจรัสยิ่งกว่าดวงดาวบนฟากฟ้า รอยยิ้มที่เธอมอบให้ชายอื่น... และที่สำคัญที่สุดคือเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าชังคนนั้น ที่มีเค้าโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
เด็กคนนั้น... คือสายเลือดของเขาอย่างแน่นอน!
ภาคินัยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง สติสัมปชัญญะที่เคยสุขุมเยือกเย็นพังทลายลงในพริบตา ขาทั้งสองข้างก้าวเดินไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลลากตัวเขาเข้าไปหาภาพบาดตาบาดใจนั้น
“รสริน...”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้นและสั่นเครือเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของห้างสรรพสินค้า
รสรินสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินสุ้มเสียงที่ฝังรากลึกอยู่ในฝันร้ายมาตลอดสามปี เธอค่อยๆ หันขวับกลับไปมองตามต้นเสียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและหยาดน้ำตาคลอหน่วยของอดีตสามีผู้ไม่เคยคิดว่าจะได้พบกันอีก!
ภาคินัยก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาเอื้อมออกคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตานางเอกสาว สั่นระริกด้วยความรู้สึกสารพัดที่ตีรวนอยู่ในอก
“ริน... เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก” ภาคินัยกระซิบเสียงลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน “แล้วเด็กคนนั้น... ลูกของเราใช่ไหมรสริน!”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
* * * * *
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 6
แม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่ง
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!