หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 33

การพบกันที่ลับตา

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“หากเจ้าคิดว่าการเข้ามาในตำหนักลับของข้า คือการก้าวเข้าสู่กับดักที่เจ้าวางหมากไว้เอง... เจ้าอาจจะกำลังประเมินตนเองต่ำไป หรือไม่ ก็ประเมินข้าสูงเกินไปเสียแล้ว” เสียงทุ้มต่ำของหลี่เฉิงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องลับหลังฉากกั้นไม้ฉลุลายมังกร กลิ่นกำยานไม้กฤษณาจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ หลินเฟยอวี่นิ่งงัน นางไม่ได้ขยับกายหนีแม้เพียงกระผีกริ้ว แต่ดวงตาคมปลาบกลับจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม “หม่อมฉันไม่เคยประเมินท่านต่ำไปเพคะ ฉินอ๋อง” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัย “ในเมื่อฝ่าบาททรงมีอำนาจลึกลับที่คนทั้งเมืองหลวงต่างเกรงขาม การที่หม่อมฉันก้าวเข้ามาที่นี่ ก็เท่ากับเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งการตัดสินใจของท่านแล้วไม่ใช่หรือเพคะ?” หลี่เฉิงวางถ้วยชาในมือลง เสียงกระทบของกระเบื้องเคลือบกับโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ แต่กลับบาดลึกในความรู้สึก เขาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบประหนึ่งพยัคฆ์ยามจ้องเหยื่อดูราวกับจะทะลวงผ่านเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจที่แตกร้าวของนาง “หมากที่ถูกวางไว้เพื่อล่อมังกรให้เผยตัว... เจ้าคิดว่าข้าเป็นมังกรประเภทไหนกัน?” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้จนเฟยอวี่สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจ “มังกรที่ยอมให้เจ้าลูบคมเพื่อแลกกับการได้ครอบครอง หรือมังกรที่พร้อมจะกลืนกินเจ้าทั้งตัวเพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนได้แตะต้อง” เฟยอวี่แค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่น ความเจ็บปวดจากชาติก่อนยังคงฝังลึกราวกับเข็มพิษที่ถูกถอนออกไม่หมด นางรู้ดีว่าจางเหว่ยกำลังเคลื่อนไหว และอนุเหมยเซียนก็เริ่มร่ายมนต์ใส่หูของคนในตระกูลหลิน แต่การจะให้คนอย่างนางที่เคยพ่ายแพ้จนสิ้นเนื้อประดาตัวกลับมาเชื่อใจบุรุษผู้กุมอำนาจลึกลับตรงหน้า... มันไม่ง่ายเลย “ท่านต้องการอะไรกันแน่เพคะ” เฟยอวี่ถามเสียงพร่า “อำนาจของตระกูลหลิน? บัญชีการค้าลับในมือหม่อมฉัน? หรือเพียงแค่ความบันเทิงในการเฝ้าดูหมากตัวหนึ่งดิ้นรน?” หลี่เฉิงนิ่งไปชั่วอึดใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงจนน่าประหลาด เขาเอื้อมมือออกไปหมายจะเชยคางหญิงสาว แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วเบา “ข้าต้องการให้เจ้าเป็นชายาของข้า” ประโยคนั้นเรียบง่าย ทว่าหนักอึ้งราวกับภูเขาที่ทับลงมากลางห้อง เฟยอวี่เบิกตากว้าง ความคิดที่หมุนวนอยู่ในหัวหยุดชะงักไปชั่วขณะ นางคาดหวังข้อเสนอทางธุรกิจ การเมือง หรือแม้แต่คำขู่ แต่ไม่ใช่... ไม่ใช่คำที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่นางพยายามปฏิเสธมาตลอด “ท่านเสียสติไปแล้วหรือเพคะ?” นางเค้นเสียงถาม “ตำแหน่งชายาฉินอ๋องคือบ่วงรัดคอที่อันตรายที่สุดในเมืองหลวง จางเหว่ยไม่มีทางปล่อยหม่อมฉันไป และราชสำนักก็พร้อมจะบดขยี้สตรีที่อยู่ข้างกายท่านหากท่านเผยตัวตนที่แท้จริง” “นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องปกป้องเจ้า” หลี่เฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่กำยำบดบังแสงเทียนจนเงาของเขาโอบล้อมร่างของนางไว้ “ข้าไม่ได้ต้องการอำนาจของตระกูลหลิน ข้าต้องการเพียงแค่เจ้า... เฟยอวี่ ในโลกที่เต็มไปด้วยคนโฉดเขลาและคนทรยศ เจ้าเป็นเพียงคนเดียวที่ทำให้ข้ารู้สึกว่ามังกรอย่างข้ายังมีเหตุผลที่อยากจะเป็นคนเดินดิน” เฟยอวี่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในอก คำพูดของเขามันจริงใจเกินไปจนน่ากลัว ในชาติก่อนนางเคยเชื่อในคำลวงของจางเหว่ยจนชีวิตพังทลาย แต่กับหลี่เฉิง... ความรู้สึกที่นางมีต่อเขาต่างออกไป มันทั้งหวั่นไหวและหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน “หม่อมฉันไม่มีวันเป็นหมากให้ใครอีก” นางลุกขึ้นประจันหน้ากับเขา “หากท่านต้องการให้หม่อมฉันยืนเคียงข้าง ท่านต้องเลิกปกปิดความลับและยอมรับเงื่อนไขของหม่อมฉัน” “เงื่อนไขอะไร?” หลี่เฉิงเลิกคิ้วขึ้น “ในวันที่ท่านขึ้นสู่จุดสูงสุด ท่านต้องยอมให้หม่อมฉันเป็นคนชี้ดาบไปที่จางเหว่ยด้วยมือของตนเอง... และท่านต้องสัญญาว่าชีวิตของหม่อมฉัน จะไม่ขึ้นอยู่กับคำสั่งของท่านอีกต่อไป” หลี่เฉิงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะยื่นมือไปกุมมือของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้นางเกือบจะหลุดจากความเยือกเย็นที่สร้างขึ้น “ข้าตกลง...” ทว่า ทันทีที่คำพูดนั้นสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูทางลับ ลมพัดแรงจนเทียนดับพรึ่บทั้งห้อง บรรยากาศอึมครึมเข้าปกคลุม หลี่เฉิงเปลี่ยนท่าทีในชั่วพริบตา เขาดึงตัวนางเข้ามากอดไว้แน่นแล้วกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ดูเหมือนจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยียนเราเร็วกว่าที่คิด” เสียงกระบี่ถูกชักออกจากฝักดังกังวาน พร้อมกับเสียงของจางเหว่ยที่ดังแทรกผ่านรอยแยกของประตูเข้ามา “ในเมื่อฉินอ๋องไม่ออกมาพบข้า... ข้าก็คงต้องถือวิสาสะเข้ามาลากตัว ‘ว่าที่ชายา’ ของท่านออกไปเอง!” เฟยอวี่ตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นแสงไฟจากคบเพลิงลอดผ่านช่องว่าง นางไม่ได้กลัวจางเหว่ย แต่สิ่งที่ทำให้นางใจสั่นคือเงามืดที่ยืนอยู่ข้างกายเขา... บุคคลที่นางมั่นใจว่าตายไปแล้วในชาติก่อน แต่บัดนี้กลับยืนถือพัดหยกที่นางคุ้นตาเป็นอย่างดี ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินเฟยอวี่มาจนถึงตอนนี้ หมอกเหมยปลายฤดูจะรออ่านคอมเมนต์ของทุกท่านนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%