หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 15

ความลับของหลี่เฉิง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"เจ้าอย่าได้คิดว่าความนิ่งเฉยของข้า คือความโง่เขลาที่ไม่รู้ว่ารอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของท่าน มาจากคมดาบที่ผ่านการหล่อหลอมด้วยวิชาลับจากหอคอยทมิฬ" คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางของหลินเฟยอวี่ มิได้เป็นเพียงการคาดเดา แต่มันคือน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยแรงกดดันจนบรรยากาศในห้องหนังสือเงียบงันราวกับถูกแช่แข็ง นางจ้องมองบุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ หลี่เฉิงชะงักมือที่กำลังจรดพู่กันเขียนอักษร เส้นหมึกที่ควรจะตวัดจบอย่างงดงามกลับกลายเป็นรอยตวัดสะดุดจนแต้มเป็นจุดดำพร่ามัวบนกระดาษสาเนื้อดี เขาวางพู่กันลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาที่เคยฉายความนุ่มนวลและอ่อนแอในแบบฉบับของอ๋องไร้ค่า บัดนี้กลับวับวาวด้วยความนัยที่ยากจะหยั่งถึง "เฟยอวี่... เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน" เขาแค่นหัวเราะเบาๆ พลางหยิบจอกชาขึ้นมาจิบเพื่อซ่อนความสั่นไหวของปลายนิ้ว "ข้าก็แค่บุรุษดวงตกที่ถูกลอบสังหารจนเกือบสิ้นใจ ดีที่ได้เจ้าช่วยไว้ หากข้ามีวิชาฝีมือสูงส่งถึงเพียงนั้น ป่านนี้ข้าคงไม่นั่งเป็นอ๋องตกอับให้เจ้าคอยดูแลอยู่เช่นนี้หรอก" หลินเฟยอวี่ไม่ตอบ แต่นางเดินตรงไปที่โต๊ะไม้แกะสลัก มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบเศษผ้าที่นางแอบเก็บไว้ได้จากบาดแผลของเขาในคืนแรกที่พบกัน—ผืนผ้าที่มีรอยปักลาย 'มังกรห้าเล็บที่ถูกกรีดทำลาย' นางวางมันลงบนโต๊ะข้างจอกชาของเขา เสียง 'กึก' ที่ดังขึ้นนั้นเสียดแทงหัวใจของคนทั้งคู่ยิ่งกว่าคมมีด "ผ้าไหมตระกูลจิ้น... ใช้สำหรับเครื่องแต่งกายขององค์รัชทายาทหรือเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น แต่มันกลับไปอยู่ในบาดแผลของบุรุษที่อ้างว่าตัวเองเป็นเพียงอ๋องผู้ถูกลืม" นางโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนได้กลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาและกลิ่นอายดินปืนที่อบอวลอยู่รอบกายเขา "ท่านหลี่เฉิง... ท่านเป็นใครกันแน่ และที่สำคัญกว่านั้น ท่านเข้ามาใกล้ตัวข้าเพราะต้องการสมบัติของตระกูลหลิน หรือต้องการใช้ข้าเป็นหมากในเกมอำนาจที่ท่านกำลังเล่นอยู่?" ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น รอยยิ้มที่มุมปากของหลี่เฉิงเลือนหายไปโดยสิ้นเชิง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นคมกริบดุจพยัคฆ์ที่ถูกต้อนจนมุม เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันให้นางต้องถอยร่นไปติดกับชั้นวางตำรา "หากข้าบอกว่า ข้าเข้ามาใกล้เจ้า เพราะข้าปรารถนาเพียงความอบอุ่นที่ข้าไม่เคยได้รับจากใครล่ะ?" เขากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่าและหนักแน่น "เจ้ามองข้าเป็นหมาก แต่สำหรับข้า... เฟยอวี่ เจ้าคือคนเดียวที่ทำให้ข้าอยากละทิ้งบัลลังก์เลือดนั่นทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด" "คำหวานลวงโลก!" เฟยอวี่ตวาดกลับ ใจหนึ่งนางสั่นไหวเพราะความจริงใจที่สัมผัสได้ในน้ำเสียง แต่อีกใจหนึ่ง ความเจ็บปวดจากอดีตชาติที่ถูกจางเหว่ยหลอกลวงจนตระกูลต้องล่มสลายยังคงเป็นแผลสดที่เตือนใจนางอยู่เสมอ "อย่าได้เอาความรู้สึกมาปั่นหัวข้า จางเหว่ยก็เคยพูดกับข้าเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะถีบหัวส่งข้าลงหลุมศพ!" หลี่เฉิงนิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อนั้น ดวงตาของเขาฉายความอาฆาตแวบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่ลึกล้ำ เขาขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหูของนาง "จางเหว่ยมันไม่มีค่าพอที่จะมาเทียบกับข้า อย่าเอาข้าไปรวมกับสวะตัวนั้น" เขาใช้นิ้วเชยคางนางขึ้นเบาๆ แต่ทว่ามั่นคง "หากเจ้าอยากรู้ความจริงนัก ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็น... แต่ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อนนะเฟยอวี่ เมื่อเจ้าก้าวเข้าสู่ความลับของข้าแล้ว เจ้าจะไม่มีวันถอยหลังกลับไปใช้ชีวิตเศรษฐินีที่แสนสงบสุขได้อีก" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าห้องหนังสือ พร้อมกับเสียงตะโกนของพ่อบ้านที่ดูตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "ท่านอ๋อง! คุณหนูหลิน! แย่แล้วขอรับ! กองทหารของจางเหว่ยมาล้อมจวนไว้หมดแล้ว พวกเขามีหมายจับจากสำนักตรวจสอบ อ้างว่าท่านอ๋องซ่องสุมกำลังกบฏและกักขังนางเอกผู้เป็นกุญแจสำคัญของคดี!" หลินเฟยอวี่เบิกตากว้าง หันไปมองหลี่เฉิงที่บัดนี้แววตาเปลี่ยนเป็นมืดดำดุจท้องฟ้ายามไร้จันทร์ เขาไม่ได้ดูตระหนกแม้แต่น้อย กลับกัน... มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มอย่างเย็นชา มือหนาคว้ากระบี่ที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานออกมาด้วยความคล่องแคล่วเกินกว่าที่อ๋องไร้อำนาจคนหนึ่งจะทำได้ "ดูเหมือนว่า 'หมาก' ที่ข้าทิ้งไว้ในมือของจางเหว่ย จะขยับตัวเร็วกว่าที่คิด" เขาหันมาหาเฟยอวี่ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในจิตวิญญาณนาง "เฟยอวี่ เจ้ามีเวลาตัดสินใจเพียงชั่วพริบตาเดียว... จะยอมให้ทหารเหล่านั้นลากตัวไป หรือจะยอมเปื้อนเลือดไปพร้อมกับข้าในฐานะ 'คนรัก' ของอ๋องกบฏที่คนทั้งแผ่นดินต้องการล่าหัว?" ประตูห้องถูกพังทลายเข้ามาพร้อมแสงคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาจนแสบตา เงาร่างของจางเหว่ยปรากฏขึ้นท่ามกลางกลุ่มทหารด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่เฟยอวี่เกลียดเข้าไส้ แต่นางยังไม่ทันได้ขยับตัว มือของหลี่เฉิงก็กระชากร่างนางเข้าไปหลบหลังกายหนา พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "อย่ากลัวไปเลย... เพราะคนที่จางเหว่ยหมายหัวในวันนี้ ไม่ใช่แค่ข้า แต่เป็นตัวเจ้าที่กุมความลับเรื่องบัญชีลับของตระกูลหลินเอาไว้... และตอนนี้ มันอยู่กับข้าแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%