หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 30

จางเหว่ยขอยืมเงิน

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
"ห้าหมื่นตำลึงทอง... ท่านดูถูกสติปัญญาของข้า หรือว่าท่านดูถูกความจำของตัวเองกันแน่เจ้าคะ จางเหว่ย" น้ำเสียงของหลินเฟยอวี่เรียบเรื่อยดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องรับรองของโรงน้ำชาตระกูลหลินดูหนาวเหน็บขึ้นมาถนัดตา นางวางถ้วยน้ำชาลงบนจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ ทว่าในความเงียบงันกลับดังก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิต จางเหว่ยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสะดุ้งสุดตัว มือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นระริกจนต้องกำหมัดแน่นเข้าหากัน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความโอหังยามเมื่อครั้งยังเป็นบุตรเขยสกุลหลิน บัดนี้กลับซูบตอบและหมองคล้ำด้วยความเครียดแค้นและสิ้นไร้ไม้ตอก "เฟยอวี่... เจ้าก็รู้ว่ากิจการโรงทอผ้าของข้ากำลังประสบปัญหาขัดข้องทางวัตถุดิบ หากไม่ได้เงินก้อนนี้มาหมุนเวียนก่อน ข้า... ข้าก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องประกาศขายกิจการ" จางเหว่ยพยายามปรับน้ำเสียงให้นุ่มนวล หวังจะใช้ความหลังครั้งเก่ามาดึงดูดความเมตตา แต่นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความโลภละโมบของเขาไม่เคยหลบซ่อนความจริงไปจากสายตาของเฟยอวี่ได้เลย เฟยอวี่แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของนางไม่ได้แสดงถึงความโกรธเกรี้ยว ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชจนจางเหว่ยรู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางค่อยๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ประดู่ สายตาคมกริบดุจมีดโกนกวาดมองบุรุษตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าที่ไร้ค่าในตลาดมือสอง "กิจการขัดข้อง หรือว่าเงินก้อนนั้นถูกนำไปปรนเปรออนุเหมยเซียนจนหมดสิ้นกันแน่เจ้าคะ?" เฟยอวี่เอ่ยถามพลางหยิบพัดหยกขึ้นมาคลี่ออกเบาๆ ท่าทางดูสง่างามทว่าเหยียดหยามในคราวเดียวกัน "ข้าจำได้ว่าตอนที่ท่านหย่าขาดจากข้า ท่านหอบสมบัติของสกุลหลินไปไม่น้อย เหตุใดตอนนี้ถึงกลับมาแบมือขอความช่วยเหลือจากอดีตภรรยาที่ท่านเคยเหยียบย่ำจนจมดินเล่า?" "นั่นมันเป็นเรื่องของอดีต!" จางเหว่ยตวาดเสียงต่ำ ใบหน้าเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย "เจ้าอย่าได้หลงระเริงไปนัก เฟยอวี่! ต่อให้เจ้าจะร่ำรวยเพียงใด แต่มันก็เป็นเพียงเงินทองที่หามาได้จากความโชคดีชั่วคราว หากข้าล้มละลายลงไป เจ้าก็ไม่มีทางได้เห็นข้ากลับไปคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสจากเจ้าแน่นอน!" เฟยอวี่หัวเราะร่าออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงหัวเราะของนางกังวานใสแต่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูกของจางเหว่ย "โชคดีชั่วคราวอย่างนั้นหรือ? จางเหว่ย ท่านช่างเป็นบุรุษที่โง่เขลาอย่างที่ข้าเคยรู้จักไม่มีผิดเพี้ยน ท่านมองเห็นเพียงตัวเลขในบัญชี แต่มองไม่เห็นเลยว่าโลกใบนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว... และท่านก็ไม่มีวันทันข้า" นางโน้มตัวเข้าไปใกล้จางเหว่ย กลิ่นหอมจางๆ จากเครื่องหอมราคาแพงบนตัวนางทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกต้อนให้จนมุมในกรงขัง "ข้าจะบอกอะไรให้นะเจ้าคะ เงินห้าหมื่นตำลึงทองนี้... ต่อให้เอาไปโปรยให้สุนัขกินข้ายังรู้สึกเสียดายน้อยกว่าการหยิบยื่นให้คนอย่างท่าน ท่านกลับไปบอกเหมยเซียนเถอะ ว่าหากอยากได้เงินมากนัก ก็ลองไปหาเอาจากช่องทางอื่นที่ไม่ได้มาจากการปล้นชิงแรงงานของคนอื่นดูบ้าง" จางเหว่ยขบกรามแน่น ดวงตาฉายแววอาฆาตมาดร้ายเขากำลังจะอ้าปากสวนกลับ ทว่าจู่ๆ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องรับรอง บานประตูถูกผลักออกอย่างแช่มช้า ปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษในชุดสีน้ำเงินเข้มขลิบทอง ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักทว่าแฝงไปด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่ทำให้คนในห้องต้องหยุดหายใจ ฉินอ๋องหลี่เฉิงก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม สายตาของเขาไม่ได้แม้แต่จะแลมองจางเหว่ยที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาตรงเข้ามาหยุดยืนข้างกายเฟยอวี่ ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ของนางเบาๆ เป็นการแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนที่สุด "ดูเหมือนข้าจะเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาที่น่าอภิรมย์เข้าเสียแล้ว" เสียงทุ้มต่ำของฉินอ๋องดังขึ้น ก่อนจะปรายตามองจางเหว่ยด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "เจ้าคือคนที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากพระชายาของข้าอยู่เช่นนั้นหรือ?" จางเหว่ยหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าหากขัดแย้งกับฉินอ๋อง ชีวิตของเขาคงไม่ต่างอะไรกับมดปลวกที่ถูกบดขยี้ เขาพยายามจะก้มกราบทูลขออภัย แต่หลี่เฉิงกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยสีหน้านิ่งเฉย "ไม่ต้องเสียเวลาหรอก" หลี่เฉิงเอ่ยพลางยื่นม้วนกระดาษฉบับหนึ่งให้เฟยอวี่ "อวี่เอ๋อร์... หลักฐานการทุจริตภาษีของโรงทอผ้าสกุลจางที่เจ้าให้คนไปสืบมา บัดนี้ถูกส่งถึงมือทางการเรียบร้อยแล้ว ในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า ทางการคงจะมาเชิญตัวท่านจางไปสอบสวนเรื่องยักยอกเงินแผ่นดิน" ดวงตาของจางเหว่ยเบิกโพลง ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงกับพื้นราวกับคนไร้กระดูก ความหวังสุดท้ายพังทลายลงพร้อมกับความจริงที่ว่า เขาไม่เคยเป็นฝ่ายควบคุมสถานการณ์ได้เลยแม้แต่นาทีเดียว เฟยอวี่มองภาพนั้นด้วยแววตาเฉยเมย นางหันไปสบตาหลี่เฉิงพลางคลี่ยิ้มบางๆ "ดูเหมือนว่าแผนของท่านจะรวดเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีกนะเจ้าคะ" ทว่าในจังหวะที่จางเหว่ยกำลังจะสิ้นหวังถึงขีดสุด เขากลับเค้นยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาพลางล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่เปล่งประกายคมวาวในมือ "ถ้าข้าต้องพังพินาศ... เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างมีความสุขต่อไปเลย หลินเฟยอวี่!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับการล้างแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวนชะตาข้ามภพ: เส้นทางเศรษฐินีพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%