กลิ่นอายของแชมเปญราคาแพงเคล้าคลอไปกับความเงียบงันในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร ภาคินัยในวัยสาม puluh ปีที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเย่อหยิ่ง กำลังยืนจ้องมองปฏิทินบนโต๊ะทำงานด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา วันนี้... คือวันที่สามบริบูรณ์พอดิบพอดี นับตั้งแต่วันที่เขาเซ็นชื่อลงบนใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาผลักไสผู้หญิงคนหนึ่งให้เดินออกไปจากชีวิตโดยไม่เคยเหลียวแลว่าเธอจะมีสภาพเช่นไร
สามปีที่ผ่านมา อาณาจักรธุรกิจของเขาแผ่ขยายไพศาล ชื่อเสียงของประธานหนุ่มผู้เย็นชาและไร้หัวใจกลายเป็นที่ยำเกรงของผู้คน แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่า... หัวใจที่เคยด้านชานั้น กลับถูกกัดเซาะด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างประหลาดในทุกๆ ครั้งที่เข็มนาฬิกาหมุนวนมาบรรจบถึงวันนี้ ความรู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ สุมอยู่ในอก คอยแผดเผาให้เขานอนไม่หลับและกระสับกระส่ายอย่างไร้เหตุผล
นิ้วเรียวยาวที่สวมนาฬิกาเรือนหรูเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนยังคงตามหลอกหลอน ดวงตากลมโตที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความภักดีคู่นั้น... ในวันสุดท้ายที่เธอยืนอยู่ต่อหน้าเขา มันมีแต่ความว่างเปล่าและความเด็ดเดี่ยวที่น่ากลัว รสรินในวันนั้นไม่ใช่ผู้หญิงที่ยอมก้มหัวให้เขาอีกต่อไป และนั่นคือสิ่งที่เขาพยายามตามหามาตลอดสามปีเต็ม—ตามหาเพื่อจะชดใช้ ตามหาเพื่อจะดึงเธอกลับมาอยู่ใต้เงาอำนาจของเขาอีกครั้ง หรือบางที... อาจเป็นเพราะเขาโหยหาไออุ่นที่ตนเองเคยทำลายมันด้วยมือคู่นี้
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ขัดจังหวะความคิดอันดำมืด เลขาฯ สาวก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ารeserved พร้อมกับแท็บเล็ตในมือ
"ท่านประธานคะ รายงานการสืบสวนเรื่องที่คุณสั่งให้ติดตาม... ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมแล้วค่ะ" เสียงนั้นสั่นน้อยๆ เมื่อเห็นแววตาคมกริบที่ตวัดกลับมามอง
ภาคินัยไม่เอ่ยคำใด เขายื่นมือออกไปรับแท็บเล็ตมาถือไว้ หน้าจอปรากฏภาพถ่ายล่าสุดที่ถูกส่งตรงมาจากสายสืบ
ภาพนั้น... บีัดขยี้หัวใจของนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ให้แหลقสลายลงในพริบตา
รสริน อดีตภรรยาผู้เคยจืดชืดและถูกเขาด้อยค่ามาตลอด กำลังแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน ใบหน้านั้นเปล่งประกายด้วยความสุขที่เขาไม่เคยมีวันได้รับจากเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว และที่ร้ายยิ่งกว่าคือร่างสูงสง่าของ "กันตภัทร" ศัตรูคู่อาฆาตทางธุรกิจที่กำลังโอบกอดเอวบางนั้นไว้อย่างสนิทสนม ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของภาคินัยสะดุดกึกจนแทบหยุดเดิน คือเด็กชายตัวน้อยวัยเตาะแตะที่วิ่งอยู่แทบเท้าของทั้งคู่—เด็กชายที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าซึ่งถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจกเงา!
"ไอ้... กันต์..."
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟัน ภาคินัยกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่องอขาว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยวและหึงหวงที่ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงจนควบคุมไม่อยู่ ร่างกายสูงใหญ่สั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ เด็กคนนั้นคือใคร? ทำไมหน้าตาถึงเหมือนเขาราวกับแกะ? หรือว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกลอบซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอาไว้จากความใจร้ายของเขาเอง!
ความรู้สึกผิดที่เคยกัดกินหัวใจแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงโทสะและไฟปรารถนาอันบ้าคลั่ง เขาลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้หนังราคาแพงล้มคว่ำลงกับพื้น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง
ในเมื่อเธอคิดจะหนีเขาไปซ่อนตัวกับศัตรู พร้อมกับขโมยลูกชายแท้ๆ ของเขาไป... เธอก็ต้องเตรียมรับมือกับความบ้าคลั่งของซาตานตนนี้ที่จะตามไปกระชากเธอกลับสู่อ้อมอกให้สาสมเช่นกัน!
ภาคินัยคว้าสูทตัวนอกมาสวมอย่างลวกๆ ก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ โดยไม่รู้เลยว่า... ก้าวเดินครั้งนี้กำลังจะนำพาเขาไปสู่เกมรักและเกมแค้นที่ร้อนแรงเกินกว่าที่หัวใจด้านชาของเขาจะรับไหว
ครุ่นคิดอะไรอยู่หรือคะคนดี มาลุ้นไปพร้อมกับรสรินกันต่อนะคะว่าการกลับมาทวงคืนเมียและลูกของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้จะเผ็ดร้อนและบีบคั้นหัวใจขนาดไหนในตอนหน้าค่ะ
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของรสรินกลิ่นกำมะหยี่เสมอมานะคะ)
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 5
สามปีผ่านไป: ประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!