เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าผสานกับสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดลงมากระจกหน้าต่างห้องรับแขก ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศในค่ำคืนนี้อึมครึมและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ รสรินยืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงา ร่างระหงภายใต้ชุดนอนผ้าไหมเนื้อนุ่มสะท้อนภาพหญิงสาวผู้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้ด้วยหยาดน้ำตาและสองมือของตนเอง ทว่าในเวลานี้ บุรุษผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาดยับเยินกลับกำลังยืนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน...
ภาคินัยในยามนี้ไม่มีมาดประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปียกชุ่มแนบลู่ไปกับแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อสมส่วนจากหยาดฝน ยิ่งขับเน้นให้ร่างสูงสง่านั้นดูเปราะบางอย่างน่าประหลาด สายตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความดูแคลน ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด สำนึกผิด และรaอเร้าที่จะขอโอกาสแก้ตัว
"ริน... คุณจะใจร้ายกับผมถึงไหน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบไร้อารมณ์ บัดนี้กลับสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
รสรินค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอ่อนแอ ยามนี้กลับนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับผืนน้ำลึกที่ไม่อาจหยั่งรู้ความรู้สึกภายใน "คุณต่างหากล่ะคะภาคินัย ที่ใจร้ายกับฉันมาก่อน... วันที่คุณไล่ฉันออกจากชีวิต วันที่คุณไม่แม้แต่จะชายตามองเด็กในท้อง วันนั้นคุณเคยถามตัวเองไหมคะ ว่าความใจร้ายมันหน้าตาเป็นอย่างไร"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นกลางใจของภาคินัย ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ทว่ารสรินกลับถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ช่องว่างระหว่างทั้งสองถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงลมหายใจที่สั่นสะท้านของกันและกัน
"ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย..." ภาคินัยเอ่ยเสียงพร่า มือหนาเอื้อมหมายจะสัมผัสแก้มเนียนนุ่ม แต่รสรินกลับเบือนหน้าหนีอย่างรังเกียจ สัมผัสนั้นจึงค้างเติ่งกลางอากาศ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลดมือกลัsด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก "แต่ขอร้องเถอะริน ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ดูแลคุณกับลูก เหมือนที่สามีคนหนึ่งควรจะทำ"
"สามีงั้นเหรอคะ?" รสรินหัวเราะในลำคอ น้ำตาหยดใสไหลรินผ่านพวงแก้มอย่างกลั้นไม่อยู่ แม้เธอจะพยายามเข้มแข็งแค่ไหน แต่ภาพอحDอดีตอันแสนโหดร้ายก็ยังคงกรีดแทงหัวใจทุกครั้งที่นึกถึง "คำนี้มันมีค่าสำหรับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะภาคินัย! ตอนที่ฉันอ้อนวอนขอความรักจากคุณ คุณเหยียบย่ำมันจนไม่เหลือชิ้นดี... แต่วันนี้พอคุณสำนึกได้ คุณคิดว่าทุกอย่างมันจะย้อนเวลากลับไปได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอคะ!"
"ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น..."
"พอเถอะค่ะ!" รสรินตะคอกเสียงสั่น เธอดันแผงอกกว้างของเขาออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่มี "กลับไปซะ! กลับไปในโลกของคุณ แล้วปล่อยให้ฉันกับลูกได้อยู่อย่างสงบเถอะค่ะ"
ทว่าภาคินัยกลับไม่ยอมถอย เขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างรวดเร็วแต่มั่นคง ดึงร่างบางเข้าหาอกแกร่งจนแน่นแนบ ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำฉายแววความดุดันและโหยหาปะปนกัน "ไม่! ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น! ริน... คุณจะเกลียดผม จะด่าผม จะทำร้ายผมยังไงก็ได้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ไล่ผมไปจากคุณกับลูก!"
แรงปะทะจากอารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้หัวใจเต้นระรัว กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความชื้นของเม็ดฝน ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งสองพยายามกดทับไว้ ความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวด และความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี กลายสภาพเป็นเพลิงอารมณ์ที่แผดเผาทั้งคู่จนแทบหลอมละลาย
รสรินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ทว่ามันกลับยั่วยوانความรู้สึกของภาคินัยจนขาดผึ่ง ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังเอื้อnคำปฏิเสธทันทีอย่างเอาแต่ใจ
"อื้อ..." รสรินเบิกตากว้าง พยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อขัดขืน แต่จูบอันดุดัน เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาของเขากลับกลืนกินเสียงททททานของเธอจนหมดสิ้น เรียวลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งขมขื่น หวานล้ำ และบีบคั้นหัวใจ ทำให้กำแพงความเย็นชาของรสรินเริ่มพังทลายลงทีละน้อย
มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดยิ่งขึ้น สัมผัสผ่านเนื้อผ้าไหมบางเบาร้อนฉ่าจนรสรินต้องจิกเรียวเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความสั่นสะท้าน ภาคินัยผริมฝีปากออกช้าๆ ลมหายใจหอบกระชั้นรดรินรดร่องแก้มเนียน ก่อนที่เขาจะซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มเบาๆ จนหญิงสาวสะعัดเร่าด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"คุณมัน... คนสารเลวภาคินัย..." รสรินหอบหายใจสะท้าน เสียงกระซิบพร่าเล็ดลอดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ
"ใช่... ผมมันสารเลว" ภาคินัยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า "แต่ผมรักคุณ... ริน ผมรักคุณคนเดียว ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้รักคุณอีกครั้ง"
ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่าง ความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นได้รับการเชื่อมประสานด้วยไฟสวาทและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด แรงอารมณ์อันลึกซึ้งและร้อนแรงถาโถมเข้าใส่กันอย่างไร้การควบคุม สัมผัสแนบชิด ลมหายใจที่ผสานเป็นหนึ่งเดียว และบทเพลงรักอันเร่าร้อนบนเตียงนอนกว้าง ดึงดูดทั้งคู่ให้จมดิ่งสู่ห้วงมิติแห่งความเสน่หาที่ไม่อาจถอนตัว
ทว่า... ในขณะที่บทเพลงรักกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุดแห่งความสุขสม เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเล็กใสของเด็กชายวัยสองขวบที่ตะโกนเรียกเข้ามาจากด้านนอก
*“คุณแม่ครับ... คุณพ่ออยู่ไหนเหรอครับ?”*
ภาคินัยชะงักกึก ร่างสูงผละออกจากรสรินอย่างตกใจ ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน เมื่อหันไปมองทางประตูห้องที่ถูกเปิดแง้มไว้โดยฝีมือของเด็กชายตัวน้อยผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ — รสรินกลิ่นกำมะหยี่
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 27
กับดักความอ่อนโยน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!