หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 28

ค่ำคืนแห่งการไถ่บาป

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของหยาดฝนที่โปรยปรายกระทบกระจกบานใหญ่ในยามวิกาล ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องพักส่วนตัวของเพนเฮาส์หรูดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งขับเน้นความอ้างว้างและบาดแผลในอดีตให้เด่นชัดขึ้น ราวกับเสียงกระซิบจากซอกหลืบแห่งความทรงจำที่รสรินพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปี "คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน ภาคินัย" เสียงหวานที่เคยสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวในวันเก่า บัดนี้กลับเรียบสนทนาและเย็นชาจนน่าใจหาย รสรินในวัยที่เติบโตและผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาได้ด้วยสองมือของตนเอง ไม่ใช่ภรรยาตัวน้อยที่ยอมก้มหน้ารับความเจ็บปวดอย่างไร้ทางสู้คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เธอยืนกอดอกมองชายหนุ่มผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าทุกใบในชีวิตคู่ ภาคินัยในยามนี้ไม่มีคราบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย แววตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความรังเกียจและหมางเมิน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสและความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงใหญ่คุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี มือหนาสั่นเทาเอื้อมมาหมายจะแตะปลายนิ้วเรียว แต่กลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับกลัวว่าสัมผัสของเขาจะสร้างรอยมลทินให้แก่หญิงสาวอีกครั้ง "ผมรู้... ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย ริน" เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน "แต่ได้โปรด... มองผมด้วยสายตาแบบเดิม หรือต่อให้คุณจะเกลียดผม จะตบตีผมให้ตายช้าๆ ผมก็ยอม... ขอแค่คุณอย่าทำเหมือนผมเป็นอากาศธาตุ อย่าผลักไสผมออกจากชีวิตของคุณและลูกอีกเลยนะครับ" หัวใจของรสรินกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า 'ลูก' ภาพของเด็กชายวัยสองขวบที่หน้าตาถอดแบบมาจากชายตรงหน้าไม่มีผิดเพี้ยน ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต กำลังสั่นคลอนอย่างหนักหน่วงภายใต้แรงกดดันจากความจริงใจที่สายเกินไปของอดีตสามี "ลูกไม่มีพ่อค่ะคุณคิน..." รสรินแค่นยิ้มหยันทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว "วันที่ฉันอุ้มท้องเดินออกจากบ้านหลังนั้น วันที่ฉันล้มลงและแทบไม่มีลมหายใจ... คุณอยู่ที่ไหนคะ? คุณกำลังกอดรัดกับความสำเร็จและสังคมจอมปลอมของคุณไม่ใช่เหรอ? แล้วตอนนี้คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความเป็นพ่อจากเด็กที่เกือบจะไม่มีลมหายใจตั้งแต่ลืมตาดูโลก!" หยาดน้ำตาที่รินรดลงบนแก้มเนียนไม่ได้ทำให้ภาคินัยถอยหลัง มีแต่จะทำให้เขารุกคืบเข้าประชิดตัวเธอมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะรวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยอ้อมกอดที่มั่นคงและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาอันลึกซึ้ง "ผมจะไถ่บาป... ริน" ริมฝีปากหยักลึกก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดต้นคอระหงทำให้รสรินสะท้านเฮือก แรงขัดขืนที่เคยมีเริ่มอ่อนยวบลงเมื่อสัมผัสคุ้นเคยในอดีตกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบภายในกาย รสรินพยายามเบือนหน้าหนี แต่ภาคินัยกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธริมฝีปากร้อนผ่าวประทับจูบลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างแผ่วเบา แต่ทว่าหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความโหยหา จูบแรกเริ่มต้นด้วยความนุ่มนวล ราวกับการขอขมาต่อบาปมหันต์ที่เขาเคยกระทำ ริมฝีปากของภาคินัยไล้เลียไปตามกรอบหน้ามน ซับหยาดน้ำตาที่รินไหลด้วยความทะนุถนอมราวกับเธอล้ำค่าที่สุดในจักรวาล รสรินหลับตาลงพยายามตั้งกำแพงในใจ แต่สัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ ลุกลามไปทั่วเรือนร่างกลับทำให้หัวใจที่ปิดตายสั่นคลอนอย่างรุนแรง มือหนาเลิกชายเสื้อไหมพรมเนื้อนุ่มของเธอขึ้นอย่างถือวิสาสะ ฝ่ามืออุ่นจัดสัมผัสกับผิวเนียนนุ่มราวกำมะหยี่ ทำให้รสรินเผลอครางแผ่วในลำคอด้วยความวาบหวาม ความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่ในอกของภาคินัยหลอมรวมเข้ากับความเร่าร้อนและโหยหาที่สะกดกลั้นมานาน เขากดจูบซับลงบนเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ "คุณคิน... อื้อ..." เสียงประท้วงขาดห้วงเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาในโพรงปาก กอบโกยลมหายใจและสติสัมปชัญญะของเธอให้ล่องลอยไปกับห้วงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ เคมีอันร้อนแรงระหว่างอดีตสามีภรรยาที่ถูกคั่นกลางด้วยความแค้น กลับปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในค่ำคืนนี้ รสรินรู้สึกราวกับร่างกายของตนเองกำลังละลายกลายเป็นน้ำภายใต้สัมผัสที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ภาคินัยอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมให้ริมฝีปากผละออกจากกันแม้แต่น้อย รสรินจำต้องเกาะไหล่กว้างของเขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว สัญชาตญาณของความเป็นหญิงและชายโหมกระหน่ำใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ร่างบางถูกวางราบลงบนเตียงนอนกว้าง ปราการชิ้นสุดท้ายถูกปลดเปลื้องออกอย่างรวดเร็วภายใต้แสงไฟสลัวที่สาดส่องเข้ามาจากภายนอก เรือนร่างงดงามที่ผ่านการมีบุตรมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับยังคงความเย้ายวนและสมบูรณ์แบบในทุกสัดส่วน ปรากฏแก่สายตาของภาคินัยราวกับภาพฝัน ชายหนุ่มทาบทับร่างลงมา ปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มเนียน ปัดป่ายฝ่ามือไปทั่วทุกสัดส่วนด้วยความรัก สำนึกผิด และเสน่หาที่ล้นปรี่ "ริน... ผมรักคุณ..." คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้รสรินชะงักงัน ดวงตากลมโตมองสบกับแววตาที่ฉายแววเจ็บปวดและเวทนาตนเองอย่างแท้จริง ไม่มีร่องรอยของความเย่อหยิ่งจองหองอีกต่อไป มีเพียงชายคนหนึ่งที่ยอมคุกเข่าราบคาบต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยทำลาย บทรักในค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การระบายความใคร่ แต่เป็น "ค่ำคืนแห่งการไถ่บาป" อย่างแท้จริง ทุกสัมผัสที่ภาคินัยมอบให้เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เร่าร้อน และเนิ่นนาน ราวกับต้องการชดเชยเวลาหลายปีที่เขาปล่อยให้เธอต้องเดียวดาย เสียงครางหวานหูผสานกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังสะท้อนไปทั่วห้องกว้าง รสรินแอ่นกายรับสัมผัสวาบหวาม ปล่อยให้ความสุขสมทางอารมณ์เข้าครอบงำ จนกระทั่งทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางหยาดน้ำตาแห่งความปลดปล่อยและอ้อมกอดที่แน่นแฟ้น ทว่า... ในขณะที่บทเพลงรักอันเร่าร้อนกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นรัวเร็วจากด้านนอก พร้อมกับเสียงเล็กๆ ของเด็กชายที่ตะโกนเรียกหาแม่ด้วยความตื่นตระหนก "ม้ามี๊จ๋า! คุณป้าข้างห้องบอกว่ามีคนใจร้ายมา..." รสรินเบิกตากว้าง สติที่เคยกดจมดิ่งไปกับห้วงอารมณ์ตื่นขึ้นทันที เธอดันร่างหนาของภาคินัยออกสุดแรงเมื่อเสียงเล็กๆ นั้นเอ่ยชื่อบุคคลที่สามที่ทำให้หัวใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "กันต์... กันต์มาที่นี่เหรอ?!" — รสรินกลิ่นกำมะหยี่
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%