หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 32

การเมืองในวัง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“ใต้เท้าหลี่... ท่านคิดหรือว่าการดึงสตรีอย่างข้าเข้าสู่วังวนแห่งมังกร จะช่วยให้ท่านคว้าชัยชนะได้ง่ายขึ้นจริงๆ?” น้ำเสียงของเฟยอวี่ราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรดูหนักอึ้งขึ้นฉับพลัน นางวางพู่กันในมือลงอย่างใจเย็น บนกระดาษเซวียนจื่อแผ่นนั้นไม่ใช่บทกวีหรือคำสั่งการค้า แต่เป็นแผนผังการหมุนเวียนภาษีเกลือและใบชาที่ถูกแก้ไขจนสมบูรณ์แบบกว่าที่เหล่าขุนนางกระทรวงการคลังเคยเสนอมานับสิบปี หลี่เฉิงไม่ได้ตอบในทันที เขาเพียงขยับตัวเข้าใกล้จนเฟยอวี่ได้กลิ่นอายไม้จันทน์หอมจางๆ จากอาภรณ์ของเขา ชายหนุ่มโน้มตัวลงมองแผนผังบนโต๊ะ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ “ชัยชนะหรือ? ข้าไม่เคยปรารถนาชัยชนะที่ต้องแลกด้วยการสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป เฟยอวี่... การที่เจ้ากล้าเสนอทางออกเรื่องคลังหลวงให้ฝ่าบาทในวันพรุ่งนี้ นั่นต่างหากคือการตัดสินใจของเจ้า ไม่ใช่แผนของข้า” “ท่านกำลังบีบให้ข้าต้องเผยตัวตน” เฟยอวี่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของนางวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นดังเดิม “หากข้าเสนอการคลังรูปแบบนี้ ฝ่ายจางเหว่ยและพวกพ้องที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อราษฎร์ย่อมต้องเพ่งเล็งข้าเป็นเป้าหมายแรก ท่านมองเห็นทางออกของปัญหา แต่ท่านโยนดาบให้ข้าเป็นผู้ถือโดยไม่บอกว่าคมดาบนั้นจะย้อนมาบาดมือข้าเองหรือไม่” หลี่เฉิงยกมือขึ้น เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาข้างแก้มของนางอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าหนักแน่นในความหมาย “ข้าไม่มีวันปล่อยให้ดาบเล่มนั้นบาดมือเจ้า หากข้าเป็นผู้ถือท้ายเรือ เจ้าก็คือเข็มทิศ หากไม่มีเจ้า... การเมืองในวังที่เน่าเฟะนี้ก็ไม่มีวันได้รับการชำระล้างอย่างแท้จริง” เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ท้องพระโรงหลวง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่มองไม่เห็น ฝ่ายขุนนางเก่าแก่ที่หนุนหลังจางเหว่ยต่างส่งสายตาเยาะเย้ยมายังสตรีเพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเฝ้า เฟยอวี่ก้าวเดินผ่านเหล่าขุนนางด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทุกจังหวะก้าวสะท้อนความมั่นคงราวกับนางคือเจ้าของสถานที่แห่งนี้ นางหยุดลงตรงหน้าพระที่นั่ง ก้มศีรษะทำความเคารพฮ่องเต้ด้วยกิริยาที่ไร้ที่ติ “ฝ่าบาท กระหม่อมฉานได้ศึกษาบัญชีการคลังของแคว้นในช่วงสามปีที่ผ่านมา พบว่ารั่วไหลไปกับช่องว่างของระบบผูกขาดเกลือ หากเราเปลี่ยนวิธีจัดเก็บภาษีจากการเก็บรายปีแบบเหมาเข่ง เป็นการเก็บตามปริมาณการกระจายสินค้าจริงผ่านระบบตั๋วแลกเงินที่ควบคุมโดยสำนักเศรษฐการ แคว้นของเราจะมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอีกสามเท่าภายในครึ่งปี” คำพูดของนางเหมือนก้อนหินที่ถูกทุ่มลงในบึงน้ำนิ่ง เสียงซุบซิบดังระงมทันที จางเหว่ยที่ยืนอยู่ในแถวขุนนางขมวดคิ้วแน่น แววตาของเขาฉายชัดถึงความไม่พอใจและหวาดระแวง เขาแทรกตัวขึ้นทันที “บังอาจ! สตรีไร้ความรู้เรื่องราชการ เหตุใดจึงกล้าเสนอความคิดที่บิดเบือนระบบเดิมเช่นนี้ ฝ่าบาท... นางคงถูกชักจูงโดยคนบางกลุ่มเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในท้องพระโรง!” เฟยอวี่หันไปสบตาจางเหว่ย ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “ไร้ความรู้หรือเจ้าคะ? หรือที่ท่านกลัว เพราะระบบนี้จะทำให้เส้นทางการทุจริตของท่านที่แอบส่งเกลือเถื่อนผ่านด่านชายแดนต้องถึงคราวสิ้นสุดลงกันแน่?” ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรงในทันที หลี่เฉิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลเพียงแค่ขยับยิ้มบางๆ เขาเห็นอาการชะงักของจางเหว่ยที่ซีดเผือดลงจนเห็นได้ชัด ฮ่องเต้ขมวดคิ้วจ้องมองตารางตัวเลขในมือ พระองค์พลิกอ่านด้วยความสนพระทัยยิ่งกว่าฎีกาฉบับใดๆ “เฟยอวี่... เจ้าเอาตัวเลขเหล่านี้มาจากไหน? หากมันเป็นความจริง จางเหว่ย... เจ้ามีอะไรจะอธิบายเรื่องด่านภาษีชายแดนที่ขาดหายไปหรือไม่?” จางเหว่ยตัวสั่นเทา พยายามจะเอ่ยแก้ตัว แต่สายตาของหลี่เฉิงที่มองมาดั่งราชสีห์จ้องตะปบเหยื่อทำให้เขาต้องกลืนคำพูดลงคอ ทว่าในจังหวะที่เฟยอวี่กำลังจะได้ชัยชนะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์ประจำวังหลวงก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ ทุกสายตาหันไปมองทางประตูท้องพระโรง บุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยแววตาเย็นชาในมือถือม้วนกระดาษสีเหลืองทองตราประทับฮองเฮา “ถวายบังคมฝ่าบาท... กระหม่อมได้รับพระราชโองการด่วนจากตำหนักใน ให้ควบคุมตัวหลินเฟยอวี่ในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีลักลอบจารกรรมความลับคลังหลวงพ่ะย่ะค่ะ!” หัวใจของเฟยอวี่เต้นผิดจังหวะ นางหันไปมองหลี่เฉิงที่ยังคงนิ่งเฉย ทว่าแววตาของเขากลับปรากฏความเย็นชาที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน ราวกับว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง แต่เป็นส่วนหนึ่งของหมากเกมที่นางยังอ่านไม่ขาด หลี่เฉิงก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงของเขาดังก้องกังวานทว่าเย็นเยียบ “นางเป็นคนของข้า ใครที่กล้าแตะต้องนาง... ก็จงเตรียมตัวเผชิญกับความพินาศที่แม้แต่สวรรค์ก็ไม่อาจช่วยเจ้าได้” แต่ก่อนที่ความวุ่นวายจะบังเกิด จางเหว่ยที่ยืนเงียบมานานก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอำมหิต “ท่านอ๋อง... สายไปเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพราะในม้วนกระดาษนั้น ไม่ใช่เพียงข้อหาจารกรรม แต่มันคือหลักฐานว่า นางคือสายลับที่ถูกส่งมาจากแคว้นศัตรู... ข้าพเจ้ามีหลักฐานพยานยืนยันว่า นางและท่าน... วางแผนก่อกบฏร่วมกัน!” เฟยอวี่เบิกตากว้าง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของเหล่าขุนนางที่เริ่มลุกฮือขึ้น นางเพิ่งตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางไม่เพียงถูกจางเหว่ยหักหลัง แต่หลี่เฉิงเอง... ก็อาจกำลังเล่นเกมซ้อนเกมเพื่อกำจัดนางทิ้งในวินาทีที่นางหมดประโยชน์เช่นกัน นี่คือกับดักที่นางก้าวเข้ามาเองด้วยความเต็มใจ หรือนางเป็นเพียงหมากที่ถูกใช้เพื่อล่อให้มังกรเผยตัวออกมากันแน่? --- ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ไปกับเฟยอวี่นะคะ หมอกเหมยปลายฤดูสัญญาว่าจะพาคุณไปพบกับความจริงที่ชวนระทึกยิ่งกว่านี้ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%