หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 29

การเติบโตของกิจการ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"ท่านจะบอกข้าว่า... บิดาที่ข้าฝังศพด้วยมือตนเองเมื่อห้าปีก่อน ยังมีชีวิตอยู่?" เสียงของหลินเฟยอวี่แหบพร่าราวกับเศษแก้วบาดลึกอยู่ในลำคอ นางกำจดหมายในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่หยดเลือดสีแดงเข้มที่ยังไม่แห้งสนิทเปรอะเปื้อนปลายนิ้วขาวซีดของนาง หลี่เฉิงก้าวเข้ามาใกล้เพียงหนึ่งช่วงแขน แววตาของเขาที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำในยามปกติ บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด มือหนาเอื้อมไปหมายจะประคองไหล่บางที่สั่นสะท้าน แต่เขาก็ชะงักงันไว้เพียงเท่านั้น ราวกับรู้ว่าในเวลานี้ นางต้องการความแข็งแกร่งมากกว่าการปลอบประโลม "ข้าส่งคนไปตรวจสอบที่จวนร้างชายแดนแล้ว" หลี่เฉิงเอ่ยเสียงต่ำ ทรงพลังแต่ทว่านุ่มนวล "ที่นั่นมีร่องรอยการต่อสู้ แต่ไม่มีศพ... เฟยอวี่ หากสิ่งที่ข้าคิดไม่ผิด นี่คือกลเกมที่จางเหว่ยและอนุเหมยเซียนใช้บีบให้เจ้าคายความลับเรื่องเส้นทางสายไหมทางทะเล" เฟยอวี่เงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเด็ดเดี่ยวบัดนี้สะท้อนความเคียดแค้นจนแทบจะกลายเป็นเปลวเพลิง นางไม่ได้อ่อนแอเพราะคิดถึงบิดาเพียงอย่างเดียว แต่ความเจ็บปวดที่ถูกหลอกใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชาตินี้ต่างหากที่กำลังกัดกินหัวใจ นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่แตกกระเจิงกลับมาวางไว้ในที่ที่ควรอยู่ "ถ้าพวกมันต้องการให้ข้าเป็นเศรษฐินีที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง เพื่อจะปล้นชิงสิ่งที่ข้าสร้างขึ้นมา..." เฟยอวี่แค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ข้าก็จะให้สิ่งที่พวกมันต้องการ... แต่จงจำไว้ว่า อาหารมื้อสุดท้ายก่อนตาย มักจะมีรสชาติหวานหอมที่สุดเสมอ" ... สามเดือนให้หลัง เสียงระฆังทองเหลืองหน้าประตู 'เรือนบุปผาการค้า' ดังกังวานต้อนรับลูกค้าไม่ขาดสาย กิจการโรงทอผ้าและหอการค้าของตระกูลหลินในนามของเฟยอวี่เติบโตจนครอบคลุมครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมสีพิเศษที่นางเป็นผู้คิดค้นสูตรการย้อมเอง หรือเครื่องประดับจากอัญมณีหายากที่นางนำเข้าจากต่างแดน ทุกอย่างกลายเป็นสินค้าที่ชนชั้นสูงแย่งชิงกันจนราคาสูงลิ่ว เฟยอวี่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอมในห้องทำงานส่วนตัว สายตาจับจ้องอยู่ที่สมุดบัญชีรายรับรายจ่ายที่วางเรียงรายเป็นตั้ง นางไม่ได้เป็นเพียงสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในเวลานี้เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีอำนาจต่อรองสูงที่สุดในราชสำนักอีกด้วย "นายหญิงเจ้าคะ ท่านจางเหว่ยมาขอเข้าพบเป็นครั้งที่สามแล้วเจ้าค่ะ เขาบอกว่าหากไม่ได้พบท่านในวันนี้ เขาจะไม่ยอมออกไปจากประตูหน้าอย่างแน่นอน" สาวใช้คนสนิทก้มหน้ากราบรายงานเสียงสั่นด้วยความเกรงกลัวในอำนาจบารมีของนายหญิงที่แผ่ซ่านออกมา เฟยอวี่วางพู่กันลงช้าๆ นางเช็ดหมึกที่เปื้อนนิ้วด้วยผ้าเช็ดหน้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยโชยผ่านอากาศก่อนที่นางจะเปล่งเสียงที่ราบเรียบแต่ทรงพลัง "ให้เขาเข้ามา... และจัดเตรียมน้ำชาที่ข้าผสมสูตรพิเศษไว้ให้เขาด้วย" จางเหว่ยเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่พยายามรักษามาดองอาจ ทว่าแววตาที่เหลือบมองของมีค่าภายในห้องกลับฉายแววละโมบไม่ต่างจากเดิม เขาแสร้งทำเป็นถอนหายใจและส่งยิ้มหวานเชื่อมที่เฟยอวี่เห็นแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียนที่สุดในชีวิต "เฟยอวี่... เจ้าเปลี่ยนไปมาก ข้าแทบจำภรรยาที่เคยอ่อนหวานของข้าคนเดิมไม่ได้เลย" จางเหว่ยเอ่ยพร้อมกับมองใบหน้าสวยคมที่บัดนี้ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ "ท่านจำผิดคนแล้ว ท่านจางเหว่ย" เฟยอวี่ขัดขึ้นทันควัน เสียงของนางนิ่งสงบจนน่าขนลุก "ภรรยาที่อ่อนหวานของท่านตายไปในกองเพลิงเมื่อห้าปีก่อน ส่วนข้า... คือคนที่กำลังจะทำให้ท่านสูญเสียทุกอย่างที่ท่านเคยภูมิใจ" จางเหว่ยชะงัก ใบหน้ากระตุกเกร็ง "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" "หมายความว่า..." เฟยอวี่ลุกขึ้นยืน ความสง่างามของนางข่มให้บุรุษตรงหน้าดูด้อยค่าลงถนัดตา "หลักฐานการยักยอกเงินหลวงที่ท่านทำไว้กับอนุเหมยเซียน อยู่ในมือของทางการเรียบร้อยแล้ว และเรื่องบิดาของข้า... ท่านคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้ท่านใช้เขาเป็นหมากตัวสุดท้ายโดยไม่เตรียมการไว้?" บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของจางเหว่ยที่เริ่มติดขัด เขาถอยหลังกรูดไปพิงกับผนังห้อง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรักษาพระองค์ก็ดังขึ้นที่หน้าห้องพัก ประตูไม้แกะสลักถูกถีบออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดเกราะสีดำที่ดูคุ้นตา เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าจางเหว่ย ก่อนจะโยนจดหมายฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ "เฟยอวี่... ข้าพบเบาะแสสำคัญที่ท่านต้องการแล้ว" หลี่เฉิงเอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับจางเหว่ยด้วยสายตาดุจพยัคฆ์ร้าย "และนี่ไม่ใช่จดหมายจากบิดาของนาง... แต่มันคือคำสั่งประหารชีวิตที่ข้าได้รับอำนาจให้จัดการกับ 'หนอนบ่อนไส้' ทั้งหมดในจวนของเจ้า" จางเหว่ยทรุดฮวบลงกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ แต่สิ่งที่ทำให้เฟยอวี่ตัวแข็งทื่อไม่ใช่คำพูดของหลี่เฉิง หากแต่เป็นเสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังกลุ่มทหารเข้ามา... มันคือเสียงฝีเท้าที่นางคุ้นเคยที่สุด เสียงก้าวเดินที่นางจดจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปหลายปี ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นก้าวพ้นเงามืดเข้ามาในห้อง ดวงตาของเขาหม่นแสงและเลื่อนลอย แต่เมื่อเขาสบตาเข้ากับเฟยอวี่... ชายคนนั้นกลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างบิดเบี้ยว ก่อนจะพูดคำที่ทำให้หัวใจของนางแทบหยุดเต้น "ลูกรัก... พ่อกลับมาแล้ว... และพ่อไม่ได้มาเพียงลำพัง" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเฟยอวี่มาถึงจุดนี้ด้วยนะคะ หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%