"ท่านอาวุโสจาง... ท่านยังไม่ตายหรือนี่?"
น้ำเสียงของหลินเฟยอวี่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของภูตผี แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของนางดุจเสียงฟ้าร้องในยามวิกาล นางกำชายแขนเสื้อแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด หัวใจที่เคยฝึกฝนมาให้แข็งแกร่งดั่งหินผาตลอดระยะเวลาที่ย้อนกลับมา กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นใบหน้าของชายชราผู้นั้น
ชายชราผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านหางตาซ้าย—ชายที่เคยเป็นเบี้ยล่างคนสำคัญที่วางแผนปลิดชีพตระกูลหลินของนางในชาติก่อน เขายืนยืดอกสง่างามเคียงข้างโอรสสวรรค์ สายตาของเขาที่มองมายังนางมิได้มีความขุ่นเคือง แต่เป็นความเรียบเฉยที่เย็นเยียบยิ่งกว่าความเกลียดชัง
"เฟยอวี่ ดูท่าเจ้าจะตกใจจนเสียกิริยาไปแล้วกระมัง" สุรเสียงของฮ่องเต้เปี่ยมไปด้วยอำนาจที่กดทับลงมากลางห้องโถง "ข้าพาคนสนิทมาเยี่ยมเยียนถึงที่นี่ เจ้าไม่คิดจะเชิญนั่งหน่อยหรือ?"
เฟยอวี่สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิงให้กลับเข้าที่ นางขยับกายย่อตัวลงถวายบังคมด้วยท่าทางงดงามไร้ที่ติ แม้ในใจจะกรีดร้องด้วยความแค้นที่สั่งสมมานานปี "หม่อมฉันเพียงแค่... ประหลาดใจที่เห็นท่านอาวุโสจางมารับใช้เบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท เพคะ"
"คนมีความสามารถ ย่อมมีค่าเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด" จางเหว่ยที่ยืนหลบมุมอยู่ในเงามืดของประตูห้องโถงขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้เฟยอวี่รู้สึกคลื่นไส้จนแทบอาเจียน เขาคือสุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีต่ออำนาจชั่วร้าย การที่เขาปรากฏตัวในวังหลวงย่อมหมายความว่าแผนการของจางเหว่ยและอนุเหมยเซียนในชาตินี้ ได้ก้าวไปไกลกว่าที่นางคาดการณ์ไว้หลายก้าว
การเสด็จเยือนครั้งนี้รวดเร็วและทิ้งปมปริศนาไว้ให้ขบคิดมากมาย ทันทีที่ขบวนเสด็จลับหายไปจากสายตา ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องโถงกว้างอีกครั้ง แต่ไม่นานนัก ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างเบามือ
ร่างสูงโปร่งในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทองก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง หลี่เฉิง—บุรุษที่นางควรจะเว้นระยะห่าง แต่ในยามนี้เขากลับกลายเป็นที่พึ่งเดียวที่นางมี สายตาคมปลาบของเขาจับจ้องที่ใบหน้าของนางราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของความกังวล
"เจ้าเห็นแล้วใช่ไหม?" หลี่เฉิงเอ่ยขึ้นโดยไม่อ้อมค้อม เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมของไม้จันทน์จางๆ จากกายเขา
"ท่านรู้... ท่านรู้มาตลอดว่าคนผู้นั้นยังมีชีวิตอยู่" เฟยอวี่แหงนหน้ามองเขา แววตานางมิได้มีความตัดพ้อ มีเพียงความสงสัยที่อัดแน่น
หลี่เฉิงไม่ตอบในทันที เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดมิด ก่อนจะหมุนตัวกลับมา "ข้ามิใช่เพียงรู้ แต่ข้ากำลังรอจังหวะ เมื่อหมากตัวสำคัญขยับ เราย่อมเห็นรอยแยกของกระดาน ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าเผชิญหน้ากับความลึกลับเหล่านี้เพียงลำพังอีกต่อไป"
เขาสะบัดมือเบาๆ เงาร่างสีดำสามร่างก็ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ พวกเขาทุกคนสวมหน้ากากเหล็กพยัคฆ์ กลิ่นอายสังหารที่แผ่ออกมานั้นชัดเจนจนทำให้เฟยอวี่รู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็น
"องครักษ์เงา?" นางอุทาน
"นับแต่นี้ไป พวกเขาจะเป็นเงาตามตัวเจ้า ทุกย่างก้าวที่เจ้าเดิน ทุกคำที่เจ้าพูด จะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า ไม่ว่าจะเป็นในจวน ในตลาด หรือแม้แต่ในห้องบรรทม" น้ำเสียงของหลี่เฉิงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับคำสั่งสวรรค์ "จางเหว่ยอาจจะฉลาด แต่เขามิอาจสู้กับคนของข้าได้หากเจ้าอยู่ในการดูแลของข้า"
เฟยอวี่นิ่งไป นางรู้ดีว่านี่คือการยื่นมือเข้ามาแทรกแซงชีวิตส่วนตัวของนางอย่างถึงที่สุด แต่นางก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยามนี้ ศัตรูในเงามืดนั้นน่ากลัวกว่าที่เคย หากนางยังดันทุรังทำทุกอย่างเพียงลำพัง นางอาจจะพ่ายแพ้ซ้ำรอยเดิมก่อนที่จะได้แก้แค้น
"ท่านอ๋อง ท่านทำเช่นนี้... เพราะเห็นแก่ประโยชน์ของแผ่นดิน หรือเพราะเหตุผลอื่นกันแน่เพคะ?" เฟยอวี่ถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าขณะก้าวเข้าไปใกล้เขาจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของกันและกัน
หลี่เฉิงชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยเย็นชาของเขาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้านาง "เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจเฟยอวี่ ว่าสำหรับข้าแล้ว แผ่นดินนี้จะไร้ความหมายทันทีหากไม่มีเจ้าเป็นส่วนหนึ่งในนั้น"
เขายังไม่ทันได้เอ่ยต่อ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากหน้าประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยเสียงเคาะประตูอย่างลุกลี้ลุกลนของสาวใช้คนสนิท
"คุณหนูเจ้าคะ! แย่แล้วเจ้าค่ะ! มีคนพบจดหมายลึกลับวางไว้ที่หน้าจวน จดหมายฉบับนั้น... มีตราประทับเลือดของตระกูลหลินที่สาบสูญไปนานแล้ว และข้างในระบุชื่อคนหนึ่งที่ท่านไม่มีวันเชื่อว่าเขายังมีชีวิตอยู่!"
เฟยอวี่หน้าถอดสี มือที่จับชายแขนเสื้อสั่นเทามากกว่าเดิม นางหันไปมองหลี่เฉิงที่ขมวดคิ้วแน่นด้วยความกังวลใจเป็นครั้งแรก ก่อนจะตัดสินใจคว้าจดหมายจากมือสาวใช้แล้วเปิดอ่าน เพียงแค่สายตาไล่ไปตามตัวอักษรที่เขียนด้วยเลือดสดๆ นางก็รู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เพราะชื่อที่ปรากฏในจดหมายนั้นคือ... 'บิดาของนาง' ผู้ซึ่งควรจะสิ้นใจไปตั้งแต่วันที่จวนตระกูลหลินถูกเผาวอดเมื่อห้าปีก่อน!
หมอกเหมยปลายฤดูหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะสนุกไปกับความเข้มข้นของตอนนี้นะคะ
หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 28
ความช่วยเหลือจากฉินอ๋อง
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!