กลิ่นอายความอัปยศคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานหรูหราของกันตภัทร ยิ่งกว่ากลิ่นกาแฟพรีเมียมราคาแพงที่เพิ่งชงเสร็จเสียอีก ในมือของนักธุรกิจหนุ่มผู้แสนสุภาพในคราบสุภาพบุรุษ บัดนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตะลึงระคนยินดี ซองเอกสารสีน้ำตาลที่เพิ่งถูกฉีกกระชากออก เผยให้เห็นกระดาษแผ่นสำคัญ... ผลตรวจ DNA ระหว่าง ‘ด.ช.รวิน’ หรือน้องรัน กับ ‘ภาคินัย’ ที่ระบุผลความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก ‘ร้อยละ 99.99’
เด็กชายวัยสองขวบที่เขานึกเอ็นดูเหมือนลูกแท้ๆ กลับเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของศัตรูตัวฉกาจ... ภาคินัย ผู้ชายใจร้ายคนนั้น!
กันตภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์และอำมหิตขึ้นมาอย่างไม่มีใครคาดคิด ในเมื่อสวรรค์ประทานจุดอ่อนชิ้นโตมาให้ถึงมือ มีหรือที่คนอย่างเขาจะไม่ใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด แบรนด์เครื่องสำอางออร์แกนิกของรสรินกำลังไปได้สวยในตลาดพรีเมียม เธออุตส่าห์สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แต่ถ้าหากข่าวลือเสียๆ หายๆ ว่าผลิตภัณฑ์ของเำธมีสารอันตรายตกค้างจนเป็นอันตรายต่อเด็กแพร่สะพัดออกไปล่ะ? และถ้าหากความโลภของสื่อจอมแบล็กเมลพุ่งเป้าไปที่ ‘น้องรัน’ เพื่อกระชากหน้ากากเด็กชายปริศนาคนนี้ให้ตกเป็นเป้าสายตาของสังคม เพื่อให้ภาคินัยผู้เย่อหยิ่งคลั่งจนสติหลุด... เกมนี้เขานี่แหละจะเป็นคนเดินหมากเองทั้งหมด!
"ริน... เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก ต่อให้เธอจะมีเกราะกำบังที่ชื่อว่าความเข้มแข็งสักแค่ไหน แต่ถ้าลูกของเธอต้องเจ็บตัวเพราะพิษข่าวพวกนี้ล่ะ... ดูซิว่าเธอจะยังใจแข็งกับฉันได้อีกนานแค่ไหน" กันตภัทรพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มมุมปากเยือกเย็นจนน่ากลัว
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ส่วนตัวของภาคินัย บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่กลับอึมครึมและเต็มไปด้วยแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ร่างสูงใหญ่ของภาคินัยยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยความโมโหจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ข่าวลือทางอินเทอร์เน็ตที่โหมกระหน่ำโจมตีแบรนด์ของรสรินในเช้าวันนี้กำลังทำลายล้างทุกสิ่งที่เธอสร้างมาด้วยความยากลำบาก และที่แย่ไปกว่านั้น... มีการขุดคุ้ยเรื่องครอบครัวและภาพลับของเด็กชายวัยสองขวบที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาจนน่าตกใจหลุดออกไปในโลกโซเชียลแล้ว!
"ใครมันบังอาจ... ใครมันกล้าเล่นงานรินกับลูก!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ ภาคินัยไม่เคยรู้สึกไร้พลังและร้อนรนเท่านี้มาก่อน ในอดีตเขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี แต่ในตอนนี้... แค่คิดว่ารสรินกำลังร้องไห้อยู่ที่ไหนสักแห่งด้วยความเครียด และลูกน้อยของเขาอาจตกอยู่ในอันตราย หัวใจของอดีตสามีผู้เย็นชาคนนี้ก็เหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบขยำจนแหลกเหลว
โทรศัพท์มือถือในมือสั่นระริก เขากดโทรหารصرินเป็นรอบที่ร้อยของวัน แต่ผลลัพธ์ยังคงเดิม... เสียงสัญญาณตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความอย่างไร้เยื่อใย
"ริน... ขอร้องล่ะ รับสายผมเถอะ ผมขอโทษ..." ภาคินัยพึมพำเสียงสั่น ร่างกายทรุดฮวบลงนั่งบนโซฟาหนังราคาแพงอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี ภาพความทรงจำเก่าๆ ย้อนกลับมาตอกย้ำ วันที่เธอยืนร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจ วันที่เธออุ้มท้องโตด้วยความโดดเดี่ยว และวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย... มันช่างสาสมแล้วกับความทรมานที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้
ทางด้านรสริน หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานส่วนตัวของแบรนด์ ‘Rarin Organic’ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอยอมรับว่าความรุนแรงของข่าวลือและภาพถ่ายของน้องรันที่ถูกแอบถ่ายและเผยแพร่ออกไป ทำให้เธอหวาดกลัวจนมือเท้าเย็นเฉียบ ความปลอดภัยของลูกชายคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต รสรินไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่นั่งร้องไห้อีกต่อไปแล้ว สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่าน ร่างบางลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยว
"คิดจะทำลายสิ่งที่ฉันสร้างมาเพื่อเหยียบย่ำกันงั้นเหรอ... ฝันไปเถอะ!" รสรินพึมพำลอดไรฟัน เธอกำลังจะต่อสายหาทนายความส่วนตัวเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ก๊อกๆๆ!
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงสง่าของภาคินัยก้าวเข้ามาด้วยลมหายใจหอบกระชั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ความสำนึกผิด และความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด ทันทีที่สบตากับอดีตภรรยา ภาคินัยก็แทบจะพุ่งเข้าไปหาเธอทันที
"ริน!" เสียงเรียกนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ "ผมรู้เรื่องข่าวทั้งหมดแล้ว... ริน ฟังผมก่อนนะ ผมสั่งคนให้เคลียร์สื่อทุกสำนักแล้ว และผมจะจัดการคนที่มันบังอาจปล่อยข่าวทำร้ายรินกับลูกให้ราบคาบ!"
รสรินหันกลับมามองผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า แววตาของเธอว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนภาคินัยต้องชะงักฝีเท้า รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ช่างน่าขันสิ้นดี... ในวันที่เธอต้องการที่พึ่ง เขาผลักไสเธอลงเหว แต่ในวันที่เธอสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง เขากลับทำตัวเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวเข้ามาทำทีเป็นปกป้อง
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาจัดการเรื่องของฉันและลูกคะ, คุณภาคินัย?" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างนิ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกลงไปในเนื้อหนัง "ถอยไปค่ะ อย่ามาทำตัวสนิทสนมกับฉันและลูกให้มากนัก ข่าวพวกนี้... ฉันจะจัดการเอง ไม่รบกวนความกรุณาจากอดีตสามีที่ไร้หัวใจอย่างคุณหรอกค่ะ"
"ริน! อย่าดื้อกับผมในเวลานานแบบนี้ได้ไหม!" ภาคินัยทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งเข้ามาประชิดร่างบาง คว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างไว้ด้วยความเร่าร้อนและโหยหา "คุณไม่เห็นเหรอว่ามันอันตรายแค่ไหน! รูปน้องรันหลุดออกไปแล้ว... คนพวกนั้นรู้ว่าเด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนผม พวกมันกำลังใช้ลูกเป็นเครื่องมือเพื่อเล่นงานคุณและผม!"
คำพูดของภาคินัยทำให้ลมหายใจของรสรินสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ข้อมูลที่เขาพูด... หมายความว่าอย่างไร?
ก่อนที่รสรินจะได้เอ่ยปากซักถามอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเธอก็ดังขึ้นทำลายความเงียบในห้อง รสรินสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มอย่างไม่ใยดี หยิบเครื่องขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทาแล้วกดรับสาย
"ฮัลโหล..."
"(สวัสดีครับคุณรสริน... ลูกชายตัวน้อยของคุณน่ารักมากเลยนะครับ เสียดายจัง ถ้าเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาบนถนนเส้นนี้น้องรันคงจะเจ็บน่าดู... อยากให้ผมช่วยดูแลต่อไหมล่ะครับ?)"
เสียงปลายสายที่ดัดแปลงผ่านเครื่องมือเปลี่ยนเสียงดังลอดออกมา แต่มันชัดเจนพอที่จะทำให้หัวใจของคนเป็นแม่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม!
รสรินหน้าซีดเผือด ร่างกายเซถลาเกือบล้มลงหากไม่มีอ้อมแขนแข็งแกร่งของภาคินัยคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน ภาคินัยแย่งโทรศัพท์มาจากมือเธอ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนน่ากลัว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร
"แกเป็นใคร! ถ้ารองแตะต้องลูกเมียฉันแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันจะตามล่าล้างโคตรแกไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซากกระดูก!" ภาคินัยคำรามลั่นใส่โทรศัพท์ด้วยเสียงอันทรงพลังและน่าสะพรึงกลัว
ปลายสายหัวเราะเยาะหยันอย่างน่ารังเกียจ ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายที่ทำให้เลือดในกายของทั้งรสรินและภาคินัยเย็นเฉียบลงพร้อมๆ กัน
"(ใจร้อนจังนะคุณคิน... อยากรู้ไหมล่ะว่าเอกสารลับผลตรวจ DNA ของเด็กคนนี้ ตอนนี้มันอยู่ในมือใคร? หึๆ... เตรียมตัวรับมือกับความพินาศได้เลย!)"
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
สายถูกตัดไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่วห้อง รสรินหันขวับกลับมามองหน้าภาคินัยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความหวาดระแวงสุดขีด ในขณะที่ภาคินัยเองก็แข็งค้างราวกับถูกสาป เมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูในเงาไม่ได้เล่นแค่เกมธุรกิจธรรมดาเสียแล้ว แต่มันกำลังจะพราก ‘ดวงใจ’ ไปจากพวกเขา!
รินรู้สึกถึงความหน็บหนาวที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง เมื่อดวงตาคมกริบของภาคินัยก้มลงมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลับ ความรู้สึกผิด และคำถามที่ยังไม่เคยได้รับการคลี่คลาย... "ริน... เด็กคนนั้น... ลูกของเราใช่ไหม?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรักที่เจ็บปวดและเร่าร้อนของพวกเขานะคะ
หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต•ตอนที่ 31
แผนร้ายของนางมาร
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่ามาร้องขอชีวิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!