"ผ้าไหมตวนจื่อผืนนี้มีรอยตำหนิที่ชายกระโปรง... ท่านคิดว่าสายตาของฮองเฮาจะมองไม่เห็นเชียวหรือ เจ้าถึงได้กล้าสวมใส่ของเช่นนี้ออกมาอวดอ้างกลางงานเลี้ยง?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยพิษสงจากอนุเหมยเซียนดังก้องอยู่ข้างหู หลินเฟยอวี่ไม่ได้หันไปมอง นางเพียงแค่จิบชาดอกไม้ในมือช้าๆ สายตาจับจ้องไปยังเวทีกลางสวนหลวงที่เหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางกำลังพยายามโชว์ความสามารถด้วยท่าทางที่ดูออกว่าเสแสร้งเพียงใด
"ตำหนิหรือ? ข้าว่ามันคือ 'รอยต่อของโชคชะตา' ต่างหากล่ะ" เฟยอวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น "คนที่ไม่เคยผ่านการขาดแคลนย่อมไม่มีวันเข้าใจว่า สิ่งที่ดูเหมือนตำหนิในสายตาคนหนึ่ง อาจเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดในสายตาของผู้ที่รู้คุณค่าของมัน"
นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ฉลุลาย เสียงกระเบื้องกระทบโต๊ะดังเพียงแผ่วเบา แต่กลับสะกดความสนใจของคนที่แอบฟังอยู่ให้ชะงัก จางเหว่ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักหรี่ตามองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขายังคงจำได้ดีว่าหลินเฟยอวี่ในชาติก่อนนั้นอ่อนแอและเปราะบางเพียงใด แต่วันนี้ หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับมีรัศมีของอำนาจที่ทำให้เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
"เฟยอวี่ เจ้าไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาปรัชญา" จางเหว่ยเดินเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำ "ข้าเตือนเจ้าแล้ว หากวันนี้เจ้าทำตัวขายหน้าตระกูลหลินอีกละก็ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน"
เฟยอวี่หันไปสบตาเขา แววตาของนางนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม แต่มันกลับลึกซึ้งจนจางเหว่ยไม่กล้าจ้องนาน "ท่านอดีตสามีเจ้าคะ งานเลี้ยงชมบุปผาคือโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถ ไม่ใช่เวทีสำหรับสุนัขเฝ้าบ้านมาเห่าหอน ท่านควรไปจัดการกับ 'ดอกไม้' ของท่านที่เริ่มจะเหี่ยวเฉาเสียก่อนที่ฮองเฮาจะเสด็จมาถึงเถิด"
คำว่า 'เหี่ยวเฉา' ทำให้อนุเหมยเซียนหน้าซีดเผือด นางกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย เสียงขานชื่อของผู้ดูแลงานก็ดังขึ้นทั่วทั้งสวน
"ฮองเฮาเสด็จ!"
บรรยากาศโดยรอบที่เคยอึกทึกพลันเงียบสงัดลงในพริบตา ทุกคนต่างก้มศีรษะลงต่ำ เฟยอวี่ขยับกายอย่างนุ่มนวล ท่าทางของนางสง่างามราวกับหงส์ที่กำลังกางปีก นางไม่ได้ทำตัวโดดเด่นเกินควร แต่ความเยือกเย็นที่แผ่ออกมากลับดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้างได้อย่างประหลาด
ฮองเฮาในฉลองพระองค์สีแดงปักลายนกฟีนิกซ์ทองคำเสด็จผ่านแถวของคุณหนูตระกูลต่างๆ พระนางหยุดลงตรงหน้าหลินเฟยอวี่ สายพระเนตรเฉียบคมกวาดมองตั้งแต่วิถีการกราบไหว้ไปจนถึงการแต่งกายที่เรียบง่ายทว่าซ่อนความประณีตไว้ในรายละเอียด
"หลินเฟยอวี่..." พระสุรเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น "เจ้าคือนางบุตรสาวตระกูลหลินที่ร่ำลือกันว่ามีความรู้เรื่องการค้าดีนักมิใช่หรือ?"
"เพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงแม่ค้าตัวน้อยๆ ที่โชคดีได้เรียนรู้วิธีการมองเห็น 'เนื้อแท้' ภายใต้เปลือกนอกที่งดงามเท่านั้น" เฟยอวี่เงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์ด้วยความเคารพที่พอเหมาะพอควร ไม่ก้มหน้าต่ำจนดูขี้ขลาด และไม่จ้องมองจนเสียมารยาท
ฮองเฮาแย้มพระสรวลเบาๆ ก่อนจะหันไปทางฉลองพระองค์ของพระนางเอง "วันนี้ข้าสวมใส่ผ้าไหมที่เจ้าจัดหามาให้กงกงคลังหลวง ข้าได้รับรายงานว่ามันคือเทคนิคการทอใหม่ที่ทำให้สีของผ้าคงทนแม้อยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้าตลอดทั้งวัน... เจ้าทำได้อย่างไร?"
คนทั้งสวนต่างเบนสายตามาที่เฟยอวี่ทันที จางเหว่ยถึงกับลืมหายใจ ในขณะที่อนุเหมยเซียนกัดริมฝีปากจนห้อเลือด เฟยอวี่เพียงแค่ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้ายังคงประดับอยู่
"การค้าคือการเข้าใจถึงความต้องการของธรรมชาติเพคะ สีของผ้าที่ข้าจัดหาให้นั้นย้อมจากรากไม้ชนิดพิเศษที่ต้องเก็บในช่วงปลายฤดูหนาวเท่านั้น ความอดทนของดอกไม้ในฤดูที่โหดร้ายที่สุด คือสิ่งที่ทำให้สีสันของมันคงทนและงดงามที่สุด เปรียบเสมือนบุญบารมีของฮองเฮาที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนงดงามเหนือกาลเวลาเพคะ"
คำพูดที่ชาญฉลาดและถ่อมตัวทำเอาฮองเฮาถึงกับหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างพอพระทัย พระนางยื่นพระหัตถ์ไปแตะที่ไหล่ของเฟยอวี่เบาๆ "เจ้าเป็นเด็กที่ฉลาดและรู้จักกาลเทศะเสียจริง ช่างแตกต่างจากข่าวลือที่ข้าได้ยินมานัก... นับจากวันนี้ไป หากตระกูลหลินมีเรื่องอันใดต้องการความช่วยเหลือ ก็จงบอกกล่าวต่อข้าโดยตรงเถิด"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทุกคนต่างตกตะลึงกับคำสัญญาที่เปรียบเสมือนเกราะคุ้มครองอันยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน จางเหว่ยเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจเมื่อรู้ว่าหมากที่เขาคิดจะใช้ทำลายเฟยอวี่ พังทลายลงไม่เป็นท่า
ทว่าในวินาทีที่เฟยอวี่กำลังจะถวายบังคมลาเพื่อกลับไปที่นั่งของตน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาต่างหันไปมองเป็นตาเดียว—ฉินอ๋องหลี่เฉิงในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทอง เดินตรงเข้ามาหาเฟยอวี่ด้วยท่าทางดุดันผิดปกติ
เขาไม่ได้สนสายตาของฮองเฮาหรือเหล่าขุนนางเลยแม้แต่น้อย เขาหยุดยืนตรงหน้าเฟยอวี่ ก้มลงกระซิบที่ข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก
"เจ้าทำได้ดีมาก... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า 'รอยตำหนิ' ที่ชายกระโปรงของเจ้าน่ะ แท้จริงแล้วมันคือเครื่องหมายของใคร?"
เฟยอวี่ตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเขา... รอยยิ้มที่นางจำได้ดีว่ามันคือรอยยิ้มของปีศาจที่เคยร่วมโต๊ะเสวยกับนางในชาติก่อน และที่สำคัญที่สุด คือรอยยิ้มเดียวกับที่อยู่ในเหตุการณ์ 'สังหารหมู่' ที่ทำให้นางต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมอกเหมยปลายฤดู" ในความเข้มข้นบทนี้ด้วยกันนะคะ
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 14
งานเลี้ยงชมบุปผา
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!