หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 8

กลิ่นอายที่คุ้นเคย

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายความคุ้นเคยของน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นไอฝนที่ลอยมาแตะนาสิกในค่ำคืนนี้ ช่างคล้ายคลึงกับกลิ่นที่เคยอบอวลอยู่บนหมอนของเขา... หมอนใบที่เคยมีร่างนุ่มนิ่มของภรรยาในนามนอนขดตัวร้องไห้อย่างเงียบเชียบทุกค่ำคืน ภาคินัยสะดุ้งสุดตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อก้าวพ้นประตูบานเลื่อนกระจกของห้องจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ด แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลสาดส่องลงมากระทบดวงตาคมกริบที่ฉายแววตื่นตระหนก หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับกระหน่ำเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก เพียงเพราะแผ่นหลังคุ้นตาของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดราตรีสีเขียวมรกตเข้ารูป ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวเย้ายวนสะกดทุกสายตา ริน... นั่นคือรสรินอย่างแน่นอน ร่างบางที่เขากำลังตามหาพลิกแผ่นดินพลิกฟ้าตลอดสองปีเต็ม! "รสริน!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเยือกเย็น บัดนี้กลับสั่นพร่าด้วยความหวาดหวั่นระคนดีใจ เขาปรี่เข้าไปคว้าข้อแขนเรียวบางนั้นไว้ด้วยสัญชาตญาณ โดยไม่สนใจสายตาของแขกเหรื่อรอบกายที่หันมามองด้วยความตกใจ ทว่า... สิ่งที่ภาคินัยได้รับกลับไม่ใช่เสียงสะอื้นไห้หรือความอ่อนโยนดังเช่นอดีต หญิงสาวในชุดสีเขียวมรกตค่อยๆ หันกลับมาอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววตัดพ้อและเจ็บปวด บัดนี้กลับว่างเปล่า เรียบเฉย และเย็นชาเสียจนน่าใจหาย รสรินปรายตามองมือหนาที่บีบอยู่บนข้อแขนของเธอด้วยความรังเกียจ ก่อนจะสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใยราวกับสัมผัสของเขาคือเชื้อโรคที่น่าขยะแขยง "กรุณาให้เกียรติสถานที่และให้เกียรติมือของคุณด้วยค่ะ... คุณภาคินัย" น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมานั้นราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ไม่มีความโกรธเกรี้ยว ไม่มีความตัดพ้อ และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีร่องรอยของความรักเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ภาคินัยรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ "ริน... เธอ... เธอยังไม่ตาย จริงๆ ด้วย รินอา... พี่ตามหาเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่..." "ขอโทษนะคะ ฉันคิดว่าคุณคงจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ" รสรินแย้มยิ้มออกมารอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความเยือกเย็น สวยงามแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ฉันไม่ใช่ 'รสริน' คนโง่คนเดิมที่ยอมให้คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกต่อไปแล้วค่ะ และที่สำคัญ... เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแม้แต่นิดเดียว กรุณาถอยไปค่ะ คุณกำลังขวางทางเดินของฉัน" คำพูดที่เฉียบคมและท่าทีที่หมางเมินราวกับเขาเป็นแค่อากาศธาตุ บีบคั้นหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งให้แหลกสลายคามือ ภาคินัยรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ภาพของภรรยาตัวเล็กๆ ที่เคยคุกเข่าขอร้องความรักจากเขา ย้อนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำๆ อย่างสาสม สองปีที่ผ่านมาที่เขาใช้ชีวิตอย่างคนไร้หัวใจ ทรมานตัวเองในความมืดมิดและกลิ่นอายของเธอ บัดนี้เจ้าของกลิ่นกายนั้นมายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่เธอกลับกลายเป็นคนแปลกหน้าที่พร้อมจะเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงเศษฝุ่น "ไม่... ริน ฟังพี่ก่อน พี่ขอร้อง..." ภาคินัยก้าวเข้าไปขวางเธอไว้อีกครั้ง แววตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด มือหนาสั่นเทาเมื่อเอื้อมหมายจะแตะแก้มนวลเนียนที่เขาโหยหามานานแสนนาน "ให้โอกาสพี่ได้แก้ตัว ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาปที่เคยทำกับเธอ..." "ไถ่บาปเหรอคะ?" รสรินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา "คุณเอาคำนี้มาจากไหนคะคุณภาคินัย? ความเจ็บปวดที่ฉันได้รับ มันเทียบไม่ได้เลยกับเศษเสี้ยวความรู้สึกที่คุณกำลังเจอในตอนนี้ ถอยไปค่ะ! อย่าทำให้ฉันต้องเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปประจานตัวเองเลยนะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นเยือกจากแววตาของหญิงสาว กันตภัทร นักธุรกิจหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจที่ก้าวเข้ามาดูแลและดามใจรสรินในวันที่เธอย่อยยับ ปรากฏตัวขึ้นโอบไหล่บางของเธออย่างสนิทสนม พร้อมส่งยิ้มเยาะเย้ยให้ภาคินัยด้วยสายตาของผู้ชนะ "มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับคุณริน? ให้ผมจัดการให้ไหม" กันตภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รสรินส่ายหน้าเบาๆ "ไม่เป็นไรค่ะคุณกันต์ เราแค่เจอ... คนโรคจิตที่จำคนผิดน่ะค่ะ ไปกันเถอะค่ะ รันคงรอเราอยู่ที่บ้านแล้ว" คำว่า 'รัน' หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มสวย ทำเอาภาคินัยที่กำลังจะคลุ้มคลั่งถึงกับชะงักกึก หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อสมองประมวลผลถึงเด็กชายวัยสองขวบที่เขาแอบเห็นในรูปถ่ายบนมือถือของกันตภัทรเมื่อสัปดาห์ก่อน เด็กชายที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน! รินมีลูก... ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ? ภาคินัยมองตามร่างระหงที่เดินเคียงคู่ไปกับกันตภัทรอย่างไร้สติ ความจริงบางอย่างที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมา และมันอาจจะทำให้โลกทั้งใบของเขาล่มสลายลงอย่างแท้จริง ในขณะที่ภาคินัยกำลังจะวิ่งตามทั้งคู่ไปนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง หน้าจอแสดงชื่อเลขาส่วนตัวที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ... มีคนส่งซองเอกสารปริศนามาที่ห้องทำงานของคุณ เป็นผลตรวจ DNA ระหว่างคุณกับเด็กชายรวินค่ะ!" ภาคินัยชะงักฝีเท้า หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ มือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทารุนแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่ถูกเอ่ยลอดไรฟันด้วยความตกตะลึง "ผลปรากฏว่า... ตรงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ! เด็กชายรวินคือ... สายเลือดแท้ๆ ของคุณค่ะ!" รสรินกลิ่นกำมะหยี่ร้อยเรียงถ้อยคำด้วยหัวใจค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%