กลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องตรวจเล็กๆ ของคลินิกชุมชนแห่งนี้ ช่างเป็นกลิ่นที่ขับเน้นความโดดเดี่ยวอ้างว้างในหัวใจของรสรินให้เด่นชัดขึ้นมาเสียเหลือเกินค่ะ
แผ่นกระดาษขนาดเล็กในมือสั่นเทา ปลายนิ้วเรียวที่เคยได้รับการปรนเปรอด้วยเครื่องเพชรราคาแพงจากสามีผู้เย่อหยิ่ง บัดนี้กลับมีเพียงความว่างเปล่าและรอยช้ำจางๆ จากการถูกผลักไสไล่ส่งในคืนวันที่เธอตัดสินใจก้าวเท้าเดินออกมาจากขุมนรกที่เรียกว่า "เรือนจำของภาคินัย"
สองขีดสีแดงเข้มเด่นชัดอยู่บนชุดตรวจครรภ์ มันคือเครื่องยืนยันถึงสายเลือดใหม่... เลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่เคยประกาศกร้าวอย่างเลือดเย็นว่า เกลียดชังเธอและไม่มีวันต้องการทายาทที่เกิดจากผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอเด็ดขาด
"คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ประมาณหัปสัปดาห์แล้วนะคะ ช่วงนี้ต้องระวังเรื่องความเครียดเป็นพิเศษค่ะ สุขภาพกายและใจของคุณแม่ส่งผลโดยตรงต่อเด็กในครรภ์นะ"
คำพูดของแพทย์หญิงวัยกลางคนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของเหวลึก รสรินยกมือขึ้นกอบกุมหน้าท้องแบนราบของตนเองโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกตื่นตระหนก ความกลัว และความเคว้งคว้างเข้าถาโถมราวกับพายุใหญ่ที่โหมกระหน่ำซัดสาดเรือลำน้อยกลางทะเลคลั่ง ในหัวสมองของเธอมีเพียงเสียงกรีดร้องของความเจ็บปวดสลับกับเสียงเตือนสติอันเด็ดเดี่ยว
*เด็กคนนี้... จะไม่มีทางเป็นเครื่องมือให้ผู้ชายคนนั้นเหยียบย่ำซ้ำสองเด็ดขาด*
รสรินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการมือสั่น เธอปาดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้มออกอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงและยอมจำนน บัดนี้กลับทอประกายความแข็งกร้าวและดุดันขึ้นมาอย่างน่ากลัว ในเมื่อภาคินัยเลือกที่จะขว้างปาความรักและความภักดีของเธอลงกับพื้น เขาก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะรับรู้ว่าเสี้ยวหนึ่งของหัวใจที่เขาเหยียบย่ำ กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
เงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชีส่วนตัวที่เธอแอบสะสมไว้ในช่วงเวลาปีสุดท้ายของการแต่งงาน ถูกคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว มันมากพอที่จะใช้เป็นทุนตั้ง
ต้นชีวิตใหม่ในต่างจังหวัด... ไกลจากเงื้อมมือของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ไกลจากสายตาเย้ยหยันของผู้คนในสังคมไฮโซจอมปลอมนั้น และไกลพอที่จะทำให้เธอลุกขึ้นยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง
ภายในห้องพักรายวันขนาดเล็กและอับชื้น รสรินจัดการเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวใส่กระเป๋าเดินทางใบเก่าเพียงสองใบ เอกสารสำคัญ บัตรประชาชน และสมุดบัญชีเงินฝากคือสิ่งเดียวที่เธอให้ความสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน มีเพียงเสียงหัวใจเต้นระทึกของเธอเองที่ดังแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกหน้าต่าง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ทำให้ร่างบางสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความหวาดระแวง หรือว่า... ภาคินัยจะตามเธอเจอแล้ว? ผู้ชายอำมหิตคนนั้นรู้เร็วเกินไปหรือเปล่าว่าเธอซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?
"ริน... เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ ริน!"
เสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังลอดผ่านบานประตูเข้ามา ไม่ใช่เสียงเยียบเย็นของภาคินัย แต่เป็นเสียงของ *กันตภัทร* ชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่แข่งทางธุรกิจของอดีตสามี และเป็นมือที่ยื่นเข้ามาประคับประคองเธอในวันที่แหลกสลาย
รสรินถอนหายใจออกมา20เปอร์เซ็นต์ด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินไปบิดกลอนประตูออกช้าๆ ร่างสูงของกันตภัทรก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้ากังวลระคนห่วงใย ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมคับแคบก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบซีดเซียวและดวงตาแดงก่ำของหญิงสาว
"คุณกันต์... บอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องมาลำบากหรอก รินดูแลตัวเองได้" รสรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยายามเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนร่องรอยคราบน้ำตา
กันตภัทรไม่สนใจคำปฏิเสธ เขาสืบเท้าเข้าไปใกล้ กลิ่นกายสะอาดและอ้อมแขนที่อบอุ่นทำให้รสรินรู้สึกถึงความปลอดภัยชั่วขณะ แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เพราะหญิงสาวรีถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างสุภาพ เธอรู้ดีว่าเธอไม่อาจเอาชีวิตที่พัง
ทลายและภาระในครรภ์นี้ไปผูกติดไว้กับผู้ชายแสนดีอย่างเขาได้
"พี่ทนเห็นรินอยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ" กันตภัทรทอดถอนใจ สายตาเต็มไปด้วยความอาทร "ไปอยู่คอนโดที่พี่เตรียมไว้ให้เถอะนะริน อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของตัวรินเอง ภาคินัยมันกำลังพลิกแผ่นดินตามหารินให้ควั่ก ตอนนี้มันคลั่งไปแล้ว..."
คำว่า "คลั่ง" จากปากของกันตภัทรไม่ได้ทำให้รสรินรู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชเวทนา
"ปล่อยให้เขาตามหาไปเถอะค่ะ..." รสรินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่นทุกถ้อยคำ มือเรียวบางเลื่อนไปลูบหน้าท้องตนเองอย่างแผ่วเบา โดยที่กันตภัทรไม่มีทางสังเกตเห็น "เพราะต่อให้เขาพลิกแผ่นดินหาจนพลิกคว่ำ เขากไม่มีวันได้เจอผู้หญิงที่ชื่อรสรินคนเดิมอีกแล้ว... และไม่มีวันได้รู้ด้วยว่าเขากำลังจะสูญเสียอะไรไปตลอดกาล"
กันตภัทรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจในประกายตาวาวโรจน์ที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว ความเด็ดเดี่ยวและเยnชาที่แปลกแยกออกไปจากรสรินคนอ่อนแอในอดีต กำลังทำให้เขารู้สึกทึ่งและหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ใจกลางเมือง ภาคินัยกำลังกวาดข้าวของทุกอย่างบนโต๊ะทำงานราคาแพงลงสู่พื้นด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่คมแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการไม่ได้นอนมาหลายวัน ร่างสูงใหญ่หอบหายใจหนักหน่วงราวกับคนใกล้บ้า เมื่อลูกน้องคนสนิทรายงานข่าวที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"นายครับ... ทีมสืบสวนรายงานว่า คุณรสรินขึ้นรถไฟสายเหนือออกนอกเมืองไปตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วครับ และ... และเราเช็คจากประวัติการใช้จ่ายล่าสุด พบว่าเธอเพิ่งไปเข้ารับการตรวจที่คลินิกสูตินรีเวชแห่งหนึ่งครับนาย!"
ภาคินัยชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ภาพความใจร้ายและคำพูดตัดเยื่อใยที่เขาเคยพ่นใส่เธอย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนเลือดซิบ
เขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว มือหนาสั่นเทาจนแทบประคองร่างตัวเองไม่อยู่ เมื่อเอกสารแผ่นสุดท้ายที่ลูกน้องยื่นให้ปรากฏภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของคลินิก ภาพที่รสรินกำลังเอามือกุมหน้าท้องนูนต่ำของตนเองด้วยแววตาปกป้อง...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
---
**[คำชี้แจงจากผู้เขียน]:**
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความเข้มข้นในตอนนี้ค่ะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 3
ความลับในครรภ์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!